ข่าวเลขที่ 44/2569 นายกฯ เร่งฟื้นฟูภาคใต้ทันที เปิดความร่วมมือรัฐ–เอกชน กว่า 30 ราย ในกิจกรรม  ‘รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้’ ลดราคาสินค้า–ซ่อมบ้าน–ซ่อมรถ สูงสุด 88% (2 ธันวาคม 2568)
นายกรัฐมนตรีเปิดความร่วมมือ “รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้” ผนึกกำลังเอกชน กว่า 30 ราย ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค สูงสุด 50% วัสดุซ่อมแซมบ้าน 88% และการให้บริการซ่อมแซมรถยนต์ 18% ช่วยประชาชนภาคใต้ฟื้นฟูทันที วันนี้ (2 ธันวาคม 2568) ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคณะรัฐมนตรี ได้ร่วมกิจกรรม “รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้” โดยความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่างกระทรวงพาณิชย์และผู้ประกอบการเอกชนมากกว่า 30 ราย เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เป็น แกนกลางในการประสานงานทุกภาคส่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือเกิดผลอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้คลี่คลายลง หน่วยงานรัฐ เอกชน และอาสาสมัครเข้าพื้นที่ได้มากขึ้น รัฐบาลจึงเร่งเข้าสู่ “ระยะฟื้นฟู Recovery Mode” อย่างสมบูรณ์ เพื่อช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็วที่สุด โดยย้ำว่าภาคใต้เป็นภูมิภาคสำคัญของประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และบริการ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญสูงสุดในการฟื้นฟูครั้งนี้ รัฐบาลได้เดินหน้ามาตรการฟื้นฟูและเยียวยาเร่งด่วนในทุกด้าน โดยเริ่มจากการทำ Big Cleaning ซึ่งตนเองได้ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และระบายน้ำออกจากพื้นที่ ก่อนเข้าสู่การซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายให้ประชาชนกลับเข้าที่พักได้เร็วที่สุด พร้อมมาตรการด้านการเงิน ทั้งพักชำระหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี และสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยสำหรับยังชีพและซ่อมแซมทรัพย์สิน ครัวเรือนละไม่เกิน 100,000 บาท นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า “ทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวใต้ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานร่วมกับภาคเอกชน ผ่านกิจกรรม ‘รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้’ ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการเร่งฟื้นเมือง ฟื้นธุรกิจ และฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้ ผ่าน 3 กิจกรรมหลักที่เริ่มดำเนินการทันที ได้แก่1. ลดค่าครองชีพประชาชน — สินค้าจำเป็นลดสูงสุดกว่า 50% ร่วมกับผู้ผลิตสินค้า 16 ราย แบ่งเป็น หมวดของใช้ประจำวัน ได้แก่ บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล ยูนิลีเวอร์ไทย โอสถสภา ยูนิชาร์ม เอิร์ธ (ประเทศไทย) นีโอ คอร์ปอเรท หมวดอาหาร ได้แก่ ผู้ผลิตปลากระป๋อง โดยบริษัท ไทยยูเนี่ยนฯ ยูนิคอร์ด รอแยลฟูดส์ ไฮคิว, ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดย บริษัท สหพัฒน์ฯ วันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย และผู้ผลิตนมพร้อมดื่ม โดยมี บริษัท ดัชมิลล์ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า และเนสท์เล่ (ไทย) ในส่วนของห้างค้าปลีก–ค้าส่ง รายใหญ่ 8 ราย ได้แก่ ซีพีแอ็กซ์ตร้า (แมคโคร โลตัส) บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เซ็นทรัล โฮลเซลล์ และเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล(ท็อป โก โฮลเซลล์) เดอะมอลล์ กรุ๊ป ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส ซีพี ออลล์ (7-11) และสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกันลดราคาสินค้าจำเป็น เช่น อาหาร นม ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ผงซักฟอก สบู่ โลชั่น รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาดพื้นฐานและเครื่องใช้ไฟฟ้าครัวเรือน 2. ลดภาระซ่อมแซมบ้านเรือน — วัสดุก่อสร้างลดสูงสุด 88% ได้รับความร่วมมือจากห้างวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ 6 ราย ได้แก่ เอสซีจี ไทวัสดุ โฮมโปร ดูโฮม โกลบอลเฮ้าส์ และเมกาโฮม ลดราคาวัสดุที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมบ้านเรือน เช่น สายไฟ หลอดไฟ สีทาบ้าน ประตูหน้าต่าง วัสดุกันซึม อุปกรณ์ทำความสะอาด ไม้กวาด ไม้ถูพื้น ถุงมือ และรองเท้ากันน้ำ พร้อมบริการช่างซ่อมแซมบ้านเรือน สำหรับครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายหนัก 3. ลดภาระซ่อมแซมยานพาหนะ — บริการศูนย์รถยนต์ลดสูงสุด 18% ได้รับความร่วมมือจากศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ได้แก่ B-Quik TyrePlus COCKPIT และผู้ประกอบการยานยนต์จังหวัดสงขลาและใกล้เคียง ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถหลังน้ำท่วม และฟื้นฟูทำความสะอาด เช่น ล้าง ซักเบาะ-พรม เปลี่ยนถ่ายน้ำมัน-ของเหลว พร้อมจัดหาช่างซ่อมโดยลดค่าแรงและอะไหล่ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ทุกภาคส่วนมีความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูเมือง ฟื้นฟูธุรกิจ และฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคใต้ให้กลับมาเข้มแข็งโดยเร็วที่สุด โดยรัฐบาลจะติดตามผลอย่างใกล้ชิด และพร้อมขยายความช่วยเหลือเพิ่มเติมในพื้นที่ที่จำเป็น รัฐบาลจะเดินเคียงข้างพี่น้องประชาชนอย่างไม่หยุดยั้ง ใช้ทุกทรัพยากรเพื่อให้การฟื้นฟูเกิดผลจริง และทำให้ภาคใต้กลับมามั่นคง ปลอดภัย และเดินหน้าทางเศรษฐกิจได้โดยเร็วที่สุด”
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 43/2569 พาณิชย์ เตรียมผนึกผู้ผลิต–ห้างวัสดุก่อสร้าง ลุยลดราคาและบริการซ่อมแซมบ้านเรือนภาคใต้ สูงสุด 80% (29 พฤศจิกายน 2568)
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ภายหลังวิกฤตน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคใต้ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อบ้านเรือน ร้านค้า และกิจการ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่เผชิญน้ำท่วมฉับพลันและท่วมขังหลายวัน ขณะนี้พื้นที่ต่าง ๆ ได้เข้าสู่ช่วงฟื้นฟู ซ่อมแซม และทำความสะอาดบ้านเรือนอย่างเร่งด่วน กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งดำเนินมาตรการเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด รมว.พาณิชย์ กล่าวต่อว่า “เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในช่วงฟื้นฟูจึงมอบหมายให้ กรมการค้าภายใน เร่งประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้าและห้างวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ ได้แก่ ไทวัสดุ โฮมโปร ดูโฮม โกลบอลเฮ้าส์ และเมกาโฮม ร่วมจัดแคมเปญลดราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูบ้านเรือน โดยลดราคาสูงสุดถึง 80% ระยะเวลา 1 เดือน พร้อมเสริมสต๊อกสินค้าและขยายกำลังการกระจายลงสู่ 40 สาขาในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, ชุมพร, พัทลุง, ตรัง, สตูล, ยะลา และนราธิวาส เพื่อให้ประชาชนในทุกจังหวัดที่ประสบภัยเข้าถึงสินค้าซ่อมแซมบ้านเรือนอย่างทั่วถึง นางศุภจีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ”นอกจากการลดราคาสินค้าจำเป็นแล้ว ผู้ประกอบการหลายรายยังได้ขยายบริการเสริมด้านการซ่อมแซมบ้านเรือนและงานโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งการรีโนเวทพื้นที่ภายใน–ภายนอก การทาสี การซ่อมพื้น ผนัง และฝ้าเพดาน รวมถึงการตรวจสภาพและแก้ไขโครงสร้างบ้านที่ชำรุด ตลอดจนบริการทีมช่างสำหรับงานต่อเติมที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ โดยมีการจัดทีมช่างและช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด รมว.ศุภจีย้ำว่า ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์ด้านราคา ปริมาณสินค้า และคุณภาพบริการซ่อมแซมอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสหรือเอาเปรียบประชาชนในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้ามาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนศูนย์พักพิง การส่งมอบของจำเป็น และการจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัดลงสู่พื้นที่ฟื้นฟู เพื่อให้พี่น้องประชาชนภาคใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ ฟื้นตัวได้โดยเร็วที่สุด“
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 42/2569 DIT เดินหน้าปฏิบัติการช่วยน้ำท่วมใต้ต่อเนื่อง หลังศุภจีตั้ง War Room เร่งด่วน – ส่งของถึงพื้นที่ทันที แก้จุดขาดแคลน และเตรียมธงฟ้าเยียวยาหลังน้ำลด (28 พฤศจิกายน 2568)
วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับให้กรมการค้าภายในเร่งประชุม War Room เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้อย่างใกล้ชิดและให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องทันที ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา (24–28 พฤศจิกายน 2568) กระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าภายในได้ระดมกำลังช่วยเหลือพื้นที่อุทกภัยอย่างเป็นระบบ ตามมาตรการหลัก 4 มาตรการ ทั้งการส่งของจำเป็นเข้าศูนย์พักพิง การจัดการปัญหาสินค้าขาดแคลนเฉพาะหน้า การจัดถุงยังชีพไปยังพื้นที่น้ำลด และการเดินหน้ามาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนในทุกพื้นที่อุทกภัยได้รับการดูแลทันเวลา นายวิทยากร กล่าวว่า กรมการค้าภายในได้ดำเนินการตามความต้องการเร่งด่วนของศูนย์พักพิงในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยจัดส่งอุปกรณ์ ภาชนะ และซอสปรุงรส รวม 15,000 ชุด ไปยังศูนย์พักพิงเพื่อใช้สำหรับใส่อาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัย พร้อมกันนี้ ยังได้เชื่อมโยงไข่ไก่เข้าสู่จังหวัดยะลา ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลน โดยประสานสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ส่งไข่ไก่รวม 7,000 แผง เข้าพื้นที่ และให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกระจายเข้าสู่ชุมชนทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ขณะนี้ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งระดับน้ำเริ่มลดลง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดแคลนของใช้จำเป็น กรมจึงประสานผู้ผลิตสินค้าจำเป็น อาทิ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ทิชชู่แห้ง ทิชชู่เปียก โลชั่น ยากันยุง ผ้าอนามัย ถุงมือยาง ถุงพลาสติก และน้ำยาซักล้าง เพื่อส่งมอบให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการร่วมบริจาคถุงยังชีพเพิ่มเติมอีก 2,000 ชุด และกรมฯ เตรียมจัดส่งล็อตใหญ่ในวันที่ 1 ธันวาคม เพื่อกระจายสู่ทุกพื้นที่ที่ยังประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังเปิดรับบริจาคเงินจากข้าราชการและผู้มีจิตศรัทธา เพื่อนำไปสมทบสภากาชาดไทยในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในส่วนที่ยังขาดแคลน ด้านการฟื้นฟูหลังน้ำลด นายวิทยากรระบุว่า กรมฯ ได้เริ่มดำเนินโครงการธงฟ้าราคาประหยัดในจังหวัดยะลาแล้วเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และเตรียมจัดโครงการธงฟ้าเยียวยาในพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว โดยเน้นสินค้าที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูบ้านเรือน เช่น น้ำยาและอุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าในราคาย่อมเยา ขณะเดียวกัน ห้างโมเดิร์นเทรดในพื้นที่ยืนยันว่าสินค้ายังเพียงพอ เนื่องจากคลังสินค้ายังมีสต็อกเต็ม และกรมได้ประสานให้ห้างเปิดบริการทันทีเมื่อสภาพพื้นที่เอื้ออำนวย สำหรับผลกระทบต่อร้านค้าธงฟ้าในพื้นที่น้ำท่วม พบว่าในอำเภอหาดใหญ่มีร้านค้าธงฟ้า 535 ร้าน และร้านอาหารธงฟ้า 43 ร้าน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย เพื่อจัดทำแผนสนับสนุนและฟื้นฟูให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้หารือกับผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างเพื่อเตรียมสินค้าและอุปกรณ์สำหรับการซ่อมแซมบ้านเรือนและร้านค้า รวมถึงการประสานศูนย์บริการดูแลรถยนต์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่รถได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนสถานการณ์สินค้าเกษตร เช่น ปาล์มน้ำมัน แม้ได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่รุนแรง และสต็อกน้ำมันปาล์มในระบบยังเพียงพอ ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลต่อราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด นายวิทยากรย้ำว่า กรมการค้าภายในยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการเชื่อมโยงสินค้า การส่งสิ่งของจำเป็น และการสนับสนุนประชาชนในพื้นที่ พร้อมขอให้ประชาชนไม่ต้องกักตุนสินค้า และหากพบเห็นร้านค้าที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคา ขายสินค้าแพงเกินสมควร หรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทันที
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 41/2569 War Room พาณิชย์ เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เชื่อม ศป.กฉ. – สั่งการพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่เต็มกำลัง เร่งเติมสินค้าบรรเทาความเดือดร้อน และเตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจทันที (27 พฤศจิกายน 2568)
กระทรวงพาณิชย์จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้อย่างใกล้ชิด เชื่อมโยงการทำงานกับ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ของรัฐบาล และทุกหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ และตรงตามความต้องการของประชาชนมากที่สุด ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เฟส 1 เร่งประสานจัดส่งสินค้าจำเป็นเข้าพื้นที่ ขอผู้ผลิต ห้างจัดส่ง เติมสินค้าอย่าให้ขาด และเตรียมจัดถุงยังชีพ ส่วนเฟส 2 หลังน้ำลด จัดมหกรรมธงฟ้า นำสินค้าจำเป็น สินค้าซ่อมแซมบ้านเรือน ขายราคาถูก จัดมหกรรมเพิ่มรายได้ เพิ่มช่องทางขายให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดภาคใต้อย่างใกล้ชิด โดยมีทุกหน่วยงานในสังกัด และมีสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่เข้าร่วม ล่าสุดได้มีการกำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว แบ่งออกเป็น 2 เฟส คือ เฟส 1 ดำเนินการอย่างเร่งด่วนและทันที และเฟส 2 เป็นการเตรียมดำเนินการหลังจากที่น้ำลด เพื่อช่วยดูแลภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และช่วยฟื้นฟูรายได้ โดยในเฟสที่ 1 กระทรวงพาณิชย์จะร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ทั้งจากส่วนกลางและในแต่ละจังหวัด เข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยมี 3 มาตรการที่จะดำเนินการ ได้แก่ มาตรการที่ 1 ช่วยเหลือในพื้นที่ ที่มีน้ำท่วมสูง โดยเร่งจัดสิ่งของจำเป็นสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ตามความต้องการของแต่ละศูนย์พักพิง มาตรการที่ 2 ช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วมที่ประสบปัญหาขาดแคลนสินค้า โดยเร่งประสานผู้ผลิต ห้าง เติมสินค้าอย่าให้มีปัญหาขาดแคลน เช่น ไข่ไก่ นม อาหารพร้อมทาน และมาตรการที่ 3 ช่วยเหลือในพื้นที่ ที่น้ำลด โดยจัดถุงยังชีพแจกจ่ายในพื้นที่ โดยประสานผู้ผลิต เตรียมสินค้าที่จำเป็นต่อพี่น้องประชาชน อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันขวด น้ำดื่ม เป็นต้น สำหรับเฟสที่ 2 เป็นเรื่องของการฟื้นฟู หลังจากที่น้ำลด โดยมี 2 มาตรการ คือ มาตรการที่ 1 จัดกิจกรรมธงฟ้าเยียวยาค่าครองชีพ เน้นสินค้าอุปโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านเรือน หลังน้ำลด มาตรการที่ 2 จัดกิจกรรมเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ในรูปแบบการเปิดจุดจำหน่ายสินค้า การจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า มหกรรมการค้าชายแดน รวมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนร่วมกับพันธมิตร เช่น Exim Bank เพื่อฟื้นฟูกิจการ เป็นต้น นางศุภจี ระบุว่า ทุกหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จะเดินหน้าทำงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่องควบคู่กับ ศูนย์ ศป.กฉ. ของรัฐบาล บูรณาการช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว และทั่วถึงที่สุด
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 40/2569 พาณิชย์สั่งด่วน! ตั้ง War Room เกาะติดน้ำท่วมใต้ เดินหน้าประสานสินค้าอุปโภค–บริโภคจำเป็น สนับสนุนทุกหน่วยในพื้นที่ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (25 พฤศจิกายน 2568)
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ซึ่งยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตัวประชาชน ชุมชนท้องถิ่น รวมถึงผู้ประกอบการและนิติบุคคลจำนวนมาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการชัดเจนให้ทุกกระทรวงเร่งจัดทำมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนในทุกมิติ ทั้งด้านการเข้าถึงสินค้าอุปโภค–บริโภค การลดผลกระทบต่อธุรกิจ การฟื้นฟูพื้นที่เศรษฐกิจ และการสนับสนุนหน่วยงานปฏิบัติงานในพื้นที่ให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในจัดตั้ง War Room เป็นศูนย์ประสานกลางเพื่อติดตามสถานการณ์แบบรายชั่วโมง เชื่อมโยงข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรวบรวมข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือถูกส่งต่อได้อย่างแม่นยำและเร็วที่สุด โดย War Room ได้ประชุมประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งเส้นทางการขนส่ง การเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง การสำรองสินค้า และระดับความต้องการเฉพาะในแต่ละอำเภอ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือให้ตรงจุด โดยเร็วที่สุด นางศุภจี ระบุว่า สิ่งสำคัญคือการให้ความช่วยเหลือประชาชน และให้การสนับสนุนหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้ดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพ กรมการค้าภายในจึงได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วน 4 แนวทาง ได้แก่ 1) ประสานศูนย์พักพิงเพื่อจัดส่งวัตถุดิบอาหารและของใช้จำเป็นสำหรับการประกอบอาหารให้เพียงพอต่อจำนวนผู้พักพิง 2) ประสานผู้ประกอบการ ห้างโมเดิร์นเทรด และสมาคมไข่ไก่ เพื่อเติมสินค้าอุปโภค–บริโภคจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ที่มีความต้องการและพื้นที่ที่การขนส่งเข้าถึงยาก 3) เตรียมจัดถุงยังชีพในพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลง เพื่อสนับสนุนทั้งประชาชน ครัวเรือนรายย่อย และผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตและทำธุรกิจได้เร็วที่สุด และ 4) เตรียมจัดงานธงฟ้าหลังน้ำลด โดยเน้นสินค้าจำเป็นในการทำความสะอาดบ้านเรือนและสถานประกอบการ รวมถึงสินค้าอุปโภค–บริโภคราคาประหยัด เพื่อลดภาระค่าครองชีพในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นฟู และยังได้ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้บริการจดทะเบียน และให้หนังสือรับรองออนไลน์ และให้เจ้าหน้าที่รับจดส่วนกลางให้บริการกับผู้ขอรับบริการจากพื้นที่ประสบอุทกภัยเป็นการเร่งด่วน ทันที โดยไม่ต้องรอคิว “ขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่าน ครั้งนี้เป็นครั้งที่รุนแรงมากในรอบหลายปี ไม่เคยเห็นปริมาณน้ำฝนที่หนักมากขนาดนี้ เห็นใจมากและส่งกำลังใจไปให้ ทางกระทรวงพาณิชย์และข้าราชการทุกคนเราจะทำหน้าที่เต็มที่ในการส่งความช่วยเหลือในส่วนที่เราสามารถทำได้ ขอส่งกำลังใจ เราคนไทยด้วยกันขอจับมือช่วยกันไปในช่วงที่มีความยากลำบากแบบนี้” นางศุภจี กล่าว รมว.พาณิชย์ย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์จะสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง และพร้อมนำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีไปสู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือถูกส่งไปถึงประชาชนและผู้ประกอบการโดยเร็วที่สุด พร้อมยืนยันว่ากรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์วันต่อวัน และพร้อมปรับมาตรการให้เหมาะสมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อให้การฟื้นฟูเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 39/2569 DIT ลุย 4 แผนเร่งด่วน ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ พร้อมขอประชาชนอย่ากักตุน–กำชับร้านค้าห้ามขายเกินราคาเด็ดขาด (24 พฤศจิกายน 2568)
กรมการค้าภายในเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย 4 แนวทาง 1) ประสานผู้ผลิตเติมวัตถุดิบให้โรงครัวพระราชทานปรุงอาหารแจกจ่าย 2) ประสานสมาคมไข่ไก่เข้าพื้นที่ขาดแคลน 3) จัดถุงยังชีพในจังหวัดที่น้ำเริ่มลด และ 4) จัดธงฟ้าราคาประหยัดเข้าเสริมทันทีหลังน้ำลด เพื่อช่วยลดค่าครองชีพในช่วงฟื้นฟู ขณะเดียวกันเข้มงวดควบคุมราคา ขอประชาชนอย่ากักตุน และกำชับร้านค้าทุกแห่งห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาเด็ดขาด วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ห้องประชุมกรมการค้าภายใน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ประชุมเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช สตูล พัทลุง ปัตตานี ยะลา สุราษฎร์ธานี นราธิวาส กระบี่ และตรัง ได้ประเมินสถานการณ์และรายงานความต้องการสินค้าจำเป็นในแต่ละพื้นที่ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมทั้งได้เชิญผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดและผู้ผลิตสินค้า ได้แก่ ซีพีเอ็กซ์ตร้า บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลฟู้ดรีเทล ซีพีออล และห้างท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมหารือในการจัดหาสินค้าจำเป็นและการขนส่งการเชื่อมโยงสินค้าเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย และวางแผนการจัดส่งอาหารและของใช้จำเป็นให้ตรงตามความต้องการของประชาชนทันที นายวิทยากร กล่าวต่อว่า จากที่รับฟังรายงานสถานการณ์ ได้แบ่งพื้นที่ประสบภัยและสรุปแนวทางการช่วยเหลือ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 พื้นที่น้ำท่วมขังจำนวนมาก ได้แก่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี และพัทลุง โดยกรมได้ประสานไปยังกองทัพบก เพื่อให้การสนับสนุนโรงครัวพระราชทาน โดยการจัดส่งวัตถุดิบอาหาร เช่น ไข่ไก่ ข้าวสาร เนื้อหมู เนื้อไก่ ผักสด เครื่องปรุง เครื่องดื่ม น้ำ และนม เพื่อใช้ปรุงอาหารสำเร็จรูปแจกจ่ายประชาชนอย่างต่อเนื่อง กลุ่มที่ 2 พื้นที่น้ำท่วมขัง และประชาชนมีความต้องการวัตถุดิบ โดยเฉพาะไข่ไก่ ได้แก่ จังหวัดปัตตานีและยะลา ปัญหาการขาดแคลนไข่ไก่ กรมจึงได้ประสานสมาคมผู้เลี้ยงไข่ไก่โดยตรงเพื่อจัดส่งไข่ไก่เข้าสู่พื้นที่ โดยได้ประสานในเรื่องการขนส่งเป็นการเร่งด่วน กลุ่มที่ 3 พื้นที่น้ำท่วมที่ระดับน้ำเริ่มลดลง ได้แก่ นครศรีธรรมราช สตูล ตรัง และบางอำเภอในพัทลุง จะมีการจัดถุงยังชีพซึ่งประกอบไปด้วยอาหารพร้อมบริโภคได้ทันที เช่น นม ขนมที่สามารถเก็บไว้ได้ และน้ำดื่ม โดยกรมได้ประสานให้ผู้ผลิตช่วยจัดถุงยังชีพไปยังพื้นที่ดังกล่าว และกลุ่มที่ 4 พื้นที่ที่สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยจะเร่งจัดจำหน่ายธงฟ้าราคาประหยัด เพื่อนำสินค้าจำเป็นหลังน้ำลด ไปจำหน่ายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อช่วยลดค่าครองชีพในช่วงฟื้นฟู พร้อมประสานผู้ประกอบการให้มีการเติมสินค้าอย่างสม่ำเสมอทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์สินค้าและความต้องการของประชาชนแบบวันต่อวัน พร้อมเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ประกอบการให้เร่งส่งสินค้าและสิ่งจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ทันทีที่มีการร้องขอ รวมทั้งเตรียมจัดกิจกรรมธงฟ้าราคาประหยัดเสริมในพื้นที่ที่ฟื้นตัวแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย อธิบดีกรมการค้าภายในย้ำว่า ขอให้ประชาชนไม่ต้องกักตุนสินค้า เนื่องจากกรมและผู้ประกอบการกำลังเร่งกระจายสินค้าเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยทุกวัน ทั้งผ่านเส้นทางปกติของห้าง และการประสานจากผู้ผลิตสินค้าโดยตรงที่อยู่ใกล้เคียง สิ่งของจำเป็นจะถูกเติมเข้าสู่พื้นที่อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง พร้อมกำชับร้านค้าในทุกจังหวัดว่า ห้ามขึ้นราคาสินค้า ห้ามกักตุน และห้ามปฏิเสธการจำหน่าย โดยหากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวสามารถร้องเรียนมายังสายด่วน DIT 1569 หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 38/2569 DIT เฝ้าติดตามใกล้ชิดน้ำท่วมภาคใต้ สั่งดูแลเข้มป้องกันสินค้าขาดแคลน–ห้ามขึ้นราคาเด็ดขาด (23 พฤศจิกายน 2568)
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (DIT) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ว่า ขณะนี้กรมได้รับรายงานความเสียหายจากแหล่งเพาะปลูก พื้นที่เกษตรกรรม ตลอดจนผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า รวมทั้งมี ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าบางแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราว ทำให้บางพื้นที่เริ่มมีความเสี่ยงต่อภาวะสินค้าขาดแคลนในระยะสั้น นายวิทยากร ระบุว่า ขณะนี้จุดที่ได้รับผลกระทบมีทั้งในจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ตรัง พัทลุง และปัตตานี โดยพบว่า ห้างและร้านค้าบางสาขาต้องปิด หรือให้บริการได้ไม่เต็มรูปแบบ จากปัญหาน้ำท่วมเส้นทางเข้า–ออก และด้านความปลอดภัย ขณะที่ร้านบางแห่งยังคงเปิดจำหน่ายสินค้าได้ตามปกติ “กรมขอให้ประชาชนทยอยซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ไม่จำเป็นต้องซื้อกักตุน เพราะกรมได้เร่งประสานผู้ผลิต–ผู้จัดจำหน่ายให้เตรียมสต็อกสินค้า พร้อมเร่งส่งสินค้าเข้าสู่พื้นที่น้ำท่วมทันทีที่เส้นทางเอื้ออำนวย” นายวิทยากรกล่าว พร้อมกันนี้ ได้กำชับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ประสบภัยและใกล้เคียงให้ ลงพื้นที่ตรวจร้านค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการจำหน่ายสินค้าในราคาปกติ การแสดงป้ายราคาให้ชัดเจน และห้ามขายแพง–ห้ามกักตุนสินค้าโดยเด็ดขาด หากพบว่ามีการฝ่าฝืนจะมีโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 นายวิทยากรย้ำว่า แม้บางพื้นที่อาจเกิดภาวะสินค้าบางชนิดสะดุดจากปัญหาการขนส่ง แต่กรมจะ ร่วมประชุมกับผู้ผลิตและผู้ค้ารายใหญ่ทันที เพื่อวางแผนระบายสินค้าเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง พร้อมปรับเส้นทางขนส่งสินค้าให้เหมาะสม “กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ทุกวัน และพร้อมดำเนินมาตรการเสริมทันทีหากมีสัญญาณขาดแคลนในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่เป็นธรรม และได้รับการบริการอย่างต่อเนื่อง” นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 37/2569 DIT ส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้ครัวเรือนเปราะบางนนทบุรี พร้อมเฝ้าระวังไม่ให้สินค้าขาดแคลนในพื้นที่น้ำท่วมภาคกลาง-ภาคใต้ (21 พฤศจิกายน 2568)
วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ณ อาคารชั่งตวงวัด กระทรวงพาณิชย์ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคกลางช่วงที่ผ่านมา ทั้งในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้เคียง ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตและการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น กรมการค้าภายในจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานผู้ผลิตและผู้ประกอบการจัดเตรียมสิ่งของยังชีพเร่งด่วนเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยวันนี้ อธิบดีกรมการค้าภายในพร้อมผู้บริหารกรมฯ ได้ส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็นให้แก่ประชาชนใน ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 6,000 คน และได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในหลายจุด โดยมีทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีรายได้น้อย และครอบครัวที่มีผู้ป่วยจิตเวชซึ่งต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด สิ่งของที่มอบประกอบด้วยอาหารแห้งและของใช้จำเป็น เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ ปลากระป๋อง นม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผงซักฟอก กระดาษทิชชู่ สบู่ แชมพู และยารักษาโรคพื้นฐาน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยส่งมอบให้กับ ว่าที่ร้อยโทสิทธิโชค ตระกระจ่าง ผู้ใหญ่บ้านตำบลบางรักใหญ่ เพื่อนำไป แจกจ่ายให้ครอบคลุมทั้งตำบล ให้ถึงมือผู้เดือดร้อนอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว นายวิทยากร กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ได้กำชับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในทุกพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมให้เข้มงวดตรวจสอบราคาและปริมาณสินค้า ไม่ให้เกิดภาวะสินค้าขาดแคลน หรือมีการฉวยโอกาสขึ้นราคา โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไข่ไก่ ผักสด และของใช้ในครัวเรือน อธิบดียังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เริ่มขยายวงในพื้นที่ภาคใต้ว่า กรมฯ มีความห่วงใยประชาชนในทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสั่งการให้ทุกพื้นที่ภาคใต้เฝ้าระวังสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอและเป็นธรรมในช่วงวิกฤติ“
ดูเพิ่มเติม
Dit Logo New (2)

ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สอบถามข้อมูล

arrow-down

DIT Chat Service ยินดีให้บริการ

maximize
สอบถามข้อมูลเพิมเติมกับเจ้าหน้าที่ (Admin)

บริการของกรมการค้าภายใน

7422635f-7946-4705-88ec-05d965bd7b40

การขออนุญาตประกอบการค้า

862c658c-96a2-4f51-87cb-7ae89028e48a

สอบถามราคาสินค้าเกษตร

e776ba32-103f-4917-b746-5333af42cf9d

รวบรวมกิจกรรมกรมการค้าภายใน

3e6fa301-b225-4427-b882-4d78e453a2ed

การเดินทางมายังกรมการค้าภายใน

เลขที 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

โทรศัพท์ 0-2507-5530

โทรสาร: 0-257-5361

E-mail: Saraban@dit.go.th

Call Center: 1569 ร้องเรียน/เสนอแนะ