ข่าวเลขที่ 149/2568 “พาณิชย์” ลงพื้นที่แก้ปัญหาราคาปาล์ม เคาะ โรงสกัดฯ ยืนราคารับซื้อไม่ต่ำกว่า 5 บาท/กก. , เร่งดันการส่งออก-เพิ่มปริมาณการใช้ B7 , ย้ำเกษตรกรต้องตัดปาล์มสุก เพื่อลดปัญหากระจุกตัวหน้าโรงงาน (28 เมษายน 2568)
พาณิชย์ ลงพื้นที่แก้ปัญหาราคาปาล์ม เคาะ โรงสกัดฯ ยืนราคารับซื้อไม่ต่ำกว่า 5 บาท/กก. , เร่งดันการส่งออก-เพิ่มปริมาณการใช้ B7 , ย้ำเกษตรกรต้องตัดปาล์มสุก เพื่อลดปัญหากระจุกตัวหน้าโรงงาน วันที่ 28 เมษายน 2568 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การรับซื้อและแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้แทนเกษตรกร ดร.วันสาด ศรีสุวรรณ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัด นายไกรวุฒิ ศิริอนันตภัทร์ สมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม และคณะ จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง รวม 12 ราย โดยเปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ มีความเป็นห่วงเกษตรกรชาวสวนปาล์มในพื้นที่ภาคใต้ จึงสั่งการให้กรมการค้าภายในลงพื้นที่แก้ปัญหาราคาปาล์ม ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาราคารับซื้อลดลงจากช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดเยอะขึ้น ประกอบกับเกษตรกรเร่งตัดปาล์มน้ำมัน ซึ่งเกิดการกระจุกตัวหน้าโรงงานสกัดฯ โดยปัญหาดังกล่าวในที่ประชุม ได้มี 4 มาตรการ ดังนี้ 1. การบริหารการจัดคิว โรงงานสกัดฯ จัดช่องทางพิเศษสำหรับเกษตรกรรายย่อยเพื่อนำผลปาล์มมาจำหน่ายได้โดยตรงทุกวัน ในส่วนของลานเทต้องมีการบริหารจัดการปริมาณให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตของโรงสกัดฯ ในแต่ละวัน เช่น กำหนดจำนวนการรับซื้อต่อลานต่อวัน โดยต้องรายงานปริมาณที่จะเข้าโรงสกัดในแต่ละวันให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทราบ 2.การรับซื้อปาล์มน้ำมัน กรมการค้าภายในขอความร่วมมือโรงสกัดน้ำมันปาล์มให้รับซื้อผลปาล์มให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเริ่มรับซื้อตั้งแต่ 2 พฤษภาคม 2568 ในระยะเวลา 2 เดือน (พ.ค.-มิ.ย.68) ในราคา 5 บาทต่อกิโลกรัม (ที่ 18%) โดยประกาศราคาทุก 10 วัน ทั้งนี้จะพิจารณาสถานการณ์รอบด้านประกอบการกำหนดราคารับซื้อด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรไม่ต้องเร่งตัดปาล์มที่ยังไม่สุก โดยให้มีคณะทำงานติดตามการรับซื้อ โดยประชุมติดตามสถานการณ์และราคาร่วมกับจังหวัดทุก ๆ 7 วัน ร่วมกับโรงสกัด เพื่อกำกับ ติดตาม และปรับราคาให้เหมาะสมกับช่วงเวลา 3.การสื่อสารประชาสัมพันธ์โดยการรับซื้อตามเงื่อนไขต่างๆ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่และผู้ประกอบการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้กับเกษตรกรรับทราบทุกขั้นตอน โดยสร้างความเชื่อมั่นและชี้แจงให้เกษตรกรได้รับทราบข้อมูลที่ตรงกัน เพื่อให้เกษตรกรวางแผนการตัดปาล์ม โดยชะลอไม่ให้เร่งการตัดปาล์มไม่สุกมาจำหน่าย จะส่งผลให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นและเกษตรกรจะได้รับราคาที่สูงขึ้น 4. ใช้มาตรการติดตามคุมเข้มการขนย้ายและกำกับการรับซื้อโดยบังคับใช้กฎหมายของกรมการค้าภายใน โดยร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ลงพื้นที่ตรวจสอบการซื้อขายผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และตรัง โดยที่ผ่านมาในระหว่างวันที่ 22 25 เมษายน 2568 มีการกำกับดูแลให้การซื้อขายผลปาล์ม โดยเฉพาะผลปาล์มลูกร่วง เป็นไปอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกร โดยผลตรวจสอบลานเทรับซื้อผลปาล์ม 20 ราย และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม 2 ราย พบลานเทในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 1 ราย กระทำผิด ไม่แจ้งปริมาณสถานที่เก็บผลปาล์มตามที่กฎหมายกำหนด จึงได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้ดำเนินคดีกับลานเทที่ทำผลปาล์มร่วงอย่างไม่เป็นธรรมชาติแล้ว 6 คดี โดยศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว 2 คดี ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท และให้รอลงอาญา ขณะที่อีก 4 คดีอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย นอกจากนี้ นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ จะเร่งผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์เพื่อลดผลผลิตส่วนเกินและช่วยรักษาเสถียรภาพราคาผลปาล์ม และการผลักดันการใช้พลังงานทดแทน โดยการใช้ B7 ซึ่งจะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาโดยด่วนต่อไป
ดูเพิ่มเติม
ข่าวที่ 148/2568 พาณิชย์” ผนึก “สยามพารากอน” เปิดเทศกาลผลไม้ไทย “Tropical Fruit Parade 2025” กลางกรุง ดันบุฟเฟต์ทุเรียน-ผลไม้ไทย สู่สายตาโลก (26 เมษายน 2568)
พาณิชย์ ผนึก สยามพารากอน เปิดเทศกาลผลไม้ไทย Tropical Fruit Parade 2025 กลางกรุง ดันบุฟเฟต์ทุเรียน-ผลไม้ไทย สู่สายตาโลก กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน เดินหน้าส่งเสริมผลไม้ไทยสู่ตลาดระดับพรีเมียม จัดงาน Siam Paragon Tropical Fruit Parade 2025 ระหว่างวันที่ 25 เมษายน 5 พฤษภาคม 2568 รวม 10 วัน ณ พาร์ค พารากอน (PARC PARAGON) ตอกย้ำภาพลักษณ์ผลไม้ไทยคุณภาพเยี่ยม พร้อมกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศผ่านกิจกรรมสุดพิเศษ อาทิ บุฟเฟต์ทุเรียนรอบละ 1 ชั่วโมง พร้อมผลไม้ฤดูกาลจากทั่วทุกภูมิภาคกว่า 40 ร้านค้า นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสริมการบริโภคผลไม้ภายในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลผลไม้ ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตมีปริมาณมาก การนำผลไม้หลากหลายสายพันธุ์จากแหล่งปลูกชั้นนำมาจัดแสดงและจำหน่ายในสถานที่สำคัญกลางกรุงเทพฯ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกร พร้อมทั้งสร้างความตระหนักในคุณค่าและความหลากหลายของผลไม้ไทยในสายตาผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปีนี้ผลไม้ของประเทศเรามีผลผลิตที่ดีและเยอะขึ้นซึ่งเป็นเรื่องดีที่เกษตรกรมีผลผลิตเยอะ รายได้ก็จะเยอะ ในส่วนของของผู้บริโภคก็สามารถที่จะได้เข้าถึงผลไม้ไทยได้อย่างทั่วถึง หนึ่งในมาตรการของการบริหารจัดการผลไม้ปี 2568 คือการส่งเสริมและเชื่อมโยง ผลผลิตและตลาดที่จะทำให้เข้าถึงมือผู้บริโภคได้ง่าย โดยในวันนี้ นอกจากจะนำผลไม้ไทยในระดับพรีเมี่ยมมาจำหน่ายสูงประชาชนและนักท่องเที่ยว ณ ห้างใหญ่ใจกลางเมืองแล้ว ภายในงานพบกับ โซนบุฟเฟต์ทุเรียน ที่จัดเต็มด้วยทุเรียนหมอนทอง พวงมณี ชะนีไข่ ก้านยาว พร้อมของหวานจากทุเรียน เช่น ข้าวเหนียวทุเรียน คัสตาร์ดทุเรียน และไอศกรีมทุเรียน ในราคาพิเศษ 899 บาท สำหรับผู้ถือบัตร M Card หรือใช้คะแนนสะสม แลกรับสิทธิ์ฟรีได้อีกด้วย โดยใน โซนผลไม้ฤดูกาล นำเสนอผลไม้สดจากสวนคุณภาพทั่วประเทศ รวมถึงสินค้า GI กว่า 18 สายพันธุ์ทุเรียน มังคุด เงาะ ลิ้นจี่ ส้มโอ อโวคาโด แตงโมรูปหัวใจ พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย ทั้งนาทีทอง 1 แถม 1 วันละ 2 รอบ และคูปองส่วนลด 100 บาทจากกรมการค้าภายใน เมื่อซื้อสินค้าครบ 300 บาท นอกจากงานนี้แล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2568 ทั้งการบริหารจัดการผลผลิต การกระจายสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด สนับสนุนการแปรรูป การส่งออก และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยพยุงราคาและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร ซึ่งงานนี้นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคผ่านผลไม้ไทยระดับพรีเมียมกลางมหานคร จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลไม้คุณภาพดีและสนับสนุนเกษตรกรไทยทั่วประเทศ นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 147/2568 พาณิชย์ แนะประชาชนตรวจสอบ “ป้ายราคา – เครื่องชั่งทอง” ก่อนตัดสินใจซื้อ ป้องกันถูกเอารัดเอาเปรียบ (25 เมษายน 2568)
พาณิชย์ แนะประชาชนตรวจสอบ ป้ายราคา เครื่องชั่งทอง ก่อนตัดสินใจซื้อ ป้องกันถูกเอารัดเอาเปรียบ วันที่ 25 เมษายน 2568 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจร้านทองย่านสะพานควายเมื่อ 23 เม.ย. 68 ว่า จากสถานการณ์ราคาทองคำที่มีความผันผวนสูงอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้เน้นย้ำความสำคัญในการตรวจสอบ ป้ายแสดงราคา และ เครื่องชั่งทอง ว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ก่อนที่ประชาชนจะตัดสินใจซื้อทองคำ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเลือกซื้อ และป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากร้านค้าบางแห่งที่อาจไม่แสดงราคาชัดเจน หรือใช้เครื่องชั่งที่ไม่มีความเที่ยงตรง นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ราคาทองคำมีความเคลื่อนไหวรวดเร็ว การชั่งน้ำหนักทองอย่างถูกต้องจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะแม้การเบี่ยงเบนน้ำหนักเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ผู้ซื้อหรือขายทองเสียผลประโยชน์จำนวนมาก การติดป้ายราคาจำหน่ายและราคารับซื้อทองคำอย่างชัดเจน จะช่วยให้ผู้ผู้ซื้อหรือขายทองสามารถเปรียบเทียบราคาและตัดสินใจได้อย่างโปร่งใส กรมการค้าภายในจึงขอให้ประชาชนสังเกตเครื่องชั่งทองทุกครั้งก่อนทำการซื้อขายว่า ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากกรมฯ หรือไม่ โดยเครื่องชั่งที่ผ่านการตรวจรับรองจะมี สติกเกอร์แสดงการตรวจสอบ ติดไว้ในจุดที่มองเห็นชัดเจน พร้อมแนะนำให้ตรวจสอบว่าร้านมีการแสดงราคาทองคำแบบรายวัน ทั้งราคาขายและราคารับซื้อ ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ หรือราคาตลาด ณ วันนั้น หากพบเห็นร้านค้าทองใดไม่มีการติดป้ายแสดงราคา หรือใช้เครื่องชั่งที่ไม่มีสติกเกอร์รับรอง หรือมีความผิดปกติใด ๆ ที่อาจเข้าข่ายการเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถแจ้งเบาะแสได้ผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 หรือผ่านแอปพลิเคชันไลน์ @MR.DIT รวมถึงศูนย์ชั่งตวงวัดและสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดทั่วประเทศ ในส่วนของผู้ประกอบการร้านทองขอให้ปิดป้ายราคารับซื้อ-ขายให้ชัดเจน รวมถึงใช้เครื่องชั่งที่มีการให้คำรับรอง โดยกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีผู้ขายรายใดใช้เครื่องชั่งที่ไม่ถูกต้อง มีเจตนาชั่งน้ำหนักของทองให้ขาดหายไป จะมีโทษตามกฎหมาย คือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การรู้เท่าทันและตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อนซื้อทอง ไม่เพียงช่วยป้องกันการเสียสิทธิ์ ยังส่งเสริมให้เกิดการค้าที่เป็นธรรม ซึ่งกรมการค้าภายในขอยืนยันว่าจะเดินหน้าเข้าตรวจสอบร้านทองทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคตามนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อย่างเคร่งครัด อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 146/2568 กรมการค้าภายใน บุกตลาดสด ตรวจสถานการณ์สินค้า ปริมาณเพียงพอ ราคาเหมาะสม (24 เมษายน 2568)
กรมการค้าภายใน บุกตลาดสด ตรวจสถานการณ์สินค้า ปริมาณเพียงพอ ราคาเหมาะสม วันที่ 24 เมษายน 2568 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมตลาดสดยิ่งเจริญ สะพานใหม่กรุงเทพมหานคร โดยเปิดเผยว่า ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ในการลดรายจ่าย และบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งติดตามสถานการณ์และดูแลค่าครองชีพโดยด่วน กรมฯ จึงได้มาติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเนื้อหมูและไข่ไก่ ในตลาดสดยิ่งเจริญ ซึ่งพบว่า สถานการณ์สินค้ามีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ และราคาเหมาะสมเป็นไปตามกลไกตลาด โดยราคาจำหน่ายในตลาด หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 160 บาท ไข่ไก่เบอร์ 3 ฟองละ 3 บาท มะนาวใบละ 4 บาท ในส่วนของผักสดต่างๆมีแนวโน้มลดลง ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ อย่างไรก็ดี ในส่วนของต้นน้ำ กรมการค้าภายในได้ประสานไปยังกรมปศุสัตว์ เพื่อให้มีการตรวจสอบไปถึงแหล่งผลิต ได้แก่ ผู้เลี้ยงสุกรเพื่อเร่งเพิ่มปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาด ซึ่งคาดว่าจนถึงสิ้นเดือนนี้ ราคาจะยังคงที่ในระดับดังกล่าว นอกจากนี้ กรมการค้าภายในได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเจ้าของตลาด ในการกำกับดูแลให้มีการติดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน ตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องชั่ง พร้อมเตรียมติดตั้ง เครื่องชั่งกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค ป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบจากการซื้อขาย สร้างความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าภายในได้ร่วมกับพันธมิตรไม่ว่าจะเป็นแหล่งชุมชน ห้างโมเดิร์นเทรด สมาคมตลาดสด เพื่อกำกับดูแลและราคาในสถานที่จำหน่ายปลีก โดยเมื่อวานที่ผ่านมา (23 เมษายน 2568) กรมการค้าภายในได้นำรถโมบายธงฟ้าจำหน่าย สินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอาหารสด ประเภทเนื้อหมูในราคาพิเศษ เพียง กก.ละ 140 บาท (หมูเนื้อแดง) น้ำมันปาล์มขวดละ 50 บาท ในพื้นที่ชุมชนจตุจักร และโมบายธงฟ้าอีก 30 แห่งทั่วกรุงเทพ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และ ในส่วนสถานการณ์ห้างค้าปลีก ก็ได้รับความร่วมมือจากห้างในการตรึงราคาเนื้อหมูให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยจำหน่ายอยู่ที่หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 150 บาท ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิด หรือมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับราคาสินค้า สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.dit.go.th และสามารถติดตามข่าวสารโครงการธงฟ้าราคาประหยัดได้จากช่องทางดังกล่าวเช่นกัน นายวิทยากร กล่าว
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 145/2568 กรมการค้าภายใน ระดม สินค้าราคาประหยัด เจาะแหล่งชุมชน พร้อมลุยตรวจ ห้างค้าปลีก ตรึงราคาหมู-น้ำมันปาล์ม บรรเทาค่าครองชีพประชาชน (23 เมษายน 2568)
กรมการค้าภายใน ระดม สินค้าราคาประหยัด เจาะแหล่งชุมชน พร้อมลุยตรวจ ห้างค้าปลีก ตรึงราคาหมู-น้ำมันปาล์ม บรรเทาค่าครองชีพประชาชน วันนี้ (23 เมษายน 2568) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ณ จุดจำหน่ายโมบายธงฟ้า ณ ชุมชนเจริญชัย ริมทางรถไฟสายเหนือ ใกล้ สถานีรถไฟฟ้า สายสีแดง (สถานีจตุจักร) และ ห้างบิ๊กซี สาขาสะพานควาย ว่า กรมฯ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ให้ติดตามและดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเนื้อหมูและน้ำมันปาล์ม ซึ่งขณะนี้ สำหรับสินค้าเนื้อหมู มีการปรับราคาสูงขึ้นตามภาวะอากาศร้อนที่กระทบต่อกระบวนการผลิต โดยในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ห้างบิ๊กซีได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 39% โดยในหมวดอาหารสด อาทิ หมูเนื้อแดง ลดจากกิโลกรัมละ 162 บาท เหลือ 155 บาท ซี่โครงหมู จาก 172 บาท เหลือ 145 บาท สันนอกหมู จาก 169 บาท เหลือ 159 บาท หมวดน้ำมันปาล์มขวด 1 ลิตร เริ่มต้นที่ขวดละ 50 บาท และหมวดข้าวสารบรรจุถุง 5 กิโลกรัม จากปกติราคา 155 บาทเหลือเพียง 95 บาท ทั้งนี้ จากที่กรมการค้าภายในได้หารือร่วมกับห้างส่งค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศ ในการร่วมกันตรึงราคาจำหน่ายปลีกทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2568 และสำหรับผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น ขอให้ยื่นรายละเอียดโครงสร้างต้นทุนผ่านทางห้างค้าปลีกเพื่อส่งต่อมายังกรมฯ พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนปรับขึ้นราคา อธิบดีกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เราได้จัดกิจกรรม โมบายธงฟ้า จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ โดยลดราคาสูงสุด 60% กว่า 100 รายการ ในแหล่งชุมชน และเคหะชุมชน ทั่วกรุงเทพฯ เป้าหมายวันละ 30 จุด ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2568 โดยวันนี้ได้ลงมาดูในพื้นที่ของชุมชนเจริญชัย ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่เยอะ มีความจำเป็นที่ต้องซื้อสินค้าในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด กรมการค้าภายในจึงนำโมบายธงฟ้ามาจัดจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นในราคาพิเศษ โดยเฉพาะหมูเนื้อแดง ที่นำมาจำหน่ายในกิโลกรัมละ 140 บาท พร้อมทั้งจำหน่ายไข่ไก่ เบอร์ M แผงละ 90 บาท (30 ฟอง) น้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 23 บาท น้ำมันปาล์มขวด 1 ลิตรขวดละ 49 บาท และยังมีสินค้าในหมวดอุปโภคและยารักษาโรค ในราคาย่อมเยา นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้กรมการค้าภายในยังมีกิจกรรม ธงฟ้าราคาประหยัด ฉลาดซื้อประหยัดใช้ ทั่วประเทศ ซึ่งในวันที่ 28-29 เมษายนนี้ จะจัดขึ้นที่จังหวัดนครพนม และพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและข้อมูลสินค้าได้ที่เว็บไซต์ www.dit.go.th และหากพบเห็นพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายในพร้อมเดินหน้าทุกมาตรการในการดูแลราคาสินค้า เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีพได้อย่างมั่นคงและสมดุลในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 144/2568 “พาณิชย์” จับมือห้างค้าส่ง-ค้าปลีก ตรึงราคาเนื้อสุกร ถึง 30 เม.ย. 68 เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน (23 เมษายน 2568)
พาณิชย์ จับมือห้างค้าส่ง-ค้าปลีก ตรึงราคาเนื้อสุกร ถึง 30 เม.ย. 68 เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน วันที่ 22 เมษายน 2568 เวลา 15.30 น. นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ได้มีการติดตามสถานการณ์การจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ โดยคำนึงถึงแหล่งซื้อขายที่ประชาชนนิยมซื้อเนื้อสุกร นอกจากตลาดสด ซึ่งได้แก่ห้างค้าปลีกค้าส่งในพื้นที่ใกล้บ้าน โดยวันนี้กรมการค้าภายใน จึงได้เชิญผู้ประกอบการห้างค้าส่งและค้าปลีกชั้นนำของประเทศ ได้แก่ แม็คโคร โลตัส บิ๊กซี เดอะมอลล์ ท็อปส์ ฟู้ดแลนด์ แม็กซ์แวลูโกโฮเซลล์ และผู้แทนห้างท้องถิ่น เพื่อรับทราบสถานการณ์การจำหน่ายจากทางห้าง โดยส่วนใหญ่แจ้งว่าปัจจุบันได้รับสัญญาณจากผู้ค้าส่งเนื้อสุกร ว่าจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น ในช่วงสถานการณ์ราคาสุกรมีชีวิตที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อันเป็นผลจากปริมาณผลผลิตที่ลดลงเนื่องจากภาวะอากาศร้อนจัดและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ดีทางห้างยังไม่มีการปรับราคาจำหน่ายปลีกเพิ่มขึ้นในขณะนี้ กรมการค้าภายในจึงขอความร่วมมือในการตรึงราคาจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละในห้างต่างๆ โดยขอให้คงราคาจำหน่ายเนื้อสุกร ณ จุดขายในระดับที่เหมาะสม โดยห้างค้าส่งและค้าปลีกทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุม ยินดีให้ความร่วมมือในการตรึงราคาจำหน่ายเนื้อสุกร จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2568 หากมีผู้ผลิตหมูรายใดขอปรับขึ้นราคา ให้ทางห้างแจ้งกรมทราบเพื่อพิจารณาโครงสร้างที่เหมาะสมก่อน นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยที่ผ่านมา ห้างค้าปลีกค้าส่งได้ให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายในในการดูแลค่าครองชีพพี่น้องประชาชนในช่วงที่ราคาต้นทุนน้ำมันปาล์มสูง โดยการจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มขวดในราคาประหยัด ซึ่งปัจจุบันมีการปรับลดต้นทุนลงมาแล้ว โดยรับทราบจากห้างค้าปลีกค้าส่งที่ได้มีการเข้าประชุมในวันนี้ว่า ได้มีการปรับลดราคาน้ำมันปาล์มขวดลงมาตามต้นทุนแล้ว จึงขอขอบคุณค้าปลีกค้าส่งที่ให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายในด้วยดีมาโดยตลอด รวมถึงการตรึงราคาเนื้อสุกรในครั้งนี้ด้วย โดยกรมฯ จะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาจำหน่ายเนื้อสุกรในตลาด และห้างโมเดิร์นเทรด ในช่วงวันที่ 23-24 เมษายน นี้ เพื่อตรวจเยี่ยมรถโมบายธงฟ้า ห้างค้าส่งค้าปลีก และตลาดสดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และติดตามปริมาณสินค้าและความร่วมมือในการตรึงราคาเนื้อสุกรจากทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการด้านราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเน้นสร้างสมดุลระหว่างผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค และนอกจากกิจกรรมดังกล่าว กรมการค้าภายในยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ทั้งผ่านโครงการธงฟ้าและรถโมบายธงฟ้า โดยเนื้อสุกรชำแหละคุณภาพดีจะถูกนำมาจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน กรมฯ ขอความร่วมมือจากผู้บริโภคและประชาชน หากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร หรือมีพฤติกรรมเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ซึ่งกรมฯ จะดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายทันที เพื่อให้มั่นใจว่าการบริโภคในภาคครัวเรือนจะได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งนี้ มาตรการตรึงราคาสินค้าที่จำเป็นอย่างเนื้อสุกร เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ โดยหวังว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจต่อประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระบบการดูแลราคาสินค้าของรัฐ นายวิทยากร กล่าว
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 142/2568 กรมการค้าภายใน ขอความร่วมมือห้างตรึงราคาหมู เข้มห้ามเอาเปรียบผู้บริโภค (22 เมษายน 2568)
กรมการค้าภายใน ขอความร่วมมือห้างตรึงราคาหมู เข้มห้ามเอาเปรียบผู้บริโภค -------------------------------------------------- วันที่ 22 เมษายน 2568 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์การผลิตและภาวะการค้าสุกรและเนื้อสุกร ทั้งระดับค้าส่งและค้าปลีกอย่างใกล้ชิด และให้แก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน โดยกรมฯ ได้หารือร่วมกับกรมปศุสัตว์และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติเป็นประจำ พบว่าปริมาณสุกรออกสู่ตลาดลดลง โดยออกสู่ตลาดเฉลี่ยวันละประมาณ 60,000 ตัว แต่ยังคงเพียงพอต่อการบริโภคที่มีอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ปริมาณสุกรออกสู่ตลาดลดลง มาจากสภาพอากาศร้อนจัดตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ส่งผลให้สุกรโตช้า น้ำหนักเฉลี่ยก่อนเข้าฆ่าลดลง อีกทั้งยังมีการสูญเสียในระหว่างการเลี้ยงเพิ่มขึ้น ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง นอกจากนี้ เกษตรกรยังต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากค่าน้ำและค่าไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากความจำเป็นในการควบคุมอุณหภูมิภายในฟาร์ม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน อย่างไรก็ตาม ราคาประกาศสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติในสัปดาห์นี้ยังคงทรงตัวต่อเนื่อง อยู่ที่ 88 บาท โดยแนวโน้มราคาจะยังคงทรงตัวต่ออีกระยะหนึ่ง ก่อนจะเริ่มปรับลดลงเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนที่มีสภาพอากาศเหมาะสมต่อการเลี้ยง และเป็นไปตามรอบการผลิต นายวิทยากร กล่าวต่อว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมฯ ได้ประชุมร่วมกับห้างค้าส่งและค้าปลีก ให้ตรึงราคาจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ หากมีความจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น จะต้องแจ้งให้กรมฯ ทราบล่วงหน้า เพื่อที่กรมฯ จะได้เข้าหารือและเจรจากับผู้ผลิตรายใหญ่ เพื่อควบคุมต้นทุนไม่ให้กระทบผู้บริโภค นอกจากนี้ กรมการค้าภายในได้มีมาตรการรองรับเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค โดยมีการจำหน่ายเนื้อสุกรราคาต่ำกว่าท้องตลาดในงานธงฟ้าราคาประหยัด ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาค เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งเชื่อมโยงเนื้อสุกรแดงเข้าสู่โมบายธงฟ้า และงานธงฟ้าทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเนื้อสุกรคุณภาพในราคาย่อมเยา ทั้งนี้ กรมการค้าภายในยังคงติดตามสถานการณ์ราคาสุกรและเนื้อสุกรอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด หากพบว่าผู้ค้ารายใดมีพฤติกรรมจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 หากพบการกระทำผิดจะมีโทษตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย -----------------------------------------------
ดูเพิ่มเติม
Dit Logo New (2)

ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สอบถามข้อมูล

arrow-down

DIT Chat Service ยินดีให้บริการ

maximize
สอบถามข้อมูลเพิมเติมกับเจ้าหน้าที่ (Admin)

บริการของกรมการค้าภายใน

7422635f-7946-4705-88ec-05d965bd7b40

การขออนุญาตประกอบการค้า

862c658c-96a2-4f51-87cb-7ae89028e48a

สอบถามราคาสินค้าเกษตร

e776ba32-103f-4917-b746-5333af42cf9d

รวบรวมกิจกรรมกรมการค้าภายใน

3e6fa301-b225-4427-b882-4d78e453a2ed

การเดินทางมายังกรมการค้าภายใน

เลขที 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

โทรศัพท์ 0-2507-5530

โทรสาร: 0-257-5361

E-mail: Saraban@dit.go.th

Call Center: 1569 ร้องเรียน/เสนอแนะ