ข่าวเลขที่ 275/2568 ‘DIT’ ลงพื้นที่พิษณุโลก ผู้รวบรวมรับซื้อข้าวโพดตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ดันราคาขึ้น เกษตรกรมั่นใจขายได้ราคาดี (9 กันยายน 2568)
DIT ลงพื้นที่พิษณุโลก ผู้รวบรวมรับซื้อข้าวโพดตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ดันราคาขึ้น เกษตรกรมั่นใจขายได้ราคาดี อธิบดี DIT ลงพื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ติดตามราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยืนยันลานรับซื้อปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ราคาขยับแตะ 6.89 บาท/กก. เกษตรกรพอใจ รัฐช่วยพยุงราคาผลผลิต พร้อมเร่งแก้ปัญหาเครื่องวัดความชื้นให้ได้มาตรฐาน เพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย วันที่ 8 กันยายน 2568 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยเปิดเผยว่า วันนี้ DIT ได้นำเจ้าหน้าที่มาลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ บริษัท บางระกำเกตุธัญญาค้าพืชผล จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในลานรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง และฤดูกาลนี้เป็นผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งขณะนี้มีการรับซื้ออย่างต่อเนื่อง ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดในราคาที่หน้าโรงงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ 9.80 บาท/กก. และที่ลานรับซื้อในจังหวัดเพชรบูรณ์และอีก 5 จังหวัดในราคา 7.05 บาท/กก. สำหรับพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก กำหนดราคามาตรฐานข้าวโพดเบอร์ 2 ที่ความชื้นไม่เกิน 30% อยู่ที่ 6.89 บาท/กก. ซึ่งเป็นราคาที่ลานรับซื้อจากเกษตรกรจริง นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเป็นช่วงปลายฤดูของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่ม โดยจะมีข้าวโพดในพื้นที่ดอนหรือข้าวโพดบนดอยลงมาเพิ่มเติม ซึ่งก็เป็นข่าวดีที่เกษตรกรจะได้รับราคาที่ดี ซึ่งเหมาะสมกับต้นทุนและทำให้เกษตรกรอยู่ได้ โดยจากการพูดคุยในเรื่องของการรับซื้อ ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้สะท้อนความเห็นว่า นโยบายดังกล่าวถือเป็นนโยบายที่ดีที่ช่วยพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ จากที่คาดว่าจะเหลือเพียงราคา 4 5 บาท/กก. ทำให้ปัจจุบันได้มีการขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6 บาท/กก. ขึ้นไป ตามคุณภาพของผลผลิต ซึ่งถือเป็นมาตรการที่มาช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง โดยการรับซื้อของลานได้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอย่างเคร่งครัด และโรงงานในพื้นที่พิษณุโลกก็ได้รับซื้อตามประกาศฯ จริง ตามชั้นคุณภาพ จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับราคาที่ดี อย่างไรก็ดี วันนี้เราได้รับฟังปัญหาโดยเฉพาะเรื่องการตรวจวัดความชื้นข้าวโพด โดยเฉพาะในพื้นที่ของอำเภอบางระกำ และบางพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่ม ช่วงนี้ที่มีฝนตกชุกทำให้ข้าวโพดมีความชื้นสูง เมื่อเกษตรกรนำมาขายที่ลาน และใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น PM450 ที่ได้รับการรับรองให้ใช้กับสินค้าเกษตรที่มีความชื้นไม่เกิน 35% ทำให้ข้าวโพดที่เกษตรกรนำมาขายมีความชื้นเกินกว่ามาตรฐานของเครื่องวัดความชื้นดังกล่าว จึงไม่สามารถวัดความชื้นข้าวโพดบางส่วนได้ ทำให้ลานรับซื้อข้าวโพดของเกษตรกรไม่สามารถกำหนดราคาตามความชื้นได้ นายวิทยากร กล่าวต่อว่า กรม จึงได้มอบหมายสำนักงานชั่งตวงวัดจังหวัดพิษณุโลกประสานกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดให้ผู้นำเข้าเครื่องวัดความชื้นเร่งตรวจทดสอบเครื่องวัดความชื้นรุ่นดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และให้กองชั่งตวงวัดส่วนกลางเร่งหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความเที่ยงตรงและเป็นธรรมโดยเร็วไปพร้อมกัน และย้ำว่าให้ทุกลานรับซื้อใช้เครื่องวัดความชื้นชนิดที่ได้รับการตรวจรับรองจาก DIT เท่านั้น และห้ามดัดแปลงแก้ไขเครื่องเองทุกกรณี โดย DIT จะจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจเครื่องชั่งมาตรวจสอบให้ท่านทุกลาน เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม เป็นไปตามมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการ ที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้ราคาที่เป็นธรรม และสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ แต่อย่างไรก็ดี ในส่วนของพื้นที่ปลูกข้าวโพดในพื้นที่ปกติ ขอให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวความชื้นที่เหมาะสมตามประกาศเพื่อจะได้ข้าวโพดที่มีคุณภาพ และเกษตรกรจะได้รับราคาที่ดี ซึ่งเป็นประโยชน์กับเกษตรกรเอง นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 274/2568 “DIT” ขนปุ๋ยถูก–ยาดี ธงเขียว บุกพิษณุโลก ลดสูงสุดกระสอบละ 200 บาท 8–9 ก.ย. นี้ คาดช่วยลดต้นทุนเกษตรกรกว่า 2 ล้านบาท (8 กันยายน 2568)
DIT ขนปุ๋ยถูก ยาดี ธงเขียว บุกพิษณุโลก ลดสูงสุดกระสอบละ 200 บาท 8 9 ก.ย. นี้ คาดช่วยลดต้นทุนเกษตรกรกว่า 2 ล้านบาท กรมการค้าภายใน (DIT) เดินหน้าโครงการ ปุ๋ยถูก ยาดี ต้องที่ธงเขียว ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 8 9 กันยายน 2568 ลดราคาปุ๋ยสูงสุดกระสอบละ 200 บาท และอุปกรณ์เกษตรกว่า 50% ช่วยบรรเทาต้นทุนช่วงเพาะปลูกสินค้าเกษตรไทย เตรียมจัดต่อที่เพชรบุรี 15 16 กันยายนนี้ เพื่อต้นทุนการผลิตและเสริมความมั่นคงด้านปัจจัยการเกษตรให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ วันนี้ (8 กันยายน 2568) ณ สหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัด จังหวัดพิษณุโลก นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เปิดงาน ปุ๋ยถูก ยาดี ต้องที่ธงเขียว จังหวัดพิษณุโลก โดยเปิดเผยว่า วันนี้ DIT ได้นำสินค้าปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอุปกรณ์การเกษตร ที่เป็นปัจจัยการผลิตมาจำหน่ายในราคาประหยัด ให้แก่พี่น้องในอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยการจัดงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก 4 สมาคม ที่เกี่ยวกับการผลิตและการค้าปุ๋ยและยาฯ โดยนำผู้ประกอบการกว่า 24 บริษัท ที่มีปุ๋ยเคมีและเคมีเกษตรคุณภาพดีมาจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยปุ๋ยเคมีหลายสูตรได้รับการลดราคาสูงสุดถึงกระสอบละ 200 บาท อาทิ ปุ๋ยนกปากห่าง สูตร 30-0-0 จากราคาปกติ 735 บาท เหลือ 535 บาท ปุ๋ยดาวลูกโลก สูตร 30-0-0 จาก 750 บาท เหลือ 550 บาท ปุ๋ยกระต่าย สูตร 16-8-8 จาก 810 บาท เหลือ 610 บาท ปุ๋ยหัววัว-คันไถ สูตร 18-8-8 จาก 815 บาท เหลือ 615 บาท และสูตร 16-8-8 จาก 810 บาท เหลือ 610 บาท ปุ๋ยดาวลูกโลก สูตร 16-8-8 จาก 800 บาท เหลือ 600 บาท และปุ๋ยรุ่งอรุณ สูตร 16-8-8 จาก 790 บาท เหลือ 590 บาท เป็นต้น นอกจากปุ๋ยเคมีแล้ว ภายในงานยังมียาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่ลดราคาสูงสุดถึง 50% อุปกรณ์การเกษตรลดราคาสูงสุด 55% รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ ไข่ไก่ น้ำมันพืช มาจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดด้วย โดยนอกจากได้ซื้อสินค้าราคาถูกแล้ว เกษตรกรยังได้รับคูปองส่วนลด 50 บาทสำหรับซื้อเคมีเกษตรภายในงานอีกด้วย นายวิทยากร กล่าวต่อว่า ช่วงนี้ถือเป็นฤดูกาลเพาะปลูกสินค้าเกษตร อาทิ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ถั่งเหลือง เป็นต้น โดยการสนับสนุนปุ๋ยและปัจจัยการผลิตในราคาย่อมเยาจะทำให้พี่น้องเกษตรได้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก และทำให้สินค้าเกษตรมีคุณภาพดีขึ้นด้วย DIT คาดว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยให้เกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าถึงปุ๋ย ยา และอุปกรณ์การเกษตรคุณภาพดีในราคาย่อมเยา ลดต้นทุนการผลิตได้รวมหลายล้านบาท สอดคล้องกับนโยบาย ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย ของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเสริมศักยภาพการผลิตภายในประเทศและช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทยด้วยกัน นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า DIT ได้จัดกิจกรรม ปุ๋ยถูก ยาดี ต้องที่ธงเขียว ไปแล้ว 3 ครั้ง และมีแผนจัดต่ออีก 12 ครั้งทั่วประเทศ โดยพื้นที่ถัดไปคือจังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 16-17 กันยายน 2568 ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านลาด ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียงได้ และหากพี่น้องเกษตรกรพื้นที่ใดต้องการให้ DIT นำสินค้าไปจำหน่าย ท่านสามารถแจ้งความประสงค์ไปยังสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดท่าน เพื่อประสานมายัง DIT และท่านสามารถติดตามกิจกรรมของกรมได้ทางเพจเฟสบุ๊ค กรมการค้าภายใน DIT ได้
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 273/2568 “DIT” ลุยตรวจเข้มราคาสินค้าไหว้สารทจีน 2568 ชี้ราคาส่วนใหญ่ทรงตัว สินค้าเพียงพอ ย้ำผู้ค้าต้องติดป้ายราคาให้ชัดเจน (5 กันยายน 2568)
DIT ลุยตรวจเข้มราคาสินค้าไหว้สารทจีน 2568 ชี้ราคาส่วนใหญ่ทรงตัว สินค้าเพียงพอ ย้ำผู้ค้าต้องติดป้ายราคาให้ชัดเจน นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสารทจีนปี 2568 ในวันนี้ (5 ก.ย.68) กรมการค้าภายใน (DIT) กระทรวงพาณิชย์ จึงได้จัดสายตรวจเฉพาะกิจลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าเครื่องสักการะและของไหว้ในย่านการค้าสำคัญ ณ ตลาดเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค เนื่องจากความต้องการซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลมีจำนวนมากสำหรับประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยจากการตรวจสอบพบว่า สถานการณ์ราคาสินค้าโดยรวมยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เช่น ไก่ต้มทั้งตัว (ไก่บ้าน) และเป็ดพะโล้ ตัวละ 500 บาท หมูสามชั้น (บะแซ) ราคา 250 บาท/ชิ้น หมี่ซั่ว ตรานกนางแอ่น (ขนาด 400 กรัม/ถุง) ราคา 30 บาท เห็ดหอมจีน (ขนาดกลาง) ราคา 400 บาท/กก. กะหล่ำปลี ราคา 40 บาท/กก. ผักคะน้า ราคา 50 บาท/กก. กล้วยหอม ราคา 120 บาท/หวี ส้มสายน้ำผึ้ง ราคา 150 บาท/กก. องุ่นแดง (มีเมล็ด) ราคา 200 บาท/กก. ขนมเข่ง ราคา 35 บาท/คู่ ขนมเทียน ราคา 10 บาท/ชิ้น เครื่องไหว้ กระดาษเงินกระดาษทอง (ชุดกลาง) ราคา 25 บาท/ชุด ธูปห่อเล็ก ราคา 15 บาท/ห่อ เทียนขาไม้ (เล็ก) ราคา 6 บาท และสินค้าบางรายการมีราคาปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เช่น เนื้อสุกรชำแหละ เนื้อแดง ปัจจุบันราคา 170 บาท/กก. (ปีก่อน 180 บาท/กก.) สามชั้น ปัจจุบันราคา 220 บาท/กก. (ปีก่อน 240 บาท/กก.) และแอปเปิ้ลฟูจิ ปัจจุบัน 20 บาท/ลูก (ปีก่อน 50 บาท/ลูก) ด้านปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งผู้ประกอบการแจ้งว่าสินค้าบางรายการมีต้นทุนปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังคงจำหน่ายราคาเดิม รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่และสั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศออกตรวจสอบเน้นย้ำผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 68 พ.ศ. 2568 เรื่องการแสดงราคาสินค้าและค่าบริการให้ถูกต้องและชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาได้ หากฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 28 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบการเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 หรือ Line@MR.DIT หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 272/2568 DIT จัดงาน “Farm Outlet Fair” รวมสินค้าเกษตรสดใหม่ ส่งตรงจากชุมชน (5 กันยายน 2568)
DIT จัดงาน Farm Outlet Fair รวมสินค้าเกษตรสดใหม่ ส่งตรงจากชุมชน DIT กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ ในงาน Farm Outlet Fair ที่จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรในเครือข่าย DIT นำผลผลิตและสินค้าคุณภาพตรงจากสวนและชุมชน มาจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม พร้อมสร้างทางเลือกใหม่ในการจับจ่ายของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านและครอบครัวที่ใส่ใจสุขภาพ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดี DIT เปิดเผยว่า งานครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่กรมฯ จัดขึ้นร่วมกับภาคีเครือข่าย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงผลผลิตเกษตรคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร ผลไม้ ผักสดปลอดสาร รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากวิสาหกิจชุมชนกว่า 500 รายการ จาก 30 ร้านค้า โดยเป็นสินค้าที่คัดสรรจากแหล่งผลิตที่มาจากศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน หรือ Farm Outlet ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป และงานหัตถกรรมของชุมชนที่ DIT ส่งเสริมพัฒนา มากว่า 15 ปี ปัจจุบันมี 56 แห่ง ใน 34 จังหวัดทั่วประเทศ ที่สำคัญงานนี้ได้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้นำผลไม้มาจำหน่ายเองด้วย เช่น ลำไยสดเกรดพรีเมียมจากจันทบุรี เพียงตะกร้า 3 กก. ราคา 100 บาท มะพร้าวน้ำหอมจากราชบุรี ลูกละ 15 บาท ฝรั่งไส้แดงจากราชบุรี ส้มโอจากนครนายกและสมุทรสงคราม และอโวคาโดจากเพชรบูรณ์ นอกจากนี้ ยังมีกุ้ง ทั้งกุ้งสดแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์กุ้งแปรรูป จากเกษตรกร จ.สมุทรสาคร งานนี้ไม่เพียงเหมาะสำหรับคุณพ่อบ้านคุณแม่บ้านหรือผู้ที่รักการทำอาหาร แต่ยังเหมาะกับผู้ที่มองหาของฝาก ของดีประจำท้องถิ่น และผู้รักสุขภาพที่ต้องการเลือกสินค้าปลอดภัยมาบริโภคในชีวิตประจำวัน งาน Farm Outlet Fair ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จับจ่ายใช้สอย แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้บริโภคและเกษตรกรได้พบกันโดยตรง ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าสินค้าที่นำมาจำหน่ายเป็นผลผลิตที่ใส่ใจคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงมือผู้บริโภค อีกทั้งยังได้ราคาที่คุ้มค่าเพราะไม่มีพ่อค้าคนกลาง นอกจากนี้สอดรับกับ นโยบาย ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย ของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งสนับสนุนการบริโภคสินค้าไทยและส่งเสริมให้ประชาชนเลือกใช้สินค้าจากเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชน เพื่อช่วยสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก นายวิทยากร กล่าว อธิบดี กล่าวเพิ่มเติมว่า คาดหวังว่างาน Farm Outlet Fair จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยสร้างการรับรู้ถึงคุณภาพของสินค้าเกษตรไทย และช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดแก่เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการผลิตสู่การบริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ งาน Farm Outlet Fair จัดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกที่ เซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น 1 ระหว่างวันที่ 3 9 กันยายน 2568 และต่อด้วยที่ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น G ระหว่างวันที่ 13 17 กันยายน 2568 เปิดให้เข้าชมและเลือกซื้อสินค้าตั้งแต่เวลา 10.00 21.00 น. ของทุกวัน นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากเชิญชวนประชาชนทุกท่าน โดยเฉพาะแม่บ้านและครอบครัว มาร่วมเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีในงาน Farm Outlet Fair ได้ทั้งของดีไปใช้ในครัวเรือน และยังได้มีส่วนร่วม ช่วยเกษตรกรไทยให้มีกำลังใจในการผลิตสินค้าคุณภาพดีต่อไป
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 271/2568 DIT เปิดเวทีภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ยกระดับมาตรฐานชั่งตวงวัดไทยสู่สากล ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านมาตรวิทยา (4 กันยายน 2568)
DIT เปิดเวทีภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ยกระดับมาตรฐานชั่งตวงวัดไทยสู่สากล ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านมาตรวิทยา กรมการค้าภายใน (DIT) กระทรวงพาณิชย์ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดสัมมนานานาชาติด้านการชั่งตวงวัดสินค้าหีบห่อ ภายใต้หัวข้อ การตรวจสอบปริมาณสุทธิสินค้าหีบห่อตามมาตรฐานสากล ระหว่างวันที่ 2 4 กันยายน 2568 ณ กองชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกเข้าร่วม ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซามัว ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม รวมทั้งผู้ประสานงานโครงการจากประเทศญี่ปุ่น และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากนิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และแอฟริกาใต้ พร้อมด้วยวิทยากรร่วมจากประเทศไทย วันที่ 2 กันยายน 2568 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านมาตรวิทยาและการกำกับดูแลสินค้าบรรจุหีบห่อของประเทศสมาชิก ของสภาชั่งตวงวัดแห่งประเทศเอเชีย-แปซิฟิก (The Asia-Pacific Legal Metrology Forum, APLMF) พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าให้ตรงตามหลักสากล เสริมสร้างความร่วมมือด้านชั่งตวงวัดในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ช่วยเสริมภาพลักษณ์และบทบาทความเป็นผู้นำของประเทศไทยในด้านมาตรฐานชั่งตวงวัด อีกทั้งยังเพิ่มความโปร่งใสในการค้าระหว่างประเทศ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพสินค้า อธิบดี กล่าวเพิ่มเติมว่า DIT โดยกองชั่งตวงวัด เป็นสมาชิกสามัญของ APLMF และมีบทบาทสำคัญในคณะทำงานของ APLMF ทั้งการเป็นเจ้าภาพจัดฝึกอบรม/สัมมนา (host country) ส่งวิทยากรร่วม (co-trainer) ในหลักสูตรฝึกอบรม/สัมมนาด้านต่างๆ ที่สำคัญในการยกระดับมาตรฐานเครื่องชั่งตวงวัดในทางการค้า ทั้งมาตรวัดคลังน้ำมัน มาตรวัดความชื้นข้าว และ มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงตามสถานีบริการ ซึ่งประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนามาตรฐานด้านชั่งตวงวัดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดย DIT ได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนวปฏิบัติร่วมกับประเทศสมาชิก เพื่อยกระดับระบบชั่งตวงวัดให้มีความแม่นยำ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล นายวิทยากร กล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทย ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนานาประเทศ เสริมสร้างมาตรฐานสินค้าหีบห่อให้สอดคล้องกับหลักสากล นอกจากนี้ การเป็นเจ้าภาพการจัดสัมมนาของไทย ยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของไทยในเวทีภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ในฐานะผู้นำด้านมาตรวิทยาและการกำกับดูแลสินค้าบรรจุหีบห่อ พร้อมทั้งแสดงศักยภาพบุคลากรและเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล ทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการสนับสนุนการค้าเสรี ลดอุปสรรคด้านเทคนิคทางการค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้าต่างประเทศอีกด้วย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 270/2568 “จตุพร” มอบ 21 รางวัล Thai Hom Mali Rice Award 2024 เชิดชู เกษตรกร-สถาบันเกษตรกร มุ่งมั่นในการรักษาและพัฒนาคุณภาพข้าวหอมมะลิไทย จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล (3 กันยายน 2568)
จตุพร มอบ 21 รางวัล Thai Hom Mali Rice Award 2024 เชิดชู เกษตรกร-สถาบันเกษตรกร มุ่งมั่นในการรักษาและพัฒนาคุณภาพข้าวหอมมะลิไทย จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล DIT กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ประจำปี 2567 (ครั้งที่ 42) ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี เมื่อวันพุธที่ 3 กันยายน 2568 เพื่อยกย่องและเชิดชูเกษตรกรและสถาบันเกษตรที่มีความมุ่งมั่นในการรักษาและพัฒนาคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยให้คงความมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว และมีความอร่อยจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากลตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง พร้อมเชื่อมโยงการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชนและเปิดช่องทางจำหน่ายอย่างยั่งยืนให้กับชาวนาไทย นายจตุพร กล่าวว่า ข้าว เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ สร้างการเติบโตทั้งในเชิงคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศตลอดมา กระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสินค้าข้าวไทยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายสำคัญเร่งด่วน ตามแนวทาง ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์เป็น พาณิชย์พึ่งได้ โดยการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในภาคการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับข้าวไทย เพิ่มมูลค่า สร้างแบรนด์ข้าวไทยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในตลาดสากล เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริม รักษา และขยายโอกาสทางการตลาดให้กับข้าวไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน การประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทยประจำปี 2567 มีเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรจาก 22 จังหวัด ส่งตัวอย่างเข้าร่วมประกวดรวม 755 ตัวอย่าง ผ่านการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิจนได้ผู้ได้รับรางวัลรวม 21 รางวัล แบ่งเป็น ประเภทสถาบันเกษตรกร 3 ราย และประเภทเกษตรกรรายบุคคล 18 ราย โดยประเภทสถาบันเกษตรกร รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาสตรี จ.กาฬสินธุ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า จ.อุดรธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนข้าวหอมมะลิงาม 105 จ.ร้อยเอ็ดสำหรับประเภทเกษตรกรรายบุคคล รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายสมจิต แก้วนาเหนือ จ.ร้อยเอ็ด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายกัณหา พาพิมพ์ จ.หนองคาย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางทองพูล โคกลือชา จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งผู้ได้รับรางวัลทุกประเภทได้รับโล่เกียรติยศ เกียรติบัตร และเงินรางวัล รวมมูลค่ากว่า 625,000 บาท ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ของผู้ชนะการประกวดข้าวหอมมะลิฯ การทำ MOU เชื่อมโยงการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบการค้าข้าวกับผู้ชนะการประกวด มีผลิตภัณฑ์ข้าวของผู้ชนะการประกวดฯ หลากหลายแบรนด์ที่นำมาให้ชิมและจำหน่ายในราคาพิเศษ อาทิ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ (ข้าวภูลังกา) และข้าวตราเรือไฟ จาก จ.นครพนม ข้าวช้างชุมพล จ.สุรินทร์ ข้าวนาคุณตาณรงค์ จ.อุบลราชธานี ข้าวจากกลุ่มข้าวปลอดสารพิษ ต.แม่อ้อ จ.เชียงราย และผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากข้าวหอมมะลิ เช่น ผลิตภัณฑ์ข้าวจากธัญพืช พองพองไรซ์ ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ข้าวแท่ง (Rice Bar) ไอศกรีมข้าวหอมมะลิจากเกษตรกร จ.ฉะเชิงเทรา และเครื่องดื่ม MR.SATO ที่รังสรรค์จากข้าวไทยและความใส่ใจแบบคราฟต์ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพื้นที่สาธิตการตรวจสอบคุณภาพข้าวทางวิชาการโดยสภาหอการค้าไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวชื่นชมผู้ได้รับรางวัลที่ช่วยรักษาและยกระดับคุณภาพข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งต้องอาศัยความมานะอดทนและมุ่งมั่นพัฒนา ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงและปัญหาอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก ความเข้มแข็งของเกษตรกรไทยนี้แสดงถึงขีดความสามารถในการปรับตัวที่จะทำให้ภาคการเกษตรไทยก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย อันทรงเกียรติทั้ง 21 ท่าน ทุกท่านคือแบบอย่างของเกษตรกรไทย ที่มีส่วนสำคัญในการเป็นแรงบันดาลใจให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ส่งต่อพลังแห่งการพัฒนาที่ขับเคลื่อนข้าวหอมมะลิไทยสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิ นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 269/2568 DIT ติดตามโรงงานอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 9.80 บาท/กก. ไม่มีปัญหาติดคิว ผลผลิตเข้าสู่โรงงานปกติ ย้ำ สร้างความเป็นธรรมให้ทุกฝ่าย (2 กันยายน 2568)
DIT ติดตามโรงงานอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 9.80 บาท/กก. ไม่มีปัญหาติดคิว ผลผลิตเข้าสู่โรงงานปกติ ย้ำ สร้างความเป็นธรรมให้ทุกฝ่าย กรมการค้าภายใน (DIT) ลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) สาขาบางพลี และบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) สาขาพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พบเป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ พร้อมกำกับการรับซื้อทั่วประเทศให้สอดคล้องและเป็นแก่เกษตรกร นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 68 DIT ได้รับมอบหมายจากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ติดตามสถานการณ์การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของโรงงานอาหารสัตว์ เพื่อให้การรับซื้อเป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 โดยได้มาตรวจเยี่ยมโรงงานอาหารสัตว์รายใหญ่ ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) สาขาบางพลี และบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) สาขาพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พบว่าทั้งสองโรงงานรับซื้อข้าวโพดที่ความชื้น 14.5% ในราคา 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ผลผลิตเข้าสู่โรงงานเป็นปกติ ไม่มีการชะลอรับซื้อ และโรงงานยังสามารถรับซื้อวัตถุดิบได้ตามกำลังการผลิต นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า DIT ให้ความสำคัญโดยได้รับฟังและหารือกับทุกฝ่ายทั้งเกษตรกร ผู้รวบรวม และโรงงานอาหารสัตว์ เพื่อกำกับการซื้อขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยในส่วนของต่างจังหวัด ได้ประสานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ให้มีการชี้แจง ทำความเข้าใจทั้งกับผู้รวบรวมและเกษตรกรในการกำหนดมาตรฐานรับซื้อต่างๆ โดยต้องให้เป็นธรรมเหมาะสม อาทิ มาตรฐานการรับซื้อ เช่น การตรวจวัดความชื้น ความเสียหายของเมล็ด ความสะอาด และสิ่งปลอมปน ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรและผู้รวบรวมเข้าใจและปฏิบัติตามกติกาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดย DIT มีการส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องวัดความชื้นของโรงงานอาหารสัตว์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการตรวจวัดเป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงการตรวจสอบรวมถึงการวัดความเสียหายของเมล็ด การตรวจความสะอาด และตรวจสิ่งปลอมปน ลดความคลาดเคลื่อน และรักษาความเป็นธรรมให้แก่เกษตรกร และเพื่อให้ข้าวโพดที่รับเข้ามามีคุณภาพเหมาะสมต่อการผลิตอาหารสัตว์ นายวิทยากร ยังเน้นว่า DIT จะติดตามสถานการณ์การซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังปัญหาและความเห็นจากเกษตรกร ผู้รวบรวม และโรงงาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในการกำหนดมาตรฐานการรับซื้อ โดยได้ประสานงานกับพาณิชย์จังหวัด เพื่อให้การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีความโปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้อง ซึ่งทุกฝ่ายสามารถมั่นใจได้ว่าผลผลิตที่เข้าสู่โรงงานได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและมีคุณภาพ ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างความมั่นใจว่าเกษตรกรจะได้รับราคาที่เหมาะสมตามคุณภาพผลผลิต และการซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่น หากเกษตรกรพบปัญหาการรับซื้อที่ไม่เป็นไปตามประกาศ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตลอดฤดูกาล
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 268/2568 DIT x CPN จัด “Thai Fruits Festival by DIT” รณรงค์บริโภคผลไม้ไทย ช่วยเกษตรกรระบายผลผลิต (31 สิงหาคม 2568)
DIT x CPN จัด Thai Fruits Festival by DIT รณรงค์บริโภคผลไม้ไทย ช่วยเกษตรกรระบายผลผลิต DIT ผนึกกำลัง เซ็นทรัลพัฒนา เปิดพื้นที่ศูนย์การค้า 7 แห่ง เป็นตลาดผลไม้คุณภาพ ส่งตรงจากสวนถึงผู้บริโภค ชวนคนไทยและนักท่องเที่ยว ช้อป ชิม ผลไม้สดใหม่ในราคายุติธรรม พร้อมช่วยลดปัญหาผลไม้ล้นตลาดและสร้างรายได้มั่นคงแก่เกษตรกรไทย นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน DIT ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN จัดกิจกรรม Thai Fruits Festival by DIT เพื่อสนับสนุนพื้นที่ระบายผลผลิตของเกษตรกรไทยในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงนี้ โดยคัดสรรผลไม้คุณภาพเยี่ยมจากสวนเกษตรกร เช่น ลำไยภาคตะวันออก มะพร้าวน้ำหอมภาคกลาง และผลไม้ตามฤดูกาลในภูมิภาคอื่นๆ มาจำหน่ายโดยตรงถึงผู้บริโภค กิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยกระจายผลผลิต ลดปัญหาผลไม้ล้นตลาดแล้ว ยังเป็นการรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยบริโภคผลไม้มากขึ้น สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ กำหนดจัด ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 7 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล พัทยา วันที่ 30 สิงหาคม 2568 เซ็นทรัล เวสเกต ระหว่างวันที่ 3 9 กันยายน 2568 เซ็นทรัล พระราม 3 ระหว่างวันที่ 4 8 กันยายน 2568 เซ็นทรัล มหาชัย ระหว่างวันที่ 10 14 กันยายน 2568 เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ระหว่างวันที่ 13 17 กันยายน 2568 เซ็นทรัล นครปฐม ระหว่างวันที่ 15 19 กันยายน 2568 เซ็นทรัล ศาลายา ระหว่างวันที่ 17 21 กันยายน 2568 รองอธิบดี DIT กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวานนี้ (30 ส.ค. 2568) ที่เซ็นทรัลสาขาพัทยา นอกจาก DIT จะนำผลไม้มาจำหน่ายแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษ โดย ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวพัทยา แจกฟรีมะพร้าวน้ำหอม ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ลิ้มลอง เพื่อสร้างการรับรู้ในรสชาติที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์ของมะพร้าวน้ำหอมไทยที่หอมและหวานจนขึ้นชื่อว่าเป็น Aromatic Coconut Water from Thailand is the Best in the World และสร้างภาพจำที่ดีให้นักท่องเที่ยวหากจะซื้อมะพร้าวน้ำหอม ต้องซื้อมะพร้าวน้ำหอมไทยเท่านั้น ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้เป็นหนึ่งในมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 ของกระทรวงพาณิชย์ ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นฤดูกาล โดยถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา และเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้การตลาด นำไปสู่การผลิตที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ต้องขอขอบคุณ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ ที่ร่วมสนับสนุนพื้นที่ศูนย์การค้าให้เกษตรกร นำผลผลิตมาจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ช่วยให้เกษตรกรมีช่องทางขายตรงถึงผู้บริโภค และสร้างรายได้ที่เป็นธรรม ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน และครอบครัว ร่วมเที่ยว ช้อป ชิม เลือกซื้อผลไม้ไทยคุณภาพดี ได้ครบจบในที่เดียว ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้ง 7 สาขา ตามกำหนดการดังกล่าว นางสาวญาณีกล่าว
ดูเพิ่มเติม
Dit Logo New (2)

ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สอบถามข้อมูล

arrow-down

DIT Chat Service ยินดีให้บริการ

maximize
สอบถามข้อมูลเพิมเติมกับเจ้าหน้าที่ (Admin)

บริการของกรมการค้าภายใน

7422635f-7946-4705-88ec-05d965bd7b40

การขออนุญาตประกอบการค้า

862c658c-96a2-4f51-87cb-7ae89028e48a

สอบถามราคาสินค้าเกษตร

e776ba32-103f-4917-b746-5333af42cf9d

รวบรวมกิจกรรมกรมการค้าภายใน

3e6fa301-b225-4427-b882-4d78e453a2ed

การเดินทางมายังกรมการค้าภายใน

เลขที 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

โทรศัพท์ 0-2507-5530

โทรสาร: 0-257-5361

E-mail: Saraban@dit.go.th

Call Center: 1569 ร้องเรียน/เสนอแนะ