ข่าวเลขที่ 164/2568 “พาณิชย์” ช่วยแตงโม เชื่อมโยงรับซื้อ กระจายนอกแหล่งผลิต (16 พฤษภาคม 2568)
พาณิชย์ ช่วยแตงโม เชื่อมโยงรับซื้อ กระจายนอกแหล่งผลิต วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ในการบริหารจัดการผลไม้ปี 2568 ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศทำหน้าที่เป็นเซลล์แมนจังหวัดคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในทันทีเมื่อพบปัญหา โดยเฉพาะกรณีราคาตกต่ำ นายวิทยากร กล่าวเพิ่มว่า กรณีแตงโมชัยนาทถือเป็นสถานการณ์ที่ต้องเร่งเข้าไปแก้ไข เพราะราคาตกลงมาจนไม่คุ้มต้นทุนการผลิต กรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานให้พาณิชย์จังหวัดชัยนาทลงพื้นที่ทันที พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานในพื้นที่และประสานความร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคกลาง และจังหวัดใกล้เคียง พร้อมหน่วยงานในพื้นที่ เช่น มณฑลทหารบกที่ 13 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ร่วมกันรับซื้อแตงโมจากเกษตรกร ส่งผลให้ประชาชนจากหลากหลายจังหวัด อาทิ พิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก และนครสวรรค์ เข้ามารับซื้อแตงโมอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของภาคเอกชน อย่างร้านสุกี้ตี๋น้อยที่รับซื้อแตงโมวันละ 12 ตัน อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูกาลผลิต ถือเป็นความร่วมมือที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี ขณะที่พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ประสานจังหวัดต่าง ๆ ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง และสิงห์บุรี ให้ร่วมสั่งซื้อแตงโม รวมทั้งสิ้น 5,000 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มช่องทางตลาดให้เกษตรกรและช่วยพยุงราคาแตงโมให้ขยับสูงขึ้น นอกจากนี้ พาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชรได้ร่วมมือกับสำนักงานเกษตรจังหวัด และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกแตงโม จัดกิจกรรมเปิดจุดจำหน่ายผลผลิตแตงโม เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์ราชการจังหวัด จำหน่ายแตงโมราคาพิเศษให้แก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่มาติดต่อราชการ โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ลูกละ 20 บาท หรือ 3 ลูก 55 บาท สำหรับลูกขนาด 3 กิโลกรัม และลูกละ 15 บาท หรือ 3 ลูก 40 บาท สำหรับลูกขนาด 2.1 กิโลกรัม ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทำให้แตงโมจำหน่ายหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว รวมทั้ง จังหวัดใกล้เคียงอย่างอุทัยธานี ก็ร่วมเชื่อมโยงตลาดด้วยการนำแตงโมชัยนาทไปจำหน่ายในราคาย่อมเยา ลูกละ 20 25 บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่ง และก่อนหน้านี้พาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ตลาดค้าส่งแตงโมโคกดอนหัน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังพบปัญหาด้านราคาเช่นกัน โดยได้ร่วมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และสนับสนุนการบริโภคแตงโมจากแหล่งผลิตโดยตรง เพื่อให้เกิดความสมดุลของตลาด
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 163/2568 พาณิชย์ตรวจเข้มจุดรับซื้อปาล์ม 8 จังหวัดใต้ ดันราคารับซื้อผลปาล์มเพิ่มสูงขึ้น (15 พฤษภาคม 2568)
พาณิชย์ตรวจเข้มจุดรับซื้อปาล์ม 8 จังหวัดใต้ ดันราคารับซื้อผลปาล์มเพิ่มสูงขึ้น นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยให้กรมการค้าภายใน กำกับดูแลราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันอย่างใกล้ชิด อธิบดีกรมการค้าภายในจึงได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจเฉพาะกิจกรมการค้าภายใน เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดในพื้นที่ กำกับการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของโรงงานสกัดและจุดรับซื้อผลปาล์มน้ำมัน (ลานเท) อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ในแหล่งผลิตพื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญในจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง และสตูล ส่งผลทำให้เกษตรกรได้รับราคาเพิ่มสูงขึ้น ยกระดับรายได้ สร้างเสถียรภาพ เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการและเกษตรกรไทย จากการตรวจสอบของพาณิชย์จังหวัดและสายตรวจเฉพาะกิจกรมการค้าภายใน ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 เป็นต้นมา ตรวจสอบผู้ประกอบการรับซื้อ จำนวน 77 ราย ประกอบด้วย โรงงานสกัด จำนวน 16 ราย และลานเท จำนวน 61 ราย พบว่ารับซื้อผลปาล์มทะลายในราคาเพิ่มสูงขึ้นทำให้เกษตรกรมีความพึงพอใจในรายได้ในราคารับซื้อปาล์มทะลาย 18 เปอร์เซ็นต์ ราคา 5.00-5.70 บาท/กก. นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรและติดตามให้มีการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันในราคาตามมติที่ประชุมแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมัน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงนี้ปริมาณผลปาล์มเข้าสู่ตลาดเริ่มลดลง โดยขอให้ทางโรงงานสกัดเร่งสกัดเต็มกำลังการผลิต เพื่อลดปริมาณผลปาล์มที่ค้างอยู่หน้าลาน และจะได้นำผลผลิตปาล์มที่มีคุณภาพสดใหม่เข้าสู่กระบวนการผลิต ส่งผลให้อัตราเปอร์เซ็นต์การสกัดเพิ่มสูงขึ้น จึงขอให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มตัดปาล์มสุกเต็มที่ เพื่อให้ได้ราคาดีและจะได้น้ำหนักเพิ่มด้วย นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ผู้ประกอบการโรงสกัดน้ำมันปาล์มและลานเทให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กำชับให้ปิดป้ายแสดงราคารับซื้อให้ชัดเจนและเปิดเผย โดยได้ส่งสายตรวจเฉพาะกิจ สับเปลี่ยนกำลังลงพื้นที่เฝ้าติดตามตรวจสอบพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงขอเตือนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายในเรื่องการรับซื้อผลปาล์มทะลาย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการรับซื้อ ตลอดจนการแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ และจัดทำบัญชีคุมสินค้าน้ำมันปาล์มและผลปาล์มน้ำมัน รวมทั้งห้ามกระทำพฤติกรรมใดๆ ที่จะเป็นการทำให้ผลปาล์มร่วงอย่างไม่เป็นธรรมชาติอย่างเคร่งครัด หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่แสดงราคารับซื้อ หรือแสดงไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีกดราคารับซื้อต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีทำผลปาล์มร่วงอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากไม่แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะแจ้งตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบการกระทำความผิดข้างต้นจะดำเนินคดีอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ หากเกษตรกรรายใดไม่ได้รับความเป็นธรรมในการขายผลปาล์มน้ำมันหรือสินค้าเกษตรอื่น รวมทั้งพบเห็นหรือทราบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งสายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 162/2568 นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ พร้อมรุกตลาดในและต่างประเทศ (13 พฤษภาคม 2568)
นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ พร้อมรุกตลาดในและต่างประเทศ วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในช่วงฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งระบายผลไม้ภายในประเทศและผลักดันการส่งออกอย่างเป็นระบบ นางสาวแพทองธาร เปิดเผยว่า รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาผลผลิตล้นตลาด โดยเฉพาะมะม่วง มังคุด เงาะ และทุเรียน จึงมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงยุติธรรม และภาคเอกชน เร่งดำเนินแผนรับซื้อผลไม้จากเกษตรกรในแหล่งผลิต พร้อมขยายการจำหน่ายในประเทศผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การรับซื้อเพื่อจำหน่ายแก่ผู้บริโภค รับซื้อเพื่อกิจกรรม CSR รับซื้อเพื่อบริโภคในองค์กร รับซื้อโดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมราชทัณฑ์ เพื่อนำไปประกอบอาหาร โดยวันนี้ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน 9 กลุ่ม 27 ราย ในการรับซื้อผลไม้รวม 103,760 ตัน โดยมีสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมผู้ค้า-ส่งออกผลไม้ไทย และเอกชนรายใหญ่อย่าง บ.สหพัฒนพิบูล จำกัด บ.ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด รับซื้อผลไม้รวมปริมาณกว่า 55,500 ตัน ด้านห้างค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ รับซื้อผลไม้กว่า 34,450 ตัน ปั๊มน้ำมัน ตู้เต่าบิน ไปรษณีย์ไทย หน่วยงานรัฐและมูลนิธิต่าง ๆ อีกรวม 13,810 ตัน รัฐบาลขอขอบคุณพันธมิตรภาคเอกชนที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในปีนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคผลไม้ในประเทศ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกร ยกระดับราคาผลไม้ให้เหมาะสมอย่างทั่วถึงตลอดฤดูกาลโดยรณรงค์บริโภคผลไม้ผ่านสื่อโซเชียล โดย KOL ที่มีชื่อเสียง เพื่อขยายฐานผู้บริโภค รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริม เช่น การประกวดเมนูอาหารจากผลไม้สดและนวัตกรรม งาน Thai Fruits Festival ซึ่งคาดว่าจะช่วยระบายผลไม้ในประเทศได้กว่า 346,500 ตัน จากเป้าหมายรวม 730,000 ตัน ในส่วนของมาตรการการส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศ ปี 2568 รัฐบาลตั้งเป้าการส่งออก ปริมาณ 4.13 ล้านตัน (+120,000 ตัน : +3%) มูลค่า 8,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+170 ล้านเหรียญสหรัฐฯ : +2%) หรือ 308,000 ล้านบาท (+2,200 ล้านบาท : +2%) โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างประเทศจีน รัฐบาลได้มีมาตรการด้านการสร้างความเชื่อมั่นผลผลิต โดยรัฐบาลเร่งผลักดันการตรวจรับรองมาตรฐาน GAP และตั้งศูนย์ Set Zero เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพผลไม้ไทย รวมถึงจัดตั้ง War Room เพื่อขับเคลื่อนการส่งออกอย่างเร่งด่วน พร้อมจัดชุดเฉพาะกิจเจรจากับประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งล่าสุดสำนักงานศุลกากรจีน (GACC) ได้ประกาศลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 สำหรับทุเรียนไทยที่มีระบบจัดการดี มีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม ถือเป็นผลสำเร็จจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ สำหรับตลาดต่างประเทศ รัฐบาลวางกลยุทธ์เจาะ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มตลาดศักยภาพ 7 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร กลุ่มตลาดส่งเสริมภาพลักษณ์ 2 ภูมิภาค คือ ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ผลไม้ไทย กลุ่มตลาดที่สะดวกต่อการขนส่ง 4 ประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งสามารถขยายการส่งออกผ่านระบบโลจิสติกส์ที่มีต้นทุนต่ำ นอกจากนี้ ภาครัฐจะดำเนินการส่งเสริมการขายผลไม้ไทยในต่างประเทศ ผ่านการร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ (Trade Fairs) และการส่งเสริมการขายในต่างประเทศ (Trade Promotion) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและขยายตลาดผลไม้ไทยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ผลไม้ไทยคือสินค้าที่มีศักยภาพและเป็นเอกลักษณ์ รัฐบาลจะเดินหน้าเต็มที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรไทยได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมและมั่นคง นายกรัฐมนตรีกล่าว ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของ มาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 โดยมีเป้าหมาย : 950,000 ตัน ประกอบด้วย 7 มาตรการ 25 แผนงาน 1. มาตรการสร้างความเชื่อมั่นผลผลิต 4 แผนงาน 2. มาตรการส่งเสริมตลาดในประเทศ 8 แผนงาน เป้าหมาย 730,000 ตัน 3. มาตรการส่งเสริมการแปรรูปและปรับพื้นที่เกษตรให้เหมาะสม 2 แผนงาน เป้าหมาย 220,000 ตัน 4. มาตรการส่งเสริมตลาดต่างประเทศ 4 แผนงาน 5. มาตรการยกระดับสินค้าผลไม้ไทย 3 แผนงาน 6. มาตรการแก้ไขอุปสรรคและอำนวยความสะดวกการค้า 2 แผนงาน 7. มาตรการกฎหมาย 2 แผนงาน
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 161/2568 “พาณิชย์”ยกทัพสินค้าราคาประหยัดจำหน่ายให้พี่น้องชาวฉะเชิงเทรา ในงานมหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้โครงการ “เปิดเทอม เติมพลัง” (12 พฤษภาคม 2568)
พาณิชย์ ยกทัพสินค้าราคาประหยัดจำหน่ายให้พี่น้องชาวฉะเชิงเทรา ในงานมหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้โครงการ เปิดเทอม เติมพลัง พาณิชย์ จัดงาน มหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้โครงการ เปิดเทอม เติมพลัง นำสินค้าอุปโภคบริโภค 10 หมวด กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% และยังมีสินค้าไฮไลต์ ทั้งไข่ไก่ น้ำตาลทรายน้ำมันปาล์ม ข้าวหอมมะลิ หมูเนื้อแดง น้ำมะนาว มังคุด ทุเรียน หอมหัวใหญ่ อุปกรณ์การเรียน และชุดนักเรียน มาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชน นักเรียนและนิสิต นักศึกษา เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้า นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ (นายวรวงศ์ รามางกูร) เข้าร่วมเป็นประธานพิธีเปิดงาน และมีสมาชิกวุฒิสภา (นายเอกชัย เรืองรัตน์) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา (นางฐิติมา ฉายแสง) ร่วมการเปิดงานในครั้งนี้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้ดำเนินการสนับสนุนรัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนในทุกมิติ ทั้งการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้จัดงานจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ระหว่างวันที่ 12-14 พฤษภาคม 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตรายกลางและรายย่อย (SMEs) วิสาหชุมชน นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายรวม 10 หมวด กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซอสปรุงรส น้ำยาซักผ้า ของใช้ประจำวัน เครื่องครัว อุปกรณ์ช่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องแต่งกาย สินค้าชุมชน เป็นต้น ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าไฮไลท์ และสินค้าผลไม้ที่เชื่อมโยงจากกลุ่มเกษตรกร ในราคาพิเศษทุกวัน อาทิ ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 90 บาท น้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 23 บาท น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 48 บาท ข้าวหอมมะลิ (5 กก.) ถุงละ 130 บาท หมูเนื้อแดง กิโลกรัมละ 140 บาท น้ำมะนาว ขวดละ 20 บาท และยังเชื่อมโยงสินค้าจากเกษตรกรและผลไม้จากภาคตะวันออกมาจำหน่ายในงาน ได้แก่ เงาะ กิโลกรัมละ 40 บาท มังคุด กิโลกรัมละ 40 บาท ทุเรียนหมอนทอง กิโลกรัมละ 150 บาท หอมแดง กิโลกรัมละ 40 บาท หอมหัวใหญ่ กิโลกรัมละ 20 บาท และยังมีการรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคกุ้งขาวในจังหวัดฉะเชิงเทรา อาทิ หมี่คลุกกุ้ง ชุดละ 69 บาท กุ้งย่าง ไม้ละ 59 บาท กุ้งต้ม ชุดละ 100-200 บาท ขนมจีนน้ำยากุ้ง ชุดละ 50 บาท นอกจากนั้นยังมีโซนสินค้านวัตกรรมสินค้าและผลิตภัณฑ์มะม่วงของจังหวัดฉะเชิงเทรา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ร่วมออกบูธแสดงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะม่วงของชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา อาทิ ลูกประคบสมุนไพรใบมะม่วงชามะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ซอสมะม่วงน้ำดอกไม้ ไวน์มะม่วง ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดมาเลือกซื้อสินค้าในโครงการนี้ ซึ่งเป็นสินค้าคุณภาพและราคาประหยัดที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้เลือกสรรมาให้ท่าน ทั้งสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพครบถ้วน ของกินของใช้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้ตามเป้าหมาย นายวรวงศ์กล่าว ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่มีเป้าหมายเร่งด่วนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย และยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างสภาพคล่องในระบบ สอดคล้องกับนโยบาย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ของรัฐบาล เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการ เปิดเทอม เติมพลัง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง รวมถึงนักเรียนและนิสิต นักศึกษาในช่วงเปิดภาคเรียน โดยมีผู้ผลิตสินค้า ผู้จำหน่าย ร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าส่งค้าปลีกห้างสรรพสินค้า สถาบันกวดวิชา สถาบันดนตรี เครือข่ายอินเตอร์เน็ตและแพลตฟอร์มออนไลน์ ร่วมลดราคาสินค้า จนถึง 31 พฤษภาคม 2568 และกรมการค้าภายในยังได้ดำเนินการจัดงานธงฟ้าราคาประหยัดอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ผลิตผู้ประกอบการ และกลุ่มเกษตรกร ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอย ผู้ประกอบการมีช่องทางในการจำหน่ายสินค้า และยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 160/2568 พาณิชย์ลุยส่งมอบปุ๋ย ยอดสั่งซื้อทะลุ 1 ล้านกระสอบ เตรียมคุย ธกส ยกระดับเข้าถึงพี่น้องเกษตรกร (12 พฤษภาคม 2568)
พาณิชย์ลุยส่งมอบปุ๋ย ยอดสั่งซื้อทะลุ 1 ล้านกระสอบ เตรียมคุย ธกส ยกระดับเข้าถึงพี่น้องเกษตรกร นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม2568 ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธ์ุ ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการพาณิชย์ลดราคาปุ๋ยเคมีเพื่อเกษตรกร ปี 2568 ณ สหกรณ์การเกษตรบางน้ำเปรี้ยว อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ได้เปิดเผยว่า โครงการฯ ได้รับความสนใจและการตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี ผลดำเนินโครงการฯ ล่าสุด เกษตรกรให้ความสนใจสั่งซื้อปุ๋ยแล้วกว่า 1 ล้านกระสอบ ปุ๋ยที่นำมาลดราคาในครั้งนี้ ครอบคลุมพืชทุกชนิด ทั้งนาข้าว พืชไร่ พืชสวน ไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะปุ๋ยที่เป็นสูตรสำคัญที่ใช้ในนาข้าว เช่น 46-0-0, 0-0-60, 16-20-0 และ 15-15-15 สามารถสั่งซื้อผ่านสถาบันเกษตรกรที่ตนเป็นสมาชิก อาทิ กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. วิสาหกิจชุมชน ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน โดยสถาบันเกษตรกรจะเป็นผู้รวบรวมยอดสั่งซื้อ และประสานกับกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อเชื่อมโยงปุ๋ยราคาถูกไปยังพื้นที่ของเกษตรกร ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์) ผู้ผลิต ผู้นำเข้าปุ๋ยเคมี จำนวน 26 บริษัท จาก 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร ลดราคาปุ๋ยเคมีจำนวน 79 สูตร ครอบคลุมพืชทุกชนิด ส่วนลดเฉลี่ยกระสอบละ 20-50 บาท รวมปริมาณ 10.06 ล้านกระสอบ (503,000 ตัน) เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน จนถึง 30 กันยายน 2568 นายวรวงศ์ รามางกูร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสหกรณ์การเกษตรบางน้ำเปรี้ยว ได้สั่งซื้อปุ๋ยในโครงการฯ ไปแล้วกว่า 200,000 กระสอบ โดยเป็นสูตรที่ใช้กับนาข้าว เช่น 46-0-0, 0-0-60, 16-20-0 และ 15-15-15 เป็นต้น และมีแผนที่จะสั่งซื้อเพิ่มเติมอีก ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนในการผลิตให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ระดับหนึ่ง และขอเชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วมสั่งซื้อในโครงการ เพื่อเป็นการลดภาระต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรในช่วงฤดูเพาะปลูกที่กำลังจะมาถึงนี้ เกษตรกรที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.dit.go.th รวมถึงพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด และสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ และสั่งซื้อปุ๋ยในโครงการผ่านสถาบันเกษตรกรที่ตนเป็นสมาชิก และในวันนี้ได้มาเยี่ยมชมศูนย์เจียไต๋เอ็กซ์พีเรียนซ์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามสหกรณ์การเกษตรบางน้ำเปรี้ยว เป็นศูนย์ที่ให้ความรู้แก่เกษตรกรในการทำงานอย่างมืออาชีพ ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น โดรนทางการเกษตร และเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาชาวนาไทยสู่การเป็นชาวนามืออาชีพ ซึ่งเห็นว่าศูนย์แห่งนี้จะเป็นศูนย์เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกร และช่วยปรับเปลี่ยนการเกษตรแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคงและดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้กลับมาเกษตร พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในทุกมิติ อีกทั้งยังเป็นการผลักดันอนาคตของเกษตรกรไทยให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน จึงขอขอบคุณภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐเป็นอย่างยิ่ง
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 159/2568 กรมการค้าภายในเร่งระบายมะม่วงโชคอนันต์เข้าโมบายธงฟ้า รับมือผลผลิตออกสู่ตลาดมาก (10 พฤษภาคม 2568)
กรมการค้าภายในเร่งระบายมะม่วงโชคอนันต์เข้าโมบายธงฟ้า รับมือผลผลิตออกสู่ตลาดมาก กรมการค้าภายใน ได้รับการประสานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดอุตรดิตถ์ ว่าปัจจุบันผลผลิตมะม่วงออกสู่ตลาดมากพร้อมกัน โดยเฉพาะมะม่วงโชคอนันต์ซึ่งมีตลาดรองรับค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก กรมจึงได้นำผู้ประกอบการเข้ามารับซื้อผลผลิตในราคานำตลาดเพื่อเร่งช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร่งด่วน และจะเข้ามารับซื้ออย่างต่อเนื่องทั้งในจังหวัดอุตรดิตถ์ และแหล่งผลิตอื่นๆเพื่อนำไปกระจายเข้าสู่โมบายของ ฟ้าในกรุงเทพมหานครและกิจกรรมธงฟ้าทั่วประเทศต่อไป นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในใช้กลไกของโมบายธงฟ้าและการจัดงานธงฟ้าทั่วประเทศเป็นที่ระบายสินค้าเกษตรโดยเฉพาะสินค้ามะม่วงซึ่งปัจจุบันออกพร้อมกันในปริมาณมากในแหล่งผลิตสำคัญหลายหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นสุโขทัยอุตรดิตถ์เป็นต้น โดยการรับซื้อจะเป็นการรับซื้อในราคานำตลาดเพื่อนำไปจำหน่ายในงานธงฟ้า นาย รวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์เขต 3 เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านเกี่ยวกับปัญหาราคามะม่วงเริ่มปรับตัวลดลงค่อนข้างมากเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันจึงได้แจ้งประสานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เพื่อทราบปัญหา ซึ่งวันนี้ขอขอบคุณท่านมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยเร่งด่วน ซึ่งในวันนี้ได้นำผู้ประกอบการเข้ามารับซื้อผลผลิตในอำเภอ ตรอน ในราคานำตลาดและมีการกำหนดเป้าหมายการซื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งพี่น้องเกษตรกรมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก ซึ่งจะได้ติดตามการรับซื่อของกรมการค้าภายในอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรมีตลาดรองรับตลอดฤดูกาล
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 158/2568 กรมการค้าภายในลุยตรวจชุดนักเรียน-ชุดสังฆทาน ป้องกันฉวยโอกาสขึ้นราคาไม่เป็นธรรม (10 พฤษภาคม 2568)
กรมการค้าภายในลุยตรวจชุดนักเรียน-ชุดสังฆทาน ป้องกันฉวยโอกาสขึ้นราคาไม่เป็นธรรม นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าชุดนักเรียนและสินค้าชุดสังฆทาน-ชุดไทยธรรม ตามนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาในช่วงก่อนเปิดเทอมและช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนา ในช่วงวันวิสาขบูชา โดยเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายการแสดงราคาสินค้าอย่างเคร่งครัด พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณย่านบางลำพู พบว่าราคาจำหน่ายชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสม มีการติดป้ายแสดงราคาชัดเจน ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดโครงการ เปิดเทอม เติมพลัง ระหว่างวันที่ 30 เมษายน 31 พฤษภาคม 2568 โดยร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ห้างค้าส่งค้าปลีก และแพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 50 ราย ลดราคาสินค้าเกี่ยวกับการศึกษากว่า 8,000 รายการ สูงสุดถึง 74% อาทิ ชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน เครื่องเขียน ตำราเรียน บริการกวดวิชา รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ในส่วนของการตรวจสอบชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าสินค้าชุดสังฆทาน ชุดไทยธรรม ในช่วงวันสำคัญทางศาสนา วันวิสาขบูชา ณ บริเวณหน้าวัดบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพฯ พบว่า มีการแสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้า พร้อมทั้งแสดงรายการสินค้า ขนาด น้ำหนัก ปริมาณการบรรจุ และราคาแต่ละรายการ ที่บรรจุในชุดสังฆทาน ชุดไทยธรรม รวมทั้งค่าภาชนะบรรจุด้วย มีขนาดตัวอักษรและตัวเลข ขนาด 16 ขึ้นไป ส่วนสถานการณ์ด้านราคาสินค้า พบว่า ปัจจุบันราคาจำหน่ายทรงตัว แต่ต้นทุนสินค้าที่บรรจุในชุดสังฆทาน ชุดไทยธรรม มีการปรับสูงขึ้น ด้านการจำหน่าย มีการจำหน่ายลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ชะลอตัว ทำให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมการถวายชุดสังฆทาน ชุดไทยธรรม เป็นการถวายปัจจัยกับทางวัด หรือถวายชุดสังฆทาน ชุดไทยธรรม ที่มีขนาดเล็กลง ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ผู้ค้าจำหน่ายสินค้า และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ในการปิดป้ายแสดงราคาสินค้า โดยทางกรมฯ ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กรมการค้าภายในขอย้ำให้ผู้ค้าปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการ สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน 1569 หากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่แสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้าและค่าบริการ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากจำหน่ายสินค้าและบริการในราคาสูงเกินสมควร มีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พรบ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 นายอุดม กล่าวเน้นย้ำ
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 157/2568 กรมการค้าภายใน จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน “คัดไทย ไทยแลนด์ 2025” รณรงค์บริโภคผลไม้คุณภาพ ช่วยเหลือเกษตรกร (9 พฤษภาคม 2568)
กรมการค้าภายใน จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน คัดไทย ไทยแลนด์ 2025 รณรงค์บริโภคผลไม้คุณภาพ ช่วยเหลือเกษตรกร กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน คัดไทย ไทยแลนด์ 2025 คัดสรรผลไม้คุณภาพเยี่ยมและสินค้าเด่นจากทั่วประเทศ ส่งตรงจากเกษตรกรถึงมือผู้บริโภค พร้อมชวนคนไทย ช้อป ชิม ผลไม้สดใหม่ตามฤดูกาลในราคายุติธรรม เพื่อส่งเสริมการบริโภคสินค้าไทย กระจายผลผลิต ลดปัญหาผลไม้ล้นตลาด ภายใต้บรรยากาศสนุกสนานสไตล์ ไทยป๊อป งานจัดหมุนเวียนในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค, บางกะปิ, งามวงศ์วาน, ท่าพระ และเดอะมอลล์ โคราช ตั้งแต่วันนี้ถึง 2 กรกฎาคม 2568 นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 ในส่วนของกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ ของกระทรวงพาณิชย์ ตามนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มช่องทางการตลาดในประเทศให้มากขึ้น ผ่านกลไกความร่วมมือกับภาคเอกชนรายใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าส่ง-ค้าปลีก โดยเฉพาะในช่วงที่ผลไม้เริ่มออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทั้งทุเรียน มังคุด ลำไย และมะม่วง เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลไม้คุณภาพดีในราคาที่เหมาะสมจับต้องได้ และช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านราคาของตลาดผลไม้ไทย ภายในงาน คัดไทย ไทยแลนด์ 2025 ได้ร่วมคัดสรรผลไม้ตามฤดูกาลที่มีคุณภาพจากเกษตรกรมาให้ผู้บริโภค และมีการคัดเลือกทุเรียนพรีเมียมมากกว่า 20 สายพันธุ์ อาทิ ทุเรียนนนท์ หมอนทอง ชะนี เกาะช้าง มูซานคิง และภูเขาไฟ ตลอดจนผลไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจากพิษณุโลก ส้มโอขาวใหญ่จากสมุทรสงคราม สับปะรดภูแลจากเชียงราย และมะพร้าวน้ำหอมจากฉะเชิงเทรา พร้อมทั้งสินค้าแปรรูปและเมนูดังจากร้านยอดนิยม เสิร์ฟควบคู่ความรู้เรื่องประโยชน์ของผลไม้ตามฤดูกาล เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนบริโภคผลไม้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน กรมการค้าภายในเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง ส่งเสริมให้ประชาชนได้บริโภคสินค้าดี มีคุณภาพในราคายุติธรรม และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรมอีกทางหนึ่งในช่วงฤดูกาลผลไม้ปีนี้ จึงขอเชิญประชาชนเลือกซื้อและบริโภคผลไม้จากเกษตรกรไทย เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกร นางสาวญาณี กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
Dit Logo New (2)

ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สอบถามข้อมูล

arrow-down

DIT Chat Service ยินดีให้บริการ

maximize
สอบถามข้อมูลเพิมเติมกับเจ้าหน้าที่ (Admin)

บริการของกรมการค้าภายใน

7422635f-7946-4705-88ec-05d965bd7b40

การขออนุญาตประกอบการค้า

862c658c-96a2-4f51-87cb-7ae89028e48a

สอบถามราคาสินค้าเกษตร

e776ba32-103f-4917-b746-5333af42cf9d

รวบรวมกิจกรรมกรมการค้าภายใน

3e6fa301-b225-4427-b882-4d78e453a2ed

การเดินทางมายังกรมการค้าภายใน

เลขที 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

โทรศัพท์ 0-2507-5530

โทรสาร: 0-257-5361

E-mail: Saraban@dit.go.th

Call Center: 1569 ร้องเรียน/เสนอแนะ