ข่าวเลขที่ 10/2570 “กรมการค้าภายใน” ตรวจสต๊อกห้างค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ พบสถานการณ์เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ สินค้าเพียงพอ พร้อมกระจายทั่วถึง (12 ตุลาคม 2569)
กรมการค้าภายในลงพื้นที่ตรวจศูนย์กระจายสินค้า 3 แห่ง โลตัส TOPS และ CJ MORE รับมือสถานการณ์น้ำท่วม พบผู้ประกอบการมีความพร้อมทั้งสต๊อกสินค้า ระบบขนส่ง และบุคลากรให้บริการ การกระจายสินค้าเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมประสานห้างเร่งฟื้นฟูสาขาหลังน้ำลด และจัดโปรโมชันสินค้าจำเป็นช่วยประชาชน ควบคู่เปิดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดกว่า 12,300 จุดทั่วประเทศ นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 กรมการค้าภายในลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภคและระบบกระจายสินค้าของผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์กระจายสินค้าโลตัส ของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) และศูนย์กระจายสินค้า TOPS ของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าที่ TOPS Food Hall สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต และศูนย์กระจายสินค้า CJ MORE ของบริษัท ซี เจ เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ จำหน่ายในราคาที่เหมาะสม และกระจายถึงประชาชนอย่างทั่วถึง จากการลงพื้นที่และหารือกับผู้ประกอบการ พบว่าการบริหารสต๊อกสินค้าและระบบกระจายสินค้าเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยแต่ละห้างมีการวางแผนสำรองสินค้าและบริหารจัดการศูนย์กระจายสินค้าล่วงหน้า บางแห่งเพิ่มสต๊อกสินค้าถึง 3 เท่าของระดับปกติ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ CP AXTRA มีการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์และบริหารสต๊อก รวมถึงประสานผู้ผลิตให้จัดส่งสินค้าตรงไปยังสาขา เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความคล่องตัวในการกระจายสินค้า นายฉันทพัทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่กรมการค้าภายในให้ความสำคัญคือการเร่งฟื้นฟูสาขาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้กลับมาเปิดบริการโดยเร็ว พร้อมดูแลให้มีสินค้าและบุคลากรเพียงพอ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ หากแหล่งผลิตสินค้าได้รับผลกระทบ กรมฯ พร้อมประสานเชื่อมโยงสินค้าจากแหล่งผลิตอื่นเข้ามาทดแทน รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้านการขนส่งในพื้นที่ที่เส้นทางถูกน้ำท่วม พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการจัดโปรโมชันลดราคาสินค้าจำเป็นและอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด นายนพดล ภู่มณี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทาน บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา TOPS มีสาขาที่ต้องปิดให้บริการชั่วคราว 9 สาขา ในจำนวนนี้เป็นสาขาขนาดใหญ่ประมาณ 3 สาขา ซึ่งปัจจุบันกลับมาเปิดให้บริการครบทุกสาขาแล้ว โดยยังเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่ราชบุรี กาญจนบุรี และปราจีนบุรีอย่างใกล้ชิด ขณะที่ศูนย์กระจายสินค้ายังมีสินค้าเพียงพอ พร้อมทั้งกำลังคนและรถขนส่งรองรับการเติมสินค้าเข้าสู่สาขาต่าง ๆ นายนพดล กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมีระบบวิเคราะห์และคาดการณ์ความต้องการสินค้า (DC Forecast) พร้อมทีมงานตรวจสอบปริมาณสินค้าเป็นรายวัน และประสานผู้ผลิตให้เตรียมสินค้าเพิ่มเติมตามความต้องการ อีกทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมและวางแผนเส้นทางขนส่งแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงเตรียมแผนสำรองศูนย์กระจายสินค้า อย่างเช่นในปี 2554 ที่ศูนย์กระจายสินค้าบางบัวทองได้รับผลกระทบ ก็จะมีศูนย์กระจายสินค้าสำรองในพื้นที่บางนาและมีนบุรี เพื่อให้การจัดส่งสินค้าไม่หยุดชะงัก นายฉันทพัทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากการดูแลความเพียงพอของสินค้าแล้ว กรมการค้าภายในยังดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าสู้ภัยน้ำท่วม” โดยเริ่มจัดรถ Mobile และเปิดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดในกรุงเทพมหานคร ส่วนต่างจังหวัดจะจัดจุดจำหน่ายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง โดยระยะนำร่อง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 รวม 3,036 ครั้งทั่วประเทศ โดยจะเริ่มจัดกิจกรรมพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 300 ครั้ง และภูมิภาค 76 จังหวัด รวม 2,736 ครั้ง เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยประชาชนลดค่าใช้จ่ายและฟื้นฟูความเป็นอยู่หลังน้ำลด “กรมการค้าภายในได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการห้างค้าส่ง–ค้าปลีกทุกรายว่า มีปริมาณสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม โดยแต่ละห้างมีการบริหารจัดการสต๊อกสินค้าและวางแผนกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบ รวมถึงเตรียมมาตรการรองรับปัญหาด้านการขนส่งที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งกรมฯ พร้อมประสานแก้ไขปัญหาเพื่อให้สินค้าจำเป็นกระจายถึงประชาชนอย่างทั่วถึง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าสามารถซื้อสินค้าได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้ากักตุน” นายฉันทพัทธ์ กล่าว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในยังตรวจสอบราคาสินค้าอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเอาเปรียบประชาชน หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 9/2570 “พาณิชย์” เปิดจุด “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าสู้ภัยน้ำท่วม” 20 จุดทั่วกรุง ช่วยประชาชนฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ขนสินค้าลดสูงสุด 62% พร้อมแผนจัดทั่วประเทศกว่า 3,000 ครั้ง (10 ตุลาคม 2569)
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามการจำหน่ายสินค้าตามโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าสู้ภัยน้ำท่วม” ณ โครงการอาคารเช่าปากบึง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลงและประชาชนทยอยกลับเข้าพักอาศัย ซึ่งมีความจำเป็นต้องจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ทำความสะอาดเพื่อฟื้นฟูบ้านเรือน กรมการค้าภายในจึงเร่งประสานความร่วมมือกับสมาคมผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และภาคเอกชน นำสินค้าจำเป็นมาจำหน่ายในชุมชนในราคาประหยัด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมฯ จัดรถ Mobile นำสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ทำความสะอาดลงพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยกำหนดจุดจำหน่ายวันละ 2 จุด รวม 20 จุด ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00–20.00 น. เพื่อให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าได้ใกล้บ้าน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย โดยมีสินค้าจำหน่าย 10 หมวด รวมกว่า 30 รายการ ครอบคลุมทั้งอาหารและของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ตลอดจนอุปกรณ์ทำความสะอาดสำหรับฟื้นฟูบ้านเรือน สินค้าราคาประหยัดที่นำมาจำหน่าย อาทิ ข้าวหอมมะลิ ขนาด 5 กิโลกรัม ราคา 120 บาท ลด 37% ไข่ไก่เบอร์ M คละเบอร์ 2–3 ขนาด 30 ฟอง ราคา 110 บาท จากราคาตลาด 140 บาท ลด 21% น้ำตาลทราย ขนาด 1 กิโลกรัม ราคา 22 บาท ลด 19% และน้ำมันปาล์ม ขนาด 1 ลิตร ราคา 42 บาท ลด 16% นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคจากผู้ผลิตโดยตรง อาทิ ของใช้ประจำวันลดสูงสุด 58% สินค้าชำระร่างกายลดสูงสุด 44% สินค้าซักล้างลดสูงสุด 51% และสินค้าอาหารลดสูงสุด 42% รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น แปรงขัดพื้น ไม้ถูพื้น และไม้กวาด ลดสูงสุด 62% ช่วยให้ประชาชนสามารถจัดหาสิ่งของที่จำเป็นสำหรับทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้านเรือนได้ในราคาประหยัด ด้านนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า ขอขอบคุณกรมการค้าภายในที่นำสินค้าราคาประหยัดมาจำหน่ายให้ประชาชนในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ โดยได้ประสานความร่วมมือตั้งแต่ช่วงที่ระดับน้ำยังไม่ลดลง เพื่อเตรียมความพร้อมนำสินค้าจำเป็นเข้าถึงประชาชน โดยกิจกรรมนี้สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังน้ำลดได้เป็นอย่างมาก นายวัฒนศักย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้ว กรมฯ ยังเตรียมขยายการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” ระยะนำร่อง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 รวม 3,036 ครั้งทั่วประเทศ โดยจะเริ่มจัดกิจกรรมพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 300 ครั้ง และภูมิภาค 76 จังหวัด รวม 2,736 ครั้ง เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นจัดกิจกรรมในพื้นที่ชุมชนให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้ประสานผู้ผลิต ห้างค้าส่งค้าปลีก และผู้ประกอบการให้ดูแลปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา ประชาชนสามารถตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่จำหน่ายสินค้าได้ทางเว็บไซต์ www.dit.go.th และเฟซบุ๊ก “กรมการค้าภายใน DIT” หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 8/2570 “พาณิชย์” ผนึก 45 พันธมิตร จัด “ไทยช่วยไทย อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ลดราคาสูงสุด 50% เร่งกระจายสินค้า ดูแลค่าครองชีพประชาชน (9 ตุลาคม 2569)
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ผนึกกำลังพันธมิตรภาคเอกชน ห้างค้าปลีก–ค้าส่ง ตลาดกลาง และตลาดสดทั่วประเทศ จัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย : อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม 2569 รวม 9 วัน นำสินค้าและวัตถุดิบจำเป็นสำหรับเทศกาลกินเจมาจัดโปรโมชั่นลดราคาสูงสุด 50% พร้อมอาหารปรุงสำเร็จและเมนูเจทางเลือก เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์สินค้าและราคาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม ณ ตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยมีนาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ นางณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการตลาดยิ่งเจริญ นายภัทรพงศ์ บำรุงสุข นายกสมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย และผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วม นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการผัก วัตถุดิบประกอบอาหาร และเครื่องปรุงเพิ่มขึ้น ขณะที่ปีนี้ฝนตกหนักและน้ำท่วมในบางพื้นที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตสินค้าเกษตร กระทรวงพาณิชย์จึงประสานแหล่งผลิตและผู้ประกอบการเพื่อเร่งกระจายผลผลิตเข้าสู่ตลาด จากการติดตามพบว่าราคาผักหลายชนิดเริ่มกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่สินค้าบางรายการมีการปรับลดราคาในช่วงเทศกาลกินเจ พร้อมจัดหาผักทางเลือกในกรณีที่ผลผลิตบางชนิดมีไม่เพียงพอ สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยเฉพาะเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานผู้ผลิตและผู้ประกอบการเพื่อบริหารจัดการปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมดูแลราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าในราคาที่เป็นธรรม ขณะเดียวกันผู้ผลิตและผู้จำหน่ายยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ กรมการค้าภายในผนึกกำลังพันธมิตร 45 ราย ครอบคลุมผู้ประกอบการ ห้างค้าปลีก–ค้าส่ง ตลาดกลาง และตลาดสด นำสินค้าและวัตถุดิบสำหรับเทศกาลกินเจมาจัดโปรโมชั่นลดราคาสูงสุด 50% พร้อมอาหารปรุงสำเร็จและสินค้าอาหารทางเลือก นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายร้านค้าของผู้ประกอบการทั่วประเทศ และเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิตไทย ภายในงานยังมีการนำเสนอเมนูอาหารเจจากนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) โดยเชฟพล ตัณฑเสถียร ร่วมปรุงเมนูยำเส้นโปรตีนและเต้าหู้ฉีกไข่ผำ พร้อมนำเสนอทางเลือกอาหารที่พัฒนาจากนวัตกรรมและวัตถุดิบทางเลือก โดยมีความร่วมมือด้านนวัตกรรมอาหารจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถเลือกอาหารได้ตามความต้องการ นางศุภจี กล่าวขอบคุณผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ห้างค้าปลีก–ค้าส่ง ตลาดสด และพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือประชาชน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วม “อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม” ในเทศกาลกินเจ 2569 ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม 2569 เลือกซื้อสินค้าและอาหารเจจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ด้านนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กิจกรรม “ไทยช่วยไทย อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงผักสดเข้าสู่ตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและช่วยดูแลราคาสินค้า การร่วมมือกับห้างค้าปลีก–ค้าส่ง สถานีบริการน้ำมันและร้านกาแฟภายในสถานีบริการ อาทิ พันธุ์ไทย คาเฟ่ อเมซอน และอินทนิล รวมถึงตลาดกลางและตลาดสด จัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า 5 หมวด ได้แก่ วัตถุดิบอาหารเจลดสูงสุด 50% ซอสปรุงรสลดสูงสุด 50% อาหารสำเร็จรูปลดสูงสุด 50% เครื่องดื่มเจลดสูงสุด 45% และผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ลดสูงสุด 50% นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถเลือกซื้อวัตถุดิบและสินค้าอาหารเจในราคาพิเศษได้ที่ห้างค้าปลีก–ค้าส่งชั้นนำที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ Go Wholesale, Tops, Big C, Lotus’s, Makro และ 7-Eleven เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ สำหรับภาพรวมโครงการ มีพันธมิตรเข้าร่วม 45 ราย ครอบคลุมการเชื่อมโยงผักสดจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลาง 4 แห่ง การจำหน่ายวัตถุดิบและอาหารเจผ่านห้างค้าปลีก–ค้าส่งและร้านสะดวกซื้อ 697 รายการ ผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต (Future Food) 51 รายการ และอาหารปรุงสด–ปรุงสำเร็จจากร้านอาหารเจ 250 ร้านค้า รวม 852 รายการทั่วประเทศ โดยจัดโปรโมชั่นลดราคาสูงสุด 50% เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าและอาหารเจในราคาประหยัด ควบคู่กับการกระจายผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาดและเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการตลอดช่วงเทศกาล
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 7/2570 “กรมการค้าภายใน” ผนึกผู้ค้าดูแลราคาสินค้ารับเทศกาลกินเจ วัตถุดิบหลายรายการลดลง ผักเริ่มคลี่คลาย (9 ตุลาคม 2569)
วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า ณ ชุมชนเล่งบ๊วยเอี๊ยะ (เยาวราช) เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ว่า เทศกาลกินเจปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 โดยกรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและพบปะผู้ประกอบการ เพื่อดูแลให้ประชาชนซื้อสินค้าได้อย่างเป็นธรรม ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มอบหมายให้ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการช่วยลดภาระค่าครองชีพและดูแลราคาสินค้าในช่วงเทศกาล สำหรับเทศกาลกินเจปี 2569 ต้องยอมรับว่าบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนบางตาลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม จากการติดตามราคาวัตถุดิบอาหารเจเฉลี่ยทั่วประเทศ พบว่าหลายรายการมีราคาลดลง โดยเห็ดหอมขนาดเล็กจากกิโลกรัมละ 335 บาท ลดลงเหลือ 290 บาท เห็ดหอมขนาดใหญ่จาก 450 บาท ลดลงเหลือ 425 บาท ดอกไม้จีนจาก 375 บาท ลดลงเหลือ 360 บาท โปรตีนเกษตรจาก 165 บาท ลดลงเหลือ 160 บาท และแปะก๊วยจาก 95 บาท ลดลงเหลือ 92.50 บาท ขณะที่ซอสและเครื่องปรุงรสส่วนใหญ่มีราคาทรงตัว นายวัฒนศักย์กล่าวว่า กรมการค้าภายในได้ประสานความร่วมมือกับห้างค้าปลีกให้จัดโปรโมชั่นและตรึงราคาซอสปรุงรส เครื่องปรุงรส และสินค้าที่จำเป็นสำหรับเทศกาลกินเจ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยจะมีการเปิดเผยรายละเอียดมาตรการเพิ่มเติมในช่วงบ่ายของวันนี้ ภายในงานเปิดเทศกาลกินเจ ณ ตลาดยิ่งเจริญ นอกจากนี้ จากการพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่เยาวราช พบว่าผู้ประกอบการพร้อมให้ความร่วมมือในการตรึงราคาและดูแลผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อวัตถุดิบและอาหารเจได้ในราคาที่เหมาะสม พร้อมเชิญชวนประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยที่ชุมชนเล่งบ๊วยเอี๊ยะ ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีอาหารหลากหลาย สะอาด และมีคุณภาพ สำหรับสถานการณ์ราคาผักที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลงและราคาปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ขณะนี้สถานการณ์เริ่มมีสัญญาณคลี่คลาย โดยราคาขายส่ง ณ ตลาดกลางในช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา มีแนวโน้มปรับลดลง แม้ในช่วงเช้าวันนี้ราคาผักบางรายการจะขยับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเป็นวันแรกของเทศกาลกินเจที่มีความต้องการใช้วัตถุดิบเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมราคายังกลับมาอยู่ในระดับปกติ และคาดว่าสถานการณ์จะค่อยๆกลับสู่ปกติ ในส่วนของผลผลิต กรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แหล่งผลิตผักในตำบลดอนตูม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เพื่อหาแนวทางสนับสนุนให้มีผลผลิตที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดูแลผลผลิตและป้องกันความเสียหายจากโรคพืช เพื่อเพิ่มปริมาณผักในระบบและช่วยให้สถานการณ์ราคามีเสถียรภาพมากขึ้น ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ราคาผักอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานตลาดกลางและแหล่งผลิตเพื่อเร่งกระจายผลผลิตเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ในส่วนอาหารเจปรุงสำเร็จ ผู้ประกอบการในพื้นที่เยาวราชให้ความร่วมมือในการดูแลราคาและบริหารต้นทุน โดยปรับเมนูและราคาจำหน่ายให้เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้ออาหารได้ในราคาที่เข้าถึงได้ตลอดเทศกาลกินเจ กรมการค้าภายในจะติดตามราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจำหน่ายสินค้าเป็นไปอย่างเป็นธรรม สำหรับสินค้าเนื้อหมูและไข่ไก่ กรมการค้าภายในประสานกรมปศุสัตว์ติดตามปริมาณและราคาอย่างใกล้ชิด โดยราคาเฉลี่ยเนื้อหมูแดงช่วงวันที่ 6–8 ตุลาคมอยู่ที่ประมาณ 132–133 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่มาตรการดูแลปริมาณไข่ไก่ได้ขอความร่วมมือให้ยืดระยะเวลาการเลี้ยงแม่ไก่ยืนกรงออกไปอีก 3–5 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มปริมาณไข่เข้าสู่ระบบประมาณวันละ 2 ล้านฟอง พร้อมประสานผู้ส่งออกให้ชะลอหรือปรับลดการส่งออกตามความเหมาะสม เพื่อรักษาปริมาณไข่ไก่สำหรับบริโภคภายในประเทศ ทั้งนี้ กรมการค้าภายในขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกประเภทให้จำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรม ปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน และไม่ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยเฉพาะกรณีการรับซื้อไข่ไก่หน้าฟาร์มและการปรับเปลี่ยนราคาจำหน่ายที่อาจทำให้ตลาดเกิดความผันผวน หากพบพฤติการณ์เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมฯ จะตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 6/2570 “พาณิชย์” ผนึกปศุสัตว์ ติดตามหมูน้ำท่วมใกล้ชิด ดูแลปริมาณ–ราคา ให้ประชาชนมีหมูเพียงพอ (8 ตุลาคม 2569)
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมฟาร์มสุกรในพื้นที่ภาคตะวันออก กรมการค้าภายในได้ประสานกรมปศุสัตว์เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความเสียหาย ปริมาณสุกรที่มีอยู่ในระบบ และปริมาณสุกรที่จะออกสู่ตลาด เพื่อประเมินสถานการณ์และดูแลให้มีหมูเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน จากการประสานข้อมูลกับกรมปศุสัตว์ พบว่า มีสุกรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประมาณ 9,000 ตัว ขณะที่ปกติมีสุกรเข้าสู่ตลาดเกือบ 2 ล้านตัวต่อเดือน หรือประมาณ 63,000 ตัวต่อวัน ทำให้ขณะนี้ยังมีหมูออกสู่ตลาดได้ตามปกติ และยังเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยกรมการค้าภายในจะติดตามทั้งปริมาณและราคาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลสถานการณ์ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม สำหรับสถานการณ์ราคา ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 พบว่า ราคาสุกรมีชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ 68.30 บาทต่อกิโลกรัม และราคาหมูเนื้อแดงไม่ตัดแต่งเฉลี่ยอยู่ที่ 132.13 บาทต่อกิโลกรัม โดยราคายังทรงตัวและปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะร่วมกับกรมปศุสัตว์ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านปริมาณสุกรที่เข้าสู่ตลาด ความเคลื่อนไหวของราคา รวมถึงร่วมตรวจสอบการจำหน่ายสุกรและสินค้าเกี่ยวเนื่องของฟาร์มและผู้ประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามปกติ เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการและประชาชนสามารถซื้อได้ในราคาที่เหมาะสม พร้อมกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าให้เป็นธรรม หากพบเห็นการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หากตรวจพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 5/2570 “กรมการค้าภายใน” ขอผู้ประกอบการ จำหน่ายวัสดุซ่อมแซม เครื่องไฟฟ้า บริการซ่อมแซมรถยนต์ ตรึงราคา และเตรียมสินค้า–อะไหล่ให้พร้อม จัดส่วนลด–บริการช่างราคาพิเศษ ช่วยประชาชนฟื้นฟูหลังน้ำลด (8 ตุลาคม 2569)
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการฟื้นฟูหลังพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยได้ขอให้ผู้ประกอบการทุกรายตรึงราคาสินค้าและบริการ กำชับให้ ผู้ประกอบการบริหารจัดการสต๊อกสินค้าและอะไหล่ให้เพียงพอ เร่งเติมสินค้าและกระจายไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการ รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านช่างและบริการซ่อมแซม เพื่อรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังน้ำลด โดยมี ผู้ประกอบการที่ร่วมให้ความร่วมมือ ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. หมวดวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน อาทิ โฮมโปร, ดูโฮม, ไทวัสดุ, เมกาโฮม และโกลบอลเฮ้าส์ 2. หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทำความสะอาด อาทิ ซีพี แอ็กซ์ตร้า, โฮมโปร, เมกาโฮม, โกลบอลเฮ้าส์, เพาเวอร์บาย, เพาเวอร์มอลล์, เซ็นทรัล, โรบินสัน, ดูโฮม, ไทวัสดุ และบิ๊กซี 3. หมวดศูนย์บริการและค่ายรถยนต์FIT Auto, Cockpit, Tyre Plus, B-Quik, Autoclik, Autobacs และ MMS รวมถึงค่ายรถยนต์โตโยต้า, ฟอร์ด, อีซูซุ, มิตซูบิชิ และนิสสัน นอกจากนี้ยังได้ขอให้ ผู้ประกอบการ จัดโปรโมชั่น เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำลดเพื่อลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งผู้ประกอบการยินดีให้ความร่วมมืออย่างดี อาทิ ส่วนลดสินค้าจำเป็นสำหรับการฟื้นฟูบ้าน บริการสำรวจ ตรวจเช็ก หรือซ่อมแซมฟรีหรือในราคาพิเศษ แคมเปญเก่าแลกใหม่ โปรแกรมผ่อนชำระ และการตรวจเช็กซ่อมรถยนต์ในราคาพิเศษ รวมถึงมาตรการอื่น ๆ ที่สามารถดำเนินการเพิ่มเติมได้ ซึ่งทางผู้ประกอบการจะได้ไปพิจารณาและรีบประสานแจ้งกรมการค้าภายในโดยเร็วต่อไป ทั้งนี้กรมยังได้เชิญชวนให้ห้างค้าปลีกค้าส่งสินค้าและวัสดุก่อสร้าง รวมถึงเครื่องตกแต่ง นำสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพหรือสินค้าที่ใช้ในการตกแต่งซ่อมแซมบ้านมาร่วมเปิดจุดจำหน่าย ซึ่งจะมีแผนจัดทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด และระดับภาค ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” รวมถึงยังได้เชิญชวนภาคเอกชนสนับสนุนสิ่งของจำเป็นเพื่อนำไปช่วยพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาด้านอุทกภัยอีกด้วย กรมการค้าภายในจะติดตามความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด และประสานผู้ประกอบการเพิ่มเติม หากพบความต้องการสินค้า อะไหล่ หรือบริการซ่อมแซมเร่งด่วน เพื่อให้มีสินค้าและบริการเพียงพอและทั่วถึง ขอให้ประชาชนตรวจสอบราคาและเงื่อนไขบริการก่อนซื้อหรือใช้บริการ หากพบการจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นธรรม แจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 4/2570 “กรมการค้าภายใน” เร่งเติมผักเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง ดันปริมาณเพิ่ม ราคาหลายรายการเริ่มปรับลดลง (7 ตุลาคม 2569)
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในยังคงติดตามสถานการณ์ผักสดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดและราคาขายส่ง หลังจากช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยกรมฯ ได้เร่งประสานแหล่งที่ยังมีผลผลิตและสามารถจัดส่งสินค้า ได้ ได้แก่ พื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงจังหวัดลพบุรีและนครราชสีมา เพื่อทดแทนปริมาณผักจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมขัง และให้มีสินค้าหมุนเวียนเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง จากการติดตาม “ราคาขายส่งผัก ณ ตลาดสี่มุมเมือง” วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อน พบว่า ราคาผักหลายรายการเริ่มปรับตัวลดลง สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตที่ทยอยเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น โดย กะหล่ำปลีเขียว จาก 12 บาท เหลือ 8 บาทต่อกิโลกรัม ผักบุ้งจีน จาก 100 บาท เหลือ 80 บาทต่อกิโลกรัม พริกจินดาเขียว จาก 70 บาท เหลือ 45 บาทต่อกิโลกรัม ต้นหอม จาก 150 บาท เหลือ 130 บาทต่อกิโลกรัม และ โหระพา จาก 170 บาท เหลือ 160 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ การเพิ่มปริมาณผักจากแหล่งผลิตทดแทนและการกระจายเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันด้านราคาได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ราคาผักยังขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิต สภาพอากาศ และการขนส่งในแต่ละพื้นที่ กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมประสานแหล่งผลิตเพิ่มเติม หากพบว่าผักรายการใดมีปริมาณเข้าสู่ตลาดไม่เพียงพอกับความต้องการ นายวัฒนศักย์ กล่าวว่า กรมการค้าภายในจะเดินหน้าบริหารจัดการปริมาณผักในเชิงรุก โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งผลิตและตลาดประกอบการประเมินสถานการณ์ เพื่อเร่งเชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ตลาดในจุดที่มีความต้องการ และให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดความผันผวนของราคา และดูแลให้ประชาชนสามารถซื้อผักได้ในราคาที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ขอให้ประชาชนตรวจสอบ ป้ายแสดงราคา ปริมาณ และราคา ให้ชัดเจนก่อนซื้อ รวมทั้งเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่งเพื่อประกอบการตัดสินใจ ส่วนผู้ประกอบการขอให้จำหน่ายสินค้าอย่างเป็นธรรม ปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน และใช้เครื่องชั่งที่ถูกต้องและเที่ยงตรง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบ หากประชาชนพบเห็นการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เป็นธรรม ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือสงสัยว่าได้รับสินค้าไม่ครบตามน้ำหนัก สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยกรมการค้าภายในจะเร่งตรวจสอบและดำเนินการโดยเร็ว
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 3/2570 “กรมการค้าภายใน” เร่งเติมผักเข้าตลาด รับฝน–น้ำท่วม ราคาหลายรายการเริ่มลด รับเทศกาลกินเจ “อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม” (5 ตุลาคม 2569)
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงสถานการณ์ผักสดในขณะนี้ว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่เพาะปลูก ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกสำคัญทั้งในภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบ ทำให้ปริมาณผักเข้าสู่ตลาดลดลง ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่มีฝนตกต่อเนื่อง ก็ได้รับผลกระทบด้านคุณภาพและเกิดความเสียหายต่อผลผลิตบางส่วน โดยเฉพาะผักใบ นอกจากนี้ การขนส่งที่ใช้เวลานานขึ้นยังส่งผลต่อคุณภาพสินค้าและเป็นปัจจัยให้ราคาผักบางรายการปรับตัวสูงขึ้นเพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว กรมการค้าภายในได้เร่งบริหารจัดการด้านปริมาณผัก โดยประสานเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลางสำคัญ อาทิ ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดศรีเมือง และตลาดล้านเมือง เพื่อเพิ่มปริมาณผักเข้าสู่ระบบตลาดและช่วยให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์ราคาที่ ตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นแหล่งกระจายผักรายใหญ่ พบว่า ราคาขายส่งผักบางรายการเริ่มมีแนวโน้มลดลงจากที่เคยปรับสูงขึ้นในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ กะหล่ำปลีเขียว จากราคาสูงสุด 12 บาท/กก. ปัจจุบันอยู่ที่ 8 บาท/กก. พริกจินดาเขียว จาก 70 บาท/กก. เหลือ 42 บาท/กก. พริกจินดาแดง จาก 50 บาท/กก. เหลือ 40 บาท/กก. ผักกาดขาว (ลุ้ย) จาก 18 บาท/กก. เหลือ 17 บาท/กก. และ โหระพา จาก 170 บาท/กก. เหลือ 150 บาท/กก. สะท้อนว่าปริมาณผักที่เข้าสู่ตลาดเริ่มมีมากขึ้นและช่วยให้สถานการณ์ราคาผ่อนคลายลง ส่วนราคาผักบางรายการ โดยเฉพาะ กลุ่มผักใบและลำต้นอ่อน อาทิ ต้นหอมและใบกะเพรา แม้ราคาจะเริ่มปรับลดลงจากระดับสูงสุด โดยต้นหอมจาก 150 บาท/กก. เหลือ 130 บาท/กก. และใบกะเพราจาก 150 บาท/กก. เหลือ 120 บาท/กก. แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ ผักบุ้งจีน อยู่ที่ 100 บาท/กก. และ ผักบุ้งไทย อยู่ที่ 32 บาท/กก. โดยเริ่มทรงตัวในช่วงวันที่ 3–4 ต.ค. ส่วน ผักกาดขาว (ลุ้ยจีน) ทรงตัวที่ 13 บาท/กก. ขณะที่ ใบแมงลัก ยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ล่าสุดอยู่ที่ 140 บาท/กก. เนื่องจากได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในแหล่งผลิตหลัก ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ในส่วนของการกระจายผลผลิตจากพื้นที่น้ำท่วมขัง กรมการค้าภายในได้ติดตามอย่างใกล้ชิด หากพบจุดใดมีปัญหาหรือมีอุปสรรคต่อการนำผลผลิตเข้าสู่ตลาด จะประสานหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีความพร้อมเข้าไปช่วยแก้ไข เพื่อให้ผักสามารถขนส่งและกระจายเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังเข้าสู่เทศกาลกินเจ ซึ่งความต้องการผักมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งแก้ไขปัญหา โดยกรมจะเพิ่มการเชื่อมโยงผักเข้าสู่ระบบตลาดให้เพียงพอกับความต้องการ ตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาเพื่อให้ประชาชนซื้อสินค้าได้อย่างเป็นธรรม ป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา และตรวจสอบเครื่องชั่งเพื่อป้องกันการเอาเปรียบด้านน้ำหนัก พร้อมประสานหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเทศกาลกินเจปี 2569 กรมการค้าภายในเตรียมจัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย : อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม” โดยร่วมกับตลาดกลาง ตลาดสด ห้างค้าปลีก–ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ผู้ประกอบการอาหารอนาคต (Future Food) และร้านอาหาร จัดจำหน่าย อาหารเจปรุงสุกในราคาประหยัด พร้อมจัดโปรโมชั่น วัตถุดิบเจและเครื่องปรุงเจ ลดสูงสุดกว่า 50% รวมถึงอาหารเจพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อาหารเจรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารเจได้หลากหลาย ในราคาที่เหมาะสม และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในจะยังคงติดตามสถานการณ์ผักอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านปริมาณ ราคา และการกระจายผักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้มีผักและสินค้าเพียงพอต่อความต้องการและกระจายถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสมกับต้นทุน และปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจนกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้าและค่าบริการ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ส่วนกรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 29 หากประชาชนพบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเครื่องชั่ง สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
ดูเพิ่มเติม
Dit Logo New (2)

ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สอบถามข้อมูล

arrow-down

DIT Chat Service ยินดีให้บริการ

maximize
สอบถามข้อมูลเพิมเติมกับเจ้าหน้าที่ (Admin)

บริการของกรมการค้าภายใน

7422635f-7946-4705-88ec-05d965bd7b40

การขออนุญาตประกอบการค้า

862c658c-96a2-4f51-87cb-7ae89028e48a

สอบถามราคาสินค้าเกษตร

e776ba32-103f-4917-b746-5333af42cf9d

รวบรวมกิจกรรมกรมการค้าภายใน

3e6fa301-b225-4427-b882-4d78e453a2ed

การเดินทางมายังกรมการค้าภายใน

เลขที 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

โทรศัพท์ 0-2507-5530

โทรสาร: 0-257-5361

E-mail: Saraban@dit.go.th

Call Center: 1569 ร้องเรียน/เสนอแนะ