ข่าวเลขที่ 267/2568 DIT พาณิชย์ออกประกาศ ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2568/69 สร้างหลักประกันราคาผลผลิตเกษตรกร เข้มบังคับใช้กฎหมายผู้รวบรวม–โรงงานอาหารสัตว์ (30 สิงหาคม 2568)
พาณิชย์ออกประกาศ ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2568/69 สร้างหลักประกันราคาผลผลิตเกษตรกร เข้มบังคับใช้กฎหมายผู้รวบรวม โรงงานอาหารสัตว์ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เห็นชอบการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ประจำปี 2568/69 ตนจึงได้ลงนามออก ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ประจำปี 2568/69 เพื่อให้การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกร ผู้รวบรวม และโรงงานอาหารสัตว์ มีความเหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับสถานการณ์การผลิตและการตลาด โดยประกาศฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2568 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยตามประกาศดังกล่าว ได้กำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สด ชนิดเมล็ดที่มีความชื้น 30% ของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิจิตร และอุทัยธานี ในราคากิโลกรัมละ 7.05 บาท สำหรับจังหวัดอื่น ๆ ให้เป็นไปตามโครงสร้างราคารับซื้อรายจังหวัด ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห้ง ชนิดเมล็ดที่มีความชื้น 14.5% ณ หน้าโรงงานอาหารสัตว์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในราคากิโลกรัมละ 9.80 บาท สำหรับจังหวัดอื่น ให้เป็นไปตามระยะทาง และค่าขนส่งในแต่ละพื้นที่ โดยปรับเพิ่มหรือลดราคาตามตารางการหักลดน้ำหนักเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีความชื้น ซึ่งกรมการค้าภายในได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและได้ตกลงราคากันไว้ก่อนหน้าประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ คู่สัญญา สามารถซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ในราคาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา นายจตุพร เน้นย้ำว่า ผู้รวบรวมและโรงงานอาหารสัตว์ทุกแห่งต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์อย่างเคร่งครัด โดยต้องแสดงราคารับซื้อและอัตราการหักลดความชื้น ณ จุดรับซื้ออย่างชัดเจน โดยกรมการค้าภายในได้แจ้งไปยังจังหวัดทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้องเพื่อกำกับดูแลการซื้อขายให้เป็นไปตามประกาศ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกำกับดูแลพร้อมกับชุดตรวจสอบลงพื้นที่ ตรวจสอบการรับซื้ออย่างสม่ำเสมอ หากฝ่าฝืน เช่น การรับซื้อในราคาต่ำกว่าที่แสดงไว้ หรือหักลดน้ำหนักความชื้นไม่ตรงตามที่ประกาศกำหนด จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก ทั้งนี้ หากมีผู้รวบรวมรายใดปฏิเสธหรือประวิงการจำหน่ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 30 และหากโรงงานอาหารสัตว์รายใดรับซื้อในราคาที่ต่ำเกินสมควร หรือหยุดรับซื้อ จำกัดคิว หรือปิดโรงงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จนทำให้ราคาในตลาดปั่นป่วน ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 โดยทั้งสองกรณีมีโทษสูงสุดถึงจำคุก 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ยังได้กำหนดมาตรการสอดคล้องกับการกำหนดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ WTO ในโควตาหรือข้าวสาลีสำหรับการผลิตอาหารสัตว์ ในปี 2569 โดยระบุว่า ผู้ประกอบการที่ยื่นขออนุญาตนำเข้า จะต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศในปริมาณ 3 ส่วน ต่อการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือข้าวสาลี 1 ส่วน พร้อมทั้งต้องแสดงหลักฐานการรับซื้อจากเกษตรกรในประเทศ และราคารับซื้อต้องเป็นไปตามราคาดังกล่าวข้างต้น ประกาศฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นหลักประกันราคาผลผลิตของเกษตรกร ป้องกันการกดราคาจากกลไกตลาด และสร้างความชัดเจนแก่ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามและกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกติกาและเกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร นายจตุพร กล่าว
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 266/2568 DIT จัดมหกรรม Soft Power Connects Local to Global 2025 ยกสินค้าชุมชนกว่า 60 แห่งสู่ห้างดัง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก (29 สิงหาคม 2568)
DIT จัดมหกรรม Soft Power Connects Local to Global 2025 ยกสินค้าชุมชนกว่า 60 แห่งสู่ห้างดัง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก วันนี้ (29 ส.ค. 68) ตามนโยบาย กระทรวงพาณิชย์ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย โดยนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน มอบหมายให้ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน นายกรนิจ โนนจุ้ย ตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์ งานมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน (Soft Power Connects Local to Global 2025) ณ ชั้น 2 บริเวณหน้าฟู้ดคอร์ท ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน (DIT)ได้นำสินค้าดี สินค้าเด่น และมีคุณภาพ จากตลาดต้องชม หมู่บ้านทำมาค้าขาย วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น กว่า 38 แห่ง โดยนำสินค้าจากตลาดต้องชม เช่น ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ตลาดน้ำคลองแห จ.สงขลา ตลาดจริงใจ จ.เชียงใหม่ และหมู่บ้านทำมาค้าขาย เช่น วิสาหกิจชุมชนบ้านตุ๊กตาไม้ลวงเหนือ จ.เชียงใหม่ วิสาหกิจชุมชนรังไหมประดิษฐ์ จ.สระบุรี กลุ่มทอผ้าซาโอริ จ.พังงา มาจัดจำหน่ายให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ รวมถึงการจัดกิจกรรมสาธิต (Workshop) สินค้าชุมชน นายกรนิจ โนนจุ้ย กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก มุ่งเน้นส่งเสริมสร้างการรับรู้ด้านการท่องเที่ยว การเชื่อมโยง Soft power ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชนให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงกระตุ้นการใช้จ่ายสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น DIT ขอเชิญเลือกซื้อสินค้าชุมชนจากตลาดต้องชมและหมู่บ้านทำมาค้าขาย กับงาน มหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน (Soft Power Connects Local to Global 2025) ในระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2568 ได้ตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. ณ ชั้น 2 บริเวณหน้าฟู้ดคอร์ท ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน โดยมีสินค้าดี ร้านค้าเด่น และมีคุณภาพ จากตลาดต้องชม หมู่บ้านทำมาค้าขาย วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น กว่า 60 แห่ง ทั่วประเทศ โดยหวังกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น รณรงค์การท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยตลาดต้องชม และหมู่บ้านทำมาค้าขาย เป็นตลาดในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน ที่ต้องการสนับสนุนคนในชุมชน ให้มีช่องทางทำมาค้าขาย สามารถยกระดับมาตรฐานสินค้าและศักยภาพของชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ นำรายได้กลับสู่ชุมชน พร้อมผลักดันให้สินค้าจากตลาดต้องชมและหมู่บ้านทำมาค้าขาย เกิดการพัฒนาสินค้าสู่การเจรจาซื้อขายได้ในอนาคต ควบคู่ไปกับการรักษาศิลปวัฒนธรรม และชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นของแต่ละชุมชน จึงขอเชิญชวนประชาชนมาท่องเที่ยวตลาดต้องชมและหมู่บ้านทำมาค้าขาย เข้ามาท่องเที่ยวและเลือกซื้อเลือกหาสินค้าชุม อันจะเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนต่อไป
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 265/2568 DIT “จตุพร” นำพาณิชย์ จับมือ เอกชน-ค้าส่งค้าปลีก มอบบัตรแทนเงินสด 9.6 แสนบาท แด่ครอบครัวทหารผู้เสียสละ (29 สิงหาคม 2568)
จตุพร นำพาณิชย์ จับมือ เอกชน-ค้าส่งค้าปลีก มอบบัตรแทนเงินสด 9.6 แสนบาท แด่ครอบครัวทหารผู้เสียสละ วันนี้ (29 สิงหาคม 2568) เวลา 11.00 น. ณ อาคาร 2 ชั้น 1 ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน และคณะผู้บริหาร ได้ร่วมกับผู้แทนห้างค้าส่งค้าปลีกชั้นนำ ได้แก่ บิ๊กซี, ซีพี แอ็กซ์ตร้า (แม็คโคร/โลตัส), ท็อปส์, โกโฮลเซลล์ และโรบินสัน ส่งมอบบัตรแทนเงินสด มูลค่ารวม 960,000 บาท (รายละ 60,000 บาท) ให้แก่กองทัพบก เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจปกป้องพื้นที่ชายแดนไทย กัมพูชา โดยพิธีส่งมอบได้รับเกียรติจาก พลเอก ณัฐวุฒิ นาคะนคร รองผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบกให้การต้อนรับ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ด้วยจิตสำนึกแห่งความเป็นพลเมืองไทยที่ยึดมั่นในสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน (DIT) พร้อมด้วยภาคเอกชนผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีก ขอแสดงความอาลัยและสดุดีในความกล้าหาญ ความเสียสละของทหารไทยทุกนาย การมอบบัตรแทนเงินสดในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต พร้อมส่งกำลังใจให้ก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็ง และหวังว่าความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนจะยุติลงโดยเร็ว ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ทำงานร่วมกับกองทัพบกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดงานธงฟ้าราคาประหยัด ราคาประหยัด ลดค่าครองชีพ และการมอบสิ่งของบริจาคจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับประชาชนและกำลังพล โดยเฉพาะการดูแลด้านสินค้าราคาถูกที่ช่วยแบ่งเบาภาระทหารและครอบครัว ถือเป็นการยืนยันว่า พาณิชย์พึ่งได้ ในทุกสถานการณ์ กระทรวงพาณิชย์ขอเป็นกำลังใจให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และเชื่อว่าด้วยคุณงามความดี การเสียสละ และความศรัทธาในพระสยามเทวาธิราช จะช่วยคุ้มครองให้ทหารทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 264/2568 DIT “จตุพร” เผย นบขพ. เห็นชอบหลักการราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สดชื้น 30% กก.ละ 7.05 บาท แห้งชื้น 14.5% กก.ละ 9.80 บาท เตรียมออกประกาศบังคับใช้ถึง 31 ก.ค. 69 (28 สิงหาคม 2568)
จตุพร เผย นบขพ. เห็นชอบหลักการราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สดชื้น 30% กก.ละ 7.05 บาท แห้งชื้น 14.5% กก.ละ 9.80 บาท เตรียมออกประกาศบังคับใช้ถึง 31 ก.ค. 69 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ครั้งที่ 5/2568 ในวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยได้กำหนดราคารับซื้อ ข้าวโพดสด (ชนิดเมล็ด ความชื้น 30%) เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิจิตร อุทัยธานี ราคา 7.05 บาทต่อกิโลกรัมและข้าวโพดแห้ง (ชนิดเมล็ด ความชื้น 14.5%) ณ หน้าโรงงานอาหารสัตว์ ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ราคา 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ราคารับซื้อข้าวโพดในจังหวัดอื่นเป็นไปตามระยะทาง ค่าขนส่ง เพิ่มหรือลดราคาตามราคาการหักลดน้ำหนักเมล็ดข้าวโพดที่มีความชื้น โดยราคาดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้จนถึงสิ้นสุดฤดูกาลผลิตในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ยังคงยึดตามข้อตกลงเดิม คือ ต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศทั้งหมด โดยในปี 2569 กำหนดให้การนำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO ในโควตา หรือข้าวสาลี ต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศ ในอัตรา 1:3 รมว.พาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประกาศอย่างเป็นทางการจะออกโดยเร็ว ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเร่งหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่างประกาศให้มีความชัดเจน ครอบคลุม และสามารถบังคับใช้ได้จริง ในหลักการยังยืนยันราคาที่ผู้รวบรวมต้องรับซื้อข้าวโพดของเกษตรกร ที่ความชื้น 30% อยู่ที่ 7.05 บาทต่อกิโลกรัม และโรงงานอาหารสัตว์ต้องรับซื้อจากผู้รวบรวม ที่ความชื้น 14.5% ในราคา 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ราคานี้จะมีผลจนสิ้นสุดฤดูกาล เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสร้างความมั่นใจแก่พี่น้องเกษตรกร โดยในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมการค้าพืชไร่และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยที่จะร่วมกันดูแลพี่น้องเกษตรกรไทย โดยทั้งสองฝ่ายจะได้มีการประสานงานและหารือกันในประเด็นต่างๆเพื่อให้การซื้อขายเป็นไปโดยไม่ติดขัดต่อไป นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 263/2568 DIT ยกทัพปัจจัยเกษตรจำหน่ายในงานธงเขียวราคาประหยัด ‘ปุ๋ยถูก ยาดี ต้องที่ธงเขียว’ จ.พิจิตร เกษตรกรแห่ซื้อคึกคัก ลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 5 ล้านบาท (26 สิงหาคม 2568)
DIT ยกทัพปัจจัยเกษตรจำหน่ายในงานธงเขียวราคาประหยัด ปุ๋ยถูก ยาดี ต้องที่ธงเขียว จ.พิจิตร เกษตรกรแห่ซื้อคึกคัก ลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 5 ล้านบาท นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ เมื่อสองสัปดาห์ก่อนของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้พบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่ราคาผลผลิตยังไม่ปรับตาม กระทรวงพาณิชย์จึงได้มอบหมายให้กรมการค้าภายใน (DIT) เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้มีการจัดงานธงเขียวฯ แล้ว ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้องเกษตรกร DIT จึงเดินหน้าจัดงาน ธงเขียวราคาประหยัด ปุ๋ยถูก ยาดี ต้องที่ธงเขียว ต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและบรรเทาต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ภายใต้นโยบาย ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย ของกระทรวงพาณิชย์ ที่ยึดมั่นในหลักการ พาณิชย์พึ่งได้ สำหรับวันนี้ (26 สิงหาคม 2568) กรมการค้าภายในได้จัดงานขึ้นที่ สหกรณ์การเกษตรตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ระหว่างวันที่ 26 27 สิงหาคม 2568 โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร ผู้ผลิตปุ๋ยเคมี เคมีเกษตร และห้างค้าปลีกสมัยใหม่ อาทิ โลตัส และโกลบอลเฮ้าส์ ภายในงานมีการจำหน่ายปุ๋ยเคมีราคาพิเศษ ลดสูงสุดกระสอบละ 200 บาท สามารถซื้อได้สูงสุด 5 กระสอบต่อราย ครอบคลุมปุ๋ย 6 สูตร ได้แก่ 46-0-0, 30-0-0, 16-20-0, 15-15-15, 16-8-8 และ 18-8-8 โดยเกษตรกรที่นำสมุดทะเบียนเกษตรกร (เล่มเขียว) และบัตรประชาชนมายื่นลงทะเบียน นอกจากนี้ยังมีการจำหน่าย ยาฆ่าแมลงและยาปราบศัตรูพืช ที่จำเป็นต่อการเพาะปลูกในราคาลดพิเศษ พร้อมทั้งมอบ คูปองส่วนลด 50 บาท สำหรับซื้อเคมีเกษตรภายในงาน นายวิทยากร กล่าวว่า ผมต้องขอขอบคุณสหกรณ์การเกษตรตะพานหินที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการจัดงาน ทำให้เกษตรกรจำนวนมากได้มีโอกาสเข้าถึงปัจจัยการผลิตในราคาถูกลง วันนี้แม้จะเปิดงานเพียงครึ่งวัน บรรยากาศก็เป็นไปอย่างคึกคักและได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากพี่น้องเกษตรกร โดยสามารถจำหน่ายปุ๋ยได้ถึง 2,500 กระสอบ และที่ผ่านมา การจัดงานธงเขียวสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรได้กว่า 2.5 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าปุ๋ย 2 ล้านบาท และ ยาฆ่าแมลงและอุปกรณ์การเกษตรอีก 5 แสนบาท จัด 2 ครั้งลดต้นทุนได้ถึง 5 ล้านบาท อธิบดีกรมการค้าภายในยังเปิดเผยว่า ขณะนี้มีจังหวัดต่าง ๆ ส่งคำขอให้กรมการค้าภายในจัดงานลักษณะเดียวกันแล้วไม่น้อยกว่า 20 จังหวัด โดยกรมฯ จะทยอยจัดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะในโอกาสที่มีการประชุมสหกรณ์การเกษตร ซึ่งมีเกษตรกรมารวมตัวอยู่แล้ว จะทำให้บรรยากาศคึกคักและเกิดประโยชน์กับเกษตรกรมากที่สุด
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 262/2568 "สุชาติ" ยกทัพสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดจำหน่ายให้พี่น้องชาวฉะเชิงเทรา ในงาน "ธงฟ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา" (26 สิงหาคม 2568)
DIT จัดงาน ธงฟ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา นำสินค้าอุปโภคบริโภค 10 หมวด กว่า 800 รายการ ลดสูงสุด 60% และยังมีสินค้าไฮไลท์ ทั้งไขไก่ น้ำตาลทราย น้ำมันปาล์ม ข้าวหอมมะลิ และลำไย มาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อช่วยลดการะค่าครองชีพ และเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้า และเชื่อมโยงสินค้าจากผู้ประกอบการจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุบคุมการผ่านแดนไทย-กัมพูชา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันนี้ (25 สิงหาคม 2568) กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน(DIT) ได้จัดงาน ธงฟ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนโดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ ทำให้ประชาชนมีความสุข ภายใต้นโยบาย ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย ของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการดูแลราคาสินค้าให้เป็นธรรม คุ้มครองผู้บริโภคอย่างเท่าเทียม เพิ่มโอกาสทางการค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อให้ทุกครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อันจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยจัดงานจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ระหว่างวันที่ 25 - 27 สิ่งหาคม 2568 ณ วัดกลางบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตรายกลางและรายย่อย (SMEs) วิสาหชุมชน และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการผ่านแดนไทย-กัมพูชา นำสินค้าอุปโภคบริโภค มาจำหน่ายรวม 10 หมวด กว่า 800 รายการ ลดสูงสุด 60% อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ซอสปรงรส น้ำยาซักผ้า ของใช้ประจำวัน เครื่องครัว อุปกรณ์ช่าง เครื่องแต่งกาย สินค้าชุมชน เป็นต้น ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าไฮไลท์ ในราคาพิเศษทุกวัน อาทิ ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 90 บาท น้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 23 บาท น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 44 บาท ข้าวหอมมะลิ (5 กก.) ถุงละ 135 บาท นอกจากนั้นยังเชื่อมโยง สินค้าจากกลุ่มเกษตรกร และลำไย กิโลกรัมละ 15 บาท และยังเชื่อมโยงสินค้าจากเกษตรกรและผู้ประกอบการจังหวัดสระแก้ว มาจำหน่ายในงานอีกด้วย ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่มีเป้าหมายเร่งด่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างสภาพคล่องในระบบ รวมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย โดยกรมการค้าภายในได้ดำเนินการจัดงานธงฟ้าราคาประหยัดอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และกลุ่มเกษตรกร ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอย ผู้ประกอบการมีช่องทางในการจำหน่ายสินค้า และยังเป็นการสนับสนุนนโยบายในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง มาเลือกซื้อสินค้าในโครงการนี้ ซึ่งเป็นสินค้าคุณภาพและราคาประหยัดที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้เลือกสรรมาให้ท่าน ทั้งสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ ของกินของใช้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้ตามเป้าหมาย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มีดำริให้จัดงานธงฟ้า เพื่อช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 261/2568 “จตุพร” ควง “สุชาติ” ลงพื้นที่ตลาดสวนมะม่วง จันทบุรี พูดคุยพ่อค้าแม่ค้า-ประชาชนพื้นที่ หนุนไทยช่วยไทย ใช้เสน่ห์ท้องถิ่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (24 สิงหาคม 2568)
จตุพร ควง สุชาติ ลงพื้นที่ตลาดสวนมะม่วง จันทบุรี พูดคุยพ่อค้าแม่ค้า-ประชาชนพื้นที่ หนุนไทยช่วยไทย ใช้เสน่ห์ท้องถิ่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายกิจฐพร โชติสุวรรณ์ นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรี และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ ตลาดสวนมะม่วง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจการค้า ให้กำลังใจแก่พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนในพื้นที่ ให้ พาณิชย์พึ่งได้ ตลาดสวนมะม่วง เป็นตลาดเช้าดั้งเดิมที่เปิดตั้งแต่ช่วงตีสองจนถึงเช้า เต็มไปด้วยสินค้าหลากหลาย ทั้งอาหารทะเลสด เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ของแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ และขนมท้องถิ่น สะท้อนวิถีชีวิตของคนจันทบุรีที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ชุมชนไว้อย่างชัดเจน นายจตุพร กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามการดำเนินงาน โครงการตลาดเครื่องชั่งมาตรฐาน ของกรมการค้าภายใน เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม และสร้างความมั่นใจในการซื้อขายสินค้า พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการ ติดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างโปร่งใส ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน การลงพื้นที่ครั้งนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยนายจตุพรและนายสุชาติได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าหลายราย สอบถามถึงปัญหาและความเป็นอยู่ พร้อมทั้งชิม ปาท่องโก๋สูตรดั้งเดิม ที่มีน้ำจิ้มรสเปรี้ยวเค็มอันเป็นเอกลักษณ์ของตลาด ซึ่งขายต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี รวมถึงแวะอุดหนุนผัก ผลไม้ ขนมไทย และอาหารเช้าอย่างโจ๊กและต้มเลือดหมูในตลาด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังได้ให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้า พร้อมยืนยันว่ากระทรวงจะเร่งเดินหน้ามาตรการดูแลผู้ประกอบการรายย่อย ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก เพื่อให้ตลาดชุมชนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานราก และทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า กระทรวงพาณิชย์เป็นที่พึ่งของประชาชนได้จริง ที่นายจตุพรได้นโยบาย พาณิชย์พึ่งได้ ที่มุ่งให้กระทรวงพาณิชย์เป็นที่พึ่งของประชาชนทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภคและผู้ประกอบการในทุกระดับ ด้วยมาตรการดูแลราคาสินค้า การคุ้มครองสิทธิผู้ซื้อ และการส่งเสริมตลาดชุมชน และ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย ที่ส่งเสริมให้คนไทยสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศ อุดหนุนผู้ประกอบการรายย่อยและตลาดท้องถิ่น เพื่อหมุนเวียนรายได้ในชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 260/2568 "จตุพร ประธาน นบขพ. เคาะมาตรการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เสริมเสถียรภาพราคา-ส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2568/69 วงเงิน 224.5 ล้านบาท พร้อมยังคงมาตรการ 3 ต่อ 1 การนำเข้าข้าวโพด ภายใต้ AFTA ผู้นำเข้าทั่วไปนำเข้าได้ในช่วง 1 ก.พ.-31 ส.ค. 2569" (22 สิงหาคม 2568)
จตุพร ประธาน นบขพ. เคาะมาตรการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เสริมเสถียรภาพราคา-ส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2568/69 วงเงิน 224.5 ล้านบาท พร้อมยังคงมาตรการ 3 ต่อ 1 การนำเข้าข้าวโพด ภายใต้ AFTA ผู้นำเข้าทั่วไปนำเข้าได้ในช่วง 1 ก.พ.-31 ส.ค. 2569 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) (22 สิงหาคม 2568) ว่า รัฐบาลมีเจตนารมณ์ที่จะดูแลสินค้าเกษตร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และสร้างสมดุลให้กับทุกภาคส่วน สำหรับสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องมีการบริหารให้สอดคล้องกันทั้งระบบ รวมถึงการการดำเนินการเพื่อลดปัญหา PM2.5 โดยยืนยันมติ นบขพ. เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ที่ให้โรงงานอาหารสัตว์ทุกแห่งเปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้น 14.5% ในราคา 9.80 บาท/กิโลกรัม และให้ผู้รวบรวมในพื้นที่รับซื้อข้าวโพดสดความชื้น 30% จากเกษตรกรในราคา 7.05 บาท/กิโลกรัม หากภายหลังหากพบว่าวัตถุดิบขาดแคลนหรือมีการกักตุน รัฐจะช่วยดำเนินการหาแหล่งวัตถุดิบทดแทนให้ ทั้งนี้ หากโรงงานอาหารสัตว์ที่ต้องการนำเข้ามีการซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคาที่ต่ำกว่า 9.80 บาท/กิโลกรัม จะไม่สามารถนำมาใช้เป็นเอกสารประกอบการขอนำเข้า ในสัดส่วน 3:1 ได้ สำหรับมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาและส่งแสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2568/69 ได้เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาและส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2568/69 จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โครงการเพิ่มช่องทางการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมวงเงินกว่า 244.50 ล้านบาท และจะเสนอเข้า ครม. เห็นชอบต่อไป ด้าน มาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทนยังคงมาตรการเดิม โดยการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้ AFTA ผู้นำเข้าทั่วไปนำเข้าได้ในช่วง 1 ก.พ.-31 ส.ค. 2569 สำหรับการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน ให้ใช้การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ตั้งแต่ 1 ส.ค. 68 เป็นต้นไป มาแสดงประกอบการขออนุญาตนำเข้าข้าวสาลีในปี 2569 โดยให้คณะอนุกรรมการในการติดตามสถานการณ์ด้านการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทน ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เกษตรกร และเอกชน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการตามมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ซึ่ง พณ.จะได้นำเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบต่อไป
ดูเพิ่มเติม
Dit Logo New (2)

ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สอบถามข้อมูล

arrow-down

DIT Chat Service ยินดีให้บริการ

maximize
สอบถามข้อมูลเพิมเติมกับเจ้าหน้าที่ (Admin)

บริการของกรมการค้าภายใน

7422635f-7946-4705-88ec-05d965bd7b40

การขออนุญาตประกอบการค้า

862c658c-96a2-4f51-87cb-7ae89028e48a

สอบถามราคาสินค้าเกษตร

e776ba32-103f-4917-b746-5333af42cf9d

รวบรวมกิจกรรมกรมการค้าภายใน

3e6fa301-b225-4427-b882-4d78e453a2ed

การเดินทางมายังกรมการค้าภายใน

เลขที 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

โทรศัพท์ 0-2507-5530

โทรสาร: 0-257-5361

E-mail: Saraban@dit.go.th

Call Center: 1569 ร้องเรียน/เสนอแนะ