ข่าวเลขที่ 196/2568 “พาณิชย์” ลงจันทบุรี จับมือ แมคโคร โลตัส และโลตัส-โกเฟรช เร่งดันมังคุดปลายฤดูกาล กระจายสู่ทุกสาขาทั่วประเทศ (15 มิถุนายน 2568)
พาณิชย์ ลงจันทบุรี จับมือ แมคโคร โลตัส และโลตัส-โกเฟรช เร่งดันมังคุดปลายฤดูกาล กระจายสู่ทุกสาขาทั่วประเทศ วานนี้ (14 มิถุนายน 2568) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน มอบหมายให้ นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตาม การรับซื้อผลผลิตมังคุดปลายฤดูในพื้นที่ภาคตะวันออกพร้อมนำผู้ประกอบการเร่งกระจายผลผลิตออกสู่ตลาด ตามข้อสั่งการของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้เน้นย้ำให้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้แก่เกษตรกร และยกระดับราคาผลไม้ให้เหมาะสมและทั่วถึงตลอดฤดูกาล กรมการค้าภายในจึงได้ร่วมมือกับจังหวัดจันทบุรี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี และห้างค้าส่งค้าปลีก แมคโคร โลตัส และโลตัส-โกเฟรช ในการกระจายผลไม้มังคุดปลายฤดูไปยังสาขาทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร และบรรเทาปัญหาผลผลิตช่วงปลายฤดูกาล ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 คนตัวใหญ่ช่วยคนตัวเล็ก เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานส่งเสริมตลาดในประเทศ ที่กรมการค้าภายในได้ร่วมกับห้างค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่เข้ามาช่วยกระจายผลผลิตและสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรรายย่อย นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูกาลของผลไม้ภาคตะวันออก โดยเฉพาะมังคุด ซึ่งในช่วง 3-5 วันนี้ ถือว่าเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด และจากนี้ไปผลผลิตจะค่อยๆเริ่มลดลง จึงจำเป็นต้องนำผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาดูดซับผลผลิตโดยเร่งด่วนในปริมาณมากในช่วงนี้ กรมฯ จึงประสานกับ แมคโคร โลตัส และโลตัส-โกเฟรช กระจายผลผลิตไปยังผู้บริโภคทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อช่วยยันราคาไม่ให้ตกต่ำ เกษตรกรมีรายได้อย่างเป็นธรรม และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กรมการค้าภายในยังคงเดินหน้าประสานความร่วมมือกับพันธมิตรเครือข่ายห้างค้าส่ง ค้าปลีก และตลาดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การกระจายผลผลิตเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และผลไม้ไทยได้รับการบริโภคอย่างแพร่หลายทั่วประเทศจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูกาล
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 195/2568 “กรมการค้าภายใน” ระดมตรวจเข้มเครื่องชั่งซื้อขายผลไม้ทั่วประเทศ ย้ำสร้างความเป็นธรรมให้เกษตรกร (13 มิถุนายน 2568)
กรมการค้าภายใน ระดมตรวจเข้มเครื่องชั่งซื้อขายผลไม้ทั่วประเทศ ย้ำสร้างความเป็นธรรมให้เกษตรกร กรมการค้าภายในระดมสายตรวจของศูนย์ชั่งตวงวัด/สำนักงานสาขาชั่งตวงวัดทั่วประเทศ ออกตรวจสอบเครื่องชั่งผลไม้ ที่ล้ง รับซื้อผลไม้จากเกษตรกรทั่วประเทศอย่างเข้มงวด จำนวน 5,887 เครื่อง ส่วนใหญ่ถูกต้องและเที่ยงตรง เพื่อให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมในการขายผลไม้ และได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมย้ำผู้ประกอบการต้องแสดงราคารับซื้อผลไม้อย่างชัดเจนตามประกาศ กกร. โดยต้องแสดงราคาและเงื่อนไขการรับซื้อก่อนเวลา 08.00 น. หรือทันทีที่เปิดทำการรับซื้อ 13 มิถุนายน 2568 นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้วางมาตรการบริหารจัดการผลไม้ฤดูกาลปี 2568 ขณะนี้อยู่ในช่วงที่ผลไม้ทยอยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก กรมการค้าภายในจึงได้ดำเนินมาตรการด้านกฎหมายอย่างเข้มข้นเพื่อดูแลความเป็นธรรมในการซื้อขายผลผลิตของเกษตรกร และรักษาความเป็นธรรมให้กับประชาชน จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในมอบหมายเจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดทั้งส่วนกลางและภูมิภาคตรวจเข้มเครื่องชั่งตามสถานรับซื้อผลไม้ (ล้ง) และตลาดสดทั่วประเทศ โดยระดมลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ถึงปัจจุบัน (12 มิถุนายน 68) รวมเครื่องชั่งทั้งหมด 5,887 เครื่อง มีความถูกต้องเที่ยงตรง จำนวน 5,869 เครื่อง ในส่วน 18 เครื่อง ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นเครื่องชั่งดิจิทัลที่ไม่มีเครื่องหมายคำรับรอง จำนวน 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการผูกบัตรห้ามใช้ และอีก 17เครื่อง เป็นเครื่องชั่งสปริงที่ชำรุดตามการใช้งาน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการยึดและนำส่งกลับไปยังกรมเพื่อเข้ากระบวนการทำลายเครื่องชั่งที่ผิดกฎหมายต่อไป นายอุดม ยังกล่าวต่ออีกว่า โดยเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 ตนได้ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ และสายตรวจชั่งตวงวัด ออกตรวจสอบร้านขายผลไม้ทุเรียนริมถนน ย่าน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จากการตรวจสอบพบว่า หลายร้านมีการปิดป้ายแสดงราคาและเครื่องชั่งถูกต้องได้มาตรฐาน แต่พบเครื่องชั่งที่ไม่มีเครื่องหมายคำรับรอง จำนวน 1 เครื่อง จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการยึด และนำส่งสำนักงานเพื่อเข้ากระบวนการทำลายเครื่องชั่งที่ผิดกฎหมายต่อไป ขอฝากถึงเกษตรกรผู้ขายผลไม้ รวมถึงประชาชนผู้ซื้อควรสังเกตการชั่งเพื่อรักษาสิทธิของตนเอง โดยเครื่องชั่งต้องวางในตำแหน่งที่สามารถให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถสังเกตเห็นผลการชั่งได้พร้อมกัน ไม่มีสิ่งของหรือสินค้าบังหน้าปัดชั่ง เข็มของเครื่องชั่งต้องไม่โค้งงอหรือชำรุดและก่อนทำการชั่งเข็มต้องอยู่ในตำแหน่งเลขศูนย์ และที่สำคัญสังเกตสติกเกอร์ตรวจสอบประจำปีบนเครื่องชั่งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดแล้ว พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่เกษตรกรนิยมขายผลผลิตหลังจากเก็บเกี่ยวในช่วงเช้า เพื่อให้การรับซื้อเป็นธรรม และราคาที่แสดงตรงกับราคาที่รับจริงทุกวัน ขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้รวบรวมผลผลิตและโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ต้องติดป้ายแสดงราคารับซื้อ ณ บริเวณจุดรับซื้ออย่างชัดเจน และต้องเป็นราคาจริงที่รับซื้อ หากไม่ปฏิบัติ จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ขณะเดียวกัน หากพบการใช้เครื่องชั่งที่ไม่ถูกต้องหรือมีการโกงน้ำหนัก อาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 280,000 บาท ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนผู้บริโภค กรมจะลงพื้นที่ตรวจสอบเครื่องชั่งตามร้านขายผลไม้และบริเวณแผงขายทุเรียนมากยิ่งขึ้น พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน หากพบการเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในการขายผลผลิต สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569 หรือ LINE: @MR.DIT หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดในพื้นที่ นายอุดม กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 194/2568 “พิชัย” เคาะ กกร. ต่ออายุควบคุมสินค้า-บริการ 59 รายการอีก 1 ปี ดูแลผู้บริโภคให้เป็นธรรม (13 มิถุนายน 2568)
พิชัย เคาะ กกร. ต่ออายุควบคุมสินค้า-บริการ 59 รายการอีก 1 ปี ดูแลผู้บริโภคให้เป็นธรรม วันที่ 13 มิถุนายน 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องประชุมกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมี ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เข้าร่วมที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ ต่ออายุการควบคุมสินค้าและบริการ จำนวน 59 รายการ ครอบคลุม 11 หมวดสินค้า และ 1 หมวดบริการ ไปอีกเป็นเวลา 1 ปี เพื่อดูแลราคาสินค้าและบริการให้เป็นธรรมต่อผู้บริโภค และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 พร้อมเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป สำหรับรายการสินค้าและบริการที่คงการควบคุม ประกอบด้วย 59 รายการ ได้แก่ 1.กระดาษและผลิตภัณฑ์ 3 รายการ 2.เครื่องใช้ไฟฟ้า 2 รายการ 3.บริภัณฑ์ขนส่ง 2 รายการ 4.ปัจจัยทางการเกษตร 7 รายการ 5.ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 2 รายการ 6.ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ 4 รายการ 7.วัสดุก่อสร้าง 4 รายการ 8.สินค้าเกษตรที่สำคัญ 7 รายการ 9.สินค้าอุปโภคบริโภค 7 รายการ 10. อาหาร 14 รายการ 11.อื่นๆ 2 รายการ 12. บริการ 5 รายการ ที่ประชุมยังมีมติ ยกเลิกมาตรการควบคุมใยสังเคราะห์โพลิโพรพิลีน (Spunbond) สำหรับการผลิตหน้ากากอนามัย เนื่องจากวัตถุดิบมีเพียงพอต่อความต้องการในประเทศแล้ว พร้อมเห็นชอบให้ เพิ่มพื้นที่ควบคุมการขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอจะนะ (สงขลา) เกาะสีชัง (ชลบุรี) เมืองบึงกาฬ (บึงกาฬ) และเมืองหนองคาย (หนองคาย) รวมถึง ควบคุมการขนย้ายข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์นำเข้า ที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ในพื้นที่อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติให้ คงมาตรการแสดงราคาจำหน่ายสินค้าและบริการ ทั้งในระบบออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยรายการสินค้า/บริการ ณ จุดจำหน่าย (ออฟไลน์) จำนวน 290 รายการ (สินค้า 240 รายการ บริการ 50 รายการ) รายการแสดงราคารับซื้อสินค้าเกษตร 33 รายการ และสินค้าและบริการที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องแสดงราคาอย่างชัดเจนเพื่อความโปร่งใส ด้านนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในได้ดำเนินการตามมติ กกร. โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน (ประชาพิจารณ์) พบว่าส่วนใหญ่ยังเห็นควรให้มีมาตรการควบคุมราคาสินค้าและบริการผ่านออนไลน์ เนื่องจากมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค ทั้งนี้ กรมฯ ยังคงใช้กฎหมายในการบังคับให้ผู้ขายแสดงราคาสินค้าบนแพลตฟอร์มทุกครั้ง สำหรับสินค้าจำเป็น เช่น ชุดตรวจ ATK กรมการค้าภายในได้ประสานกับผู้นำเข้าเพื่อสนับสนุนการนำเข้าวัตถุดิบที่จำเป็น พร้อมติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยพิจารณาควบคู่กับคุณภาพของสินค้า ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่ไม่แสดงราคา หรือจำหน่ายสินค้าเกินราคา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 193/2568 “พาณิชย์” ลุยจัด ‘Thai Fruits Festival 2025’ ผนึกตลาดสี่มุมเมือง จัดคึกคัก ‘โกยละ 20 บาท’ ช่วยเกษตรกร คืนกำไรผู้บริโภค” (13 มิถุนายน 2568)
พาณิชย์ ลุยจัด Thai Fruits Festival 2025 ผนึกตลาดสี่มุมเมือง จัดคึกคัก โกยละ 20 บาท ช่วยเกษตรกร คืนกำไรผู้บริโภค กรมการค้าภายใน เดินหน้ามาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 จับมือ ตลาดสี่มุมเมือง จัดกิจกรรม Thai Fruits Festival 2025 กระจายผลผลิตจากสวนสู่ผู้บริโภค พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ที่ตลาดสี่มุมเมือง โกยผลไม้ 20 บาท วันที่ 12-15 มิถุนายน 68 หวังช่วยเกษตรกร กระตุ้นบริโภคผลไม้ไทย วันที่ 12 มีนาคม 2568 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เผยว่า ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) ที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในช่วงฤดูกาลผลไม้ ปี 2568 จากปัญหาทางด้านการเกษตรที่ผลไม้ล้นตลาด จึงได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ นำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายพิชัย นริพทะพันธุ์) เร่งดำเนินการตามแผนมาตรการรับซื้อผลไม้จากเกษตรในแหล่งผลิต โดยประสานกับความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน พร้อมขยายการจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อรักษาราคาผลไม้ในทุกชนิดนั้น นายวิทยากร กล่าวว่า ในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ กรมการค้าภายใน ได้ประสานความร่วมมือกับตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นตลาดในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน จัดงาน สี่มุมเมือง ไทยฟรุตเฟส 2025 ระหว่างวันที่ 12 15 มิถุนายน 2568 ณ ตลาดผลไม้รวม สี่มุมเมือง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ตามนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เร่งดำเนินการขับเคลื่อนภายใต้มาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 68 โดยการช่วยดูแลชาวสวนเกษตกรทั้งทางด้านผลผลิตให้มีตลาดรองรับและทางด้านราคาให้เกิดเสถียรภาพพี่น้องเกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงผลไม้ไทยของภาคตะวันออก จากเกษตรกร ถึงผู้ค้า และส่งตรงจากสวนผู้บริโภคได้เลือกซื้อ โดยมีผลไม้ อาทิ มังคุด ลองกอง มะม่วง เงาะ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมไฮไลท์ และโปรโมชันภายในงาน ประกอบไปด้วย สี่มุมเมืองเสิร์ฟ คุณโกย คุ้ม สนุก ฮา ได้ผลไม้ฉ่ำ ๆ กลับบ้าน เพียงโกยละ 20 บาท โกยได้เท่าไหร่เอาไปเลย มีผลไม้หลากหลายให้เลือกโกย เช่น เงาะ มังคุด ลองกอง มะม่วง และอื่น ๆ อีกมากมาย วันละ 3 รอบ 11.00 น. 14.00 น. และ 17.00 น. รอบละ 50 คน รับบัตรคิวและร่วมกิจกรรม ที่หน้าบูธกิจกรรม ท้ายตลาดผลไม้รวม สำหรับโปรฯ พิเศษในงาน เมื่อซื้อผลไม้ที่ ตลาดผลไม้รวม ครบ 2,000 บาท นำใบเสร็จที่มีตราประทับร้านค้า หรือตราประทับลงสินค้าของร้าน มาลงทะเบียนเพื่อรับ คูปองเงินสด 100 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าครั้งถัดไป แจกคูปอง 12 15 มิ.ย. และใช้คูปองได้ถึง 30 มิ.ย. นี้ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ราคาพิเศษภายในงาน บูธของกิน ของดีจังหวัดปทุมธานีอีกมากมายจากร้านค้าที่ร่วมรายการ ทั้งนี้ ทางกรมฯ ต้องขอขอบคุณสมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย และตลาดสี่มุมเมือง ที่ให้ความร่วมมือกับกรมฯ ในการสนับสนุนพื้นที่และจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องในทุกๆปี และก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้จัดกิจกรรมเทศกาลผลไม้ร่วมกับตลาดไท เมื่อ 28 พค.-1 มิย.68 และตลาดศรีเมือง เมื่อ 5-6 มิย.68 ไปแล้วด้วยเช่นกัน พบประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี คึกคักเป็นอย่างมาก ท้ายนี้ อยากขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน มาร่วมกันรณรงค์บริโภคผลไม้ไทย คุณภาพดี ราคาถูก ส่งตรงจากสวนที่งานสี่มุมเมือง ไทยฟรุตเฟส 2025 คนรักผลไม้ไม่ควรพลาด รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน นายวิทยากร กล่าว
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 192/2568 “พาณิชย์” จับมือสมาคมตลาดสดไทย เดินหน้า “Thai Fruits Festival 2025” กระตุ้นบริโภคคึกคัก-พยุงราคาผลไม้ (11 มิถุนายน 2568)
พาณิชย์ จับมือสมาคมตลาดสดไทย เดินหน้า Thai Fruits Festival 2025 กระตุ้นบริโภคคึกคัก-พยุงราคาผลไม้ กรมการค้าภายใน ผนึกกำลังสมาคมตลาดสดไทย จัดแคมเปญ Thai Fruits Festival 2025 by DIT ระดมขายทุเรียนคุณภาพ หลากราคา กระตุ้นการบริโภค พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมต่อเนื่องช่วยระบายผลไม้-พยุงราคาทรงตัว นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.68 ได้มาที่ตลาดเยสบางพลี อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ที่กรมการค้าภายในร่วมกับสมาคมตลาดสดไทย ตามนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ Thai Fruits Festival 2025 by DIT ซึ่งกรมฯ ได้ร่วมกับห้างค้าส่งค้าปลีกทั่วประเทศ รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ ในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในช่วงที่ผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกได้ออกมากในช่วงนี้ ผลไม้หลักอย่างทุเรียน ผลผลิตออกแล้วประมาณ 80% มังคุดประมาณ 60% ในส่วนของปลายฤดูของภาคตะวันออก กรมฯ ได้ติดตามสถานการณ์ผลไม้อย่างใกล้ชิด พบว่าตอนนี้ราคาอยู่ในระดับที่ทรงตัว อย่างไรก็ดี เพื่อให้รักษาระดับราคาได้ ในการส่งออกก็ได้ดำเนินอย่างต่อเนื่อง ส่วนการบริโภคในประเทศ กรมฯ ได้จัดรณรงค์บริโภคผลไม้ขึ้นโดยร่วมกับสมาคมตลาดสดไทย จำนวน 13 ตลาด ซึ่งจะนำทุเรียนคุณภาพดี แต่ขนาดลูกอาจจะตกไซส์ มาจำหน่ายในหลายราคา เช่น ช่วงนาทีทองราคาลูกละ 99 บาท และทุเรียนราคาพิเศษกิโลกรัมละ 99 บาท กิโลกรัมละ 139 บาทและกิโลกรัมละ199 บาท ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้บริโภค รองอธิบดีกรมกาค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในภาพรวมจะมีกิจกรรมบริโภคไปตลอดฤดูกาลผลไม้ ซึ่งในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ จะมีการจัดรณรงค์บริโภคผลไม้ Thai Fruits Festival 2025 by DIT ที่สยามสแควร์ ส่วนตอนนี้สมาคมตลาดสด 13 ตลาดสดก็จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาทุเรียนในประเทศอยู่ในระดับทรงตัว ส่วนผลไม้อื่นอย่างมังคุด คาดว่าในช่วงนี้เป็นช่วงปลายฤดูของมังคุด อาจจะมีปัญหาในเรื่องคุณภาพ ทำให้ต้องมีความจำเป็นที่ต้องเร่งกระจายผลผลิต ซึ่งขอบคุณสมาคมตลาดสดไทยที่ร่วมกันในการที่จะจัดกิจกรรมเพื่อรักษาระดับราคา โดยในปีนี้ผลผลิตออกมาพอสมควร ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยบริโภคผลไม้ ซึ่งปัจจุบันผลไม้ก็ออกมาก เจอผลไม้ไทยที่ไหน ก็บริโภคที่นั่น นอกจากนี้ห้างค้าส่ง-ค้าปลีก สมาคมตลาดสดไทยให้ความร่วมมือแล้ว สถานีบริการน้ำมัน ได้แก่ PT, PTT , บางจาก และซัสโก้ ก็ได้นำผลไม้ของพี่น้องชาวเหนืออย่างมะม่วงแฟนซี มาแจกจ่ายให้กับประชาชนเป็นของสมนาคุณเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้รับความนิยมมาก เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายร่วมกันอย่างดีทั้งภาคเอกชนและภาครัฐในการรักษาระดับราคาให้มีเสถียรภาพของผลไม้ในปีนี้ นายกรนิจ กล่าวทิ้งท้าย ด้านนายปริญญา ธรรมวัฒนะ นายกสมาคมตลาดสดไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่มีการจัดกิจกรรมเช่นนี้ เพราะปีนี้ผลไม้เยอะมาก ทำให้ผู้บริโภครับประทานของดีและถูก รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรด้วย สมาคมตลาดสดไทยก็สนับสนุนโครงการดีๆ อย่างนี้ ขอให้กรมการค้าภายในจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พวกเราจะได้มีของดีและถูกรับประทานกัน
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 191/2568 พาณิชย์ลุยเข้ม! จับรถขนกระเทียมเถื่อนกว่า 8,000 กก. ส่งดำเนินคดี ป้องสิทธิ์เกษตรกรไทย (10 มิถุนายน 2568)
พาณิชย์ลุยเข้ม! จับรถขนกระเทียมเถื่อนกว่า 8,000 กก. ส่งดำเนินคดี ป้องสิทธิ์เกษตรกรไทย นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้สนธิกำลังตรวจสอบและจับกุมรถบรรทุกกระบะ 2 คัน บรรทุกกระเทียมนำเข้าจากต่างประเทศรวมกว่า 8,000 กิโลกรัม มูลค่ารวม 300,400 บาท โดยไม่มีใบอนุญาตขนย้ายสินค้าตามที่กฎหมายกำหนด ขณะกำลังลำเลียงจากอำเภอเมืองมุกดาหารมายังตลาดท่าเรือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ผู้ขับขี่ทั้งสองรายถูกควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีที่ สภ.ยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มภายใต้นโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด นายตรวจชั่งตวงวัด และเจ้าหน้าที่ศุลกากรในพื้นที่เฝ้าระวังการลักลอบขนย้ายพืชหัวโดยเฉพาะกระเทียมอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมราคาสินค้าเกษตรให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรไทย เนื่องจากกระเทียมจากต่างประเทศมีราคาต่ำกว่าท้องถิ่น หากปล่อยให้มีการนำเข้าและเคลื่อนย้ายโดยไม่ควบคุม อาจทำให้ราคากระเทียมในประเทศตกต่ำและส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง รองอธิบดีกรมการค้าภายในระบุว่า การกระทำดังกล่าวมีความผิดตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2567 ซึ่งควบคุมการขนย้ายกระเทียมนำเข้าจากต่างประเทศ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมยืนยันว่า กรมฯ จะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด และจะเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบทุกด่านขนส่ง รวมถึงคลังสินค้าในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ ขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากเกษตรกรหรือประชาชนพบเห็นการกระทำผิด หรือมีเบาะแสการลักลอบขนย้ายสินค้า สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ กรมฯ จะเร่งตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายอย่างไม่ละเว้น เพื่อปกป้องเกษตรกรไทยและสร้างความเป็นธรรมในระบบตลาด นายอุดมกล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 190/2568 “พาณิชย์” เดินหน้าขับเคลื่อน “คนตัวใหญ่ช่วยคนตัวเล็ก” จับมือริมปิง ซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นช่องทางจำหน่ายผลไม้จากเกษตรกร พร้อมติดตามสถานการณ์การผลิตลำไยภาคเหนือปี 68 (9 มิถุนายน 2568)
พาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อน คนตัวใหญ่ช่วยคนตัวเล็ก จับมือริมปิง ซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นช่องทางจำหน่ายผลไม้จากเกษตรกร พร้อมติดตามสถานการณ์การผลิตลำไยภาคเหนือปี 68 กรมการค้าภายในลงพื้นที่เชียงใหม่ จับมือห้างค้าปลีกคุณภาพอย่างริมปิง ซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นช่องทางจำหน่ายผลไม้จากเกษตรกร ลดพ่อค้าคนกลาง สร้างรายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมลงพื้นที่กลุ่มแปลงใหญ่ลำไยตำบลชมภู ประชาสัมพันธ์แผนกระจายผลผลิตช่วงฤดูลำไยออกตลาดกลางปีนี้ นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 7-8 มิถุนายน 2568 เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย คนตัวใหญ่ช่วยคนตัวเล็ก ร่วมกับภาคเอกชนในการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะผลไม้ที่กำลังออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงกลางปีนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านราคาจำหน่ายให้แก่เกษตรกร นางสาวญาณี เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่มาติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคเหนือ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ และได้มีโอกาสหารือทางผู้บริหารริมปิง ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกพรีเมียมที่ได้รับความนิยมในภาคเหนือ โดยมีคุณวรวัชร ตันตรานนท์ ผู้บริหารใหญ่ และคุณธิดา วรเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ โดยได้หารือแนวทางความร่วมมือในการสนับสนุนด้านการตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพ โดยเฉพาะผลไม้คุณภาพจากกลุ่มเกษตรกรและแปลงใหญ่ ซึ่งทางริมปิง ซูเปอร์มาร์เก็ต ยินดีที่จะร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือเกษตรกร โดยพร้อมเปิดพื้นที่จำหน่าย หรือรับซื้อผลผลิตคุณภาพของเกษตรกรจากแหล่งผลิต ซึ่งจะทำให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ทางผู้บริหารยังได้สนใจที่เป็นตลาดปลายทางของสินค้าผลไม้นอกแหล่งผลิต อาทิ ผลไม้ภาคตะวันออกและภาคใต้ ซึ่งทางกรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จะได้ประสานโดยตรงไปยังต้นทาง เพื่อลดขั้นตอนของคนกลางและจะทำให้ชาวสวนได้รายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เดินทางลงพื้นที่กลุ่มแปลงใหญ่ลำไยตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 50 ราย เพื่อประชุมร่วมกับเกษตรกรและติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยฤดูกาลใหม่ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ว่า ปี 2568 ประเทศไทยจะมีผลผลิตลำไยรวม 1.574 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11% โดยจังหวัดเชียงใหม่จะมีผลผลิตประมาณ 0.451 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนราว 29% ของผลผลิตทั้งประเทศ ช่วงฤดูหลักในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม นางสาวญาณี ยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าภายใน ได้เตรียมมาตรการรองรับผลผลิตลำไยไว้ครบทุกด้าน ทั้งการส่งเสริมการรวบรวมผลผลิตเพื่อการส่งออก การรณรงค์บริโภคผ่านงาน Thai Fruits Festival 2025 การกระจายผลผลิตเข้าสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ การจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ตลอดจนการประสานงานกับพันธมิตรเอกชนในการเป็นกลไกเชื่อมโยงผลผลิตคุณภาพสู่ผู้บริโภคได้โดยตรง และ เพื่อให้เกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายมั่นคง และช่วยลดปัญหาราคาตกต่ำ การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงเพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิต แต่ยังเป็นการประชาสัมพันธ์แนวนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในการเสริมความมั่นใจให้กับเกษตรกร ว่าในฤดูผลผลิตลำไยที่จะมาถึงจะมีตลาดรองรับที่ชัดเจน ทั้งในและต่างประเทศ และการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างจริงจังจะช่วยผลักดันราคาผลผลิตให้มีเสถียรภาพ รองอธิบดีกล่าว
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 189/2568 “พิชัย” ลุยเมืองเลย เปิดงานชวนชิม “สับปะรดไร่ม่วง” รสชาติหอม หวาน ฉ่ำ เตรียมดันขึ้นแท่นสินค้า GI สร้างรายได้เกษตรกร หนุนตลาดใน-ต่างประเทศครบวงจร (7 มิถุนายน 2568)
พิชัย ลุยเมืองเลย เปิดงานชวนชิม สับปะรดไร่ม่วง รสชาติหอม หวาน ฉ่ำ เตรียมดันขึ้นแท่นสินค้า GI สร้างรายได้เกษตรกร หนุนตลาดใน-ต่างประเทศครบวงจร วันที่ 7 มิถุนายน 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่จังหวัดเลย เปิดงาน โครงการจัดงานประชาสัมพันธ์สับปะรดไร่ม่วงเมืองเลย ประจำปี 2568 ณ ตลาดต้องชม ตลาดผลไม้บ้านไร่ม่วง ต.น้ำหมาน อ.เมืองเลย จ.เลย โดยมีนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต 1 และหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมงาน ภายในงานมีการจัดแสดงผลผลิตเด่นของจังหวัด อาทิ สับปะรดไร่ม่วงเมืองเลย หรือ บักคะนัดไร่ม่วง ซึ่งเป็นผลไม้ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หอม หวาน ฉ่ำ ไม่กัดลิ้น โดยมีการจัดการแสดงฟ้อนบักคะนัดจากกลุ่ม อสม. นายพิชัย และคณะโชว์การตัดสับปะรดเป็นสัญลักษณ์เปิดงาน รวมถึงการมอบรางวัลแก่เกษตรกรต้นแบบ และการแข่งขันปอกสับปะรดสร้างสีสันภายในงาน นายพิชัย เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลไม้ท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูงอย่าง สับปะรดไร่ม่วงเมืองเลย ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 610 ไร่ จากเกษตรกร 102 ครัวเรือน สร้างรายได้เฉลี่ย 50,000 บาทต่อไร่ หรือรวมกว่า 30 ล้านบาทต่อปี ดีใจที่ได้มาจังหวัดเลย หากมีอะไรที่กระทรวงพาณิชย์ช่วยได้ ขอให้แจ้งท่าน สส.ในพื้นที่ได้เลย เรายินดีจะแก้ปัญหาให้ทุกเรื่อง ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตรให้ความสำคัญกับเกษตรกรมาก เราใช้นโยบายตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรพี่น้องชาวสวนมีรายได้เพิ่มขึ้น สำหรับสับปะรดไร่ม่วงเมืองเลย มีรสชาติอร่อย หอม หวาน ฉ่ำ เป็นผลผลิตที่สามารถพัฒนาให้เป็นสินค้า GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์)ได้ในอนาคต ซึ่งหากได้รับการขึ้นทะเบียน GI อย่างเป็นทางการ จะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เป็นเท่าตัว เหมือนมูลค่าสินค้าเกษตรหลังขึ้นทะเบียน GI พุ่งจาก 40,000 ล้านบาท เป็นกว่า 80,000 ล้านบาท และวันนี้มีข่าวดีเราจะได้เริ่มการเจรจากับสหรัฐฯแล้ว และการส่งออกของเราจะดีขึ้น เศรษฐกิจเราจะดีขึ้น อยากเห็นการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และอยากเห็นค่าเงินบาทที่อ่อนหน่อย ไม่เช่นนั้นจะแข่งขันได้ยากในอาเซียน และสถานการณ์เงินเฟ้อที่ติดลบผมก็กังวล ประชาชนไม่ค่อยมีเงินซื้อ สินค้าทุกอย่างก็เลยดูแพง อยากให้แบงค์ชาติเข้ามาช่วยดูแลด้วย นายพิชัยกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังระบุว่า ตนได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเดินหน้าส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทย ผ่านกิจกรรมรณรงค์ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ Thai Fruit Festival 2025 by DIT โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาระดับราคาผลผลิตทางการเกษตร ไม่ให้ตกต่ำ และเปิดช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น ภายในพื้นที่ ตลาดต้องชม บ้านไร่ม่วง ยังมีสินค้าเด่นของจังหวัดเลยอีกหลายรายการ อาทิ ผ้ามัดหมี่ ของที่ระลึกผีตาโขน มะพร้าวแก้ว แมคคาเดเมีย และกาแฟพื้นเมือง ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ต่อยอดได้ในอนาคต หลังจากกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดเลย นายพิชัย พร้อมคณะ ยังได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดอุดรธานี เพื่อพบปะหารือร่วมกับภาคเอกชน หอการค้า สภาอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยให้มีขีดความสามารถแข่งขันสูงขึ้น
ดูเพิ่มเติม
Dit Logo New (2)

ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สอบถามข้อมูล

arrow-down

DIT Chat Service ยินดีให้บริการ

maximize
สอบถามข้อมูลเพิมเติมกับเจ้าหน้าที่ (Admin)

บริการของกรมการค้าภายใน

7422635f-7946-4705-88ec-05d965bd7b40

การขออนุญาตประกอบการค้า

862c658c-96a2-4f51-87cb-7ae89028e48a

สอบถามราคาสินค้าเกษตร

e776ba32-103f-4917-b746-5333af42cf9d

รวบรวมกิจกรรมกรมการค้าภายใน

3e6fa301-b225-4427-b882-4d78e453a2ed

การเดินทางมายังกรมการค้าภายใน

เลขที 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

โทรศัพท์ 0-2507-5530

โทรสาร: 0-257-5361

E-mail: Saraban@dit.go.th

Call Center: 1569 ร้องเรียน/เสนอแนะ