ข่าวเลขที่ 155/2568 “พาณิชย์“ จับมือ “บิ๊กซี” ลดราคาช่วงเปิดเทอม หนุนลดค่าครองชีพผู้ปกครอง-นักเรียน (6 พฤษภาคม 2568)
พาณิชย์ จับมือ บิ๊กซี ลดราคาช่วงเปิดเทอม หนุนลดค่าครองชีพผู้ปกครอง-นักเรียน กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จับมือ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จัดแคมเปญ ช้อปครบคุ้ม รับเปิดเทอมที่บิ๊กซี เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน ภายใต้โครงการ เปิดเทอม เติมพลัง ลดราคาสินค้าจำเป็นสำหรับนักเรียนกว่า 7,000 รายการทั่วประเทศ ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียนปี 2568 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากที่่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ เปิดเทอม เติมพลัง เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส โดยมุ่งเน้นไปที่การลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง นักเรียน นิสิต นักศึกษา ในช่วงเปิดภาคเรียน ควบคู่ไปกับการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า สถาบันกวดวิชา สถาบันดนตรี เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 50 ราย รวม 22,924 สาขาทั่วประเทศ ที่พร้อมใจกันลดราคาสินค้าและบริการสูงสุด 74% โดยในวันนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการ เปิดเทอม เติมพลัง โดยเฉพาะห้างบิ๊กซีมีสาขาเข้าร่วมกว่า 156 สาขาทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ได้ร่วมเปิดตัวโครงการแคมเปญ ช้อปครบคุ้ม รับเปิดเทอมที่บิ๊กซี ณ ห้างบิ๊กซี เพลส สาขารัชดา ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 เมษายน 21 พฤษภาคม 2568 ซึ่งสอดรับกับโครงการ เปิดเทอม เติมพลัง ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่ดีระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ ในการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภค โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคเรียนที่มีค่าใช้จ่ายสูง การที่บิ๊กซีจัดโปรโมชั่น Back to School ลดราคาสินค้าอย่างครอบคลุม ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพยุงค่าครองชีพ พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าอย่างมั่นคง สำหรับไฮไลต์โปรโมชั่นแคมเปญนี้ อาทิ สินค้าราคาพิเศษหลากหลายรายการ อาทิ ชุดนักเรียนทุกระดับชั้น เริ่มต้นเพียง 69 บาท รองเท้าผ้าใบนักเรียน คู่ละ 99 บาท ถุงเท้านักเรียน 5 คู่ เพียง 100 บาท ชุดนักเรียน ซื้อ 3 จ่าย 2 แบรนด์ดังทุกระดับชั้นคละแบบได้ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องเขียน ซื้อ 5 ชิ้น จ่ายเพียง 4 ชิ้น กระเป๋าล้อลากลายลิขสิทธิ์ เริ่มต้น 359 บาท และกระเป๋าเป้ ราคาเพียง 99 บาท นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอีกหลายรายการที่เข้าร่วมโครงการ เปิดเทอม เติมพลัง อาทิ อุปกรณ์การเรียน เช่น ปากกา ดินสอสี โต๊ะญี่ปุ่น กระดาษ A4 ลดสูงสุด 50% สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น น้ำยาซักผ้า นมยูเอชที นมถั่วเหลือง และอาหารสดหลากหลายรายการ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้ามหอมมะลิ ลดสูงสุดถึง 50% กรมการค้าภายในคาดว่าการเข้าร่วมลดราคาในครั้งนี้จะเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญในการช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนในช่วงเปิดเทอม และส่งเสริมให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในประเทศอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในระดับฐานรากอย่างมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ ชุดนักเรียนไทยยังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีน ที่ชื่นชอบความเป็นเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ของวัฒนธรรมการศึกษาไทย ส่งผลให้ชุดนักเรียนกลายเป็นสินค้าขายดีทั้งในประเทศและในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ แคมเปญลดราคาช่วงเปิดเทอมจึงไม่เพียงช่วยลดภาระผู้ปกครอง แต่ยังสอดรับกับความต้องการในตลาดท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง จึงขอเชิญชวนผู้ปกครองเลือกซื้อสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ เปิดเทอม เติมพลัง ได้ที่ห้างค้าส่งค้าปลีกและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2568 นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 154/2568 “มหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค จังหวัดราชบุรี” ภายใต้โครงการ “เปิดเทอม เติมพลัง” (3 พฤษภาคม 2568)
มหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค จังหวัดราชบุรี ภายใต้โครงการ เปิดเทอม เติมพลัง พาณิชย์ จัดงาน มหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค จังหวัดราชบุรี ภายใต้โครงการ เปิดเทอม เติมพลัง นำสินค้าอุปโภคบริโภค 10 หมวด กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% และยังมีสินค้าไฮไลต์ ทั้งไข่ไก่ น้ำตาลทราน้ำมันปาล์ม ข้าวหอมมะลิ หมูเนื้อแดง น้ำมะนาว มังคุด ทุเรียน สละ หอมหัวใหญ่ หอมแดง อุปกรณ์การเรียน และชุดนักเรียน มาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชน นักเรียนและนิสิต นักศึกษา เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้า นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการสนับสนุนรัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนในทุกมิติ ทั้งการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้จัดงานจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2568 ณ วัดโขลงสุวรรณคีรี อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตรายกลางและรายย่อย (SMEs) วิสาหชุมชน นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายรวม 10 หมวด กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำยาซักผ้า ของใช้ประจำวัน เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องแต่งกาย สินค้าชุมชน เป็นต้น ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าไฮไลท์ และสินค้าผลไม้ที่เชื่อมโยงจากกลุ่มเกษตรกร ในราคาพิเศษทุกวัน อาทิ ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 85 บาท น้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 23 บาท น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 48 บาท ข้าวหอมมะลิ (5 กก.) ถุงละ 130 บาท หมูเนื้อแดง 140 บาท น้ำมะนาว ขวดละ 20 บาท และยังเชื่อมโยงสินค้าจากเกษตรกรและผลไม้จากภาคตะวันออกมาจำหน่ายในงาน ได้แก่ หอมแดง กิโลกรัมละ 40 บาท หอมหัวใหญ่ กิโลกรัมละ 20 บาท และเชื่อมโยงผลไม้จากภาคตะวันออก อาทิ ทุเรียนหมอนทอง กิโลกรัมละ 180 บาท มังคุด กิโลกรัมละ 65 บาท เงาะ กิโลกรัมละ 65 บาท และมีผลไม้นานชนิดอีกมากมาย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในจังหวัดราชบุรี และจังหวัดมาเลือกซื้อสินค้าในโครงการนี้ ซึ่งเป็นสินค้าคุณภาพและราคาประหยัดที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้เลือกสรรมาให้ท่าน ทั้งสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพครบถ้วน ของกินของใช้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้ตามเป้าหมาย นายนภินทรกล่าว ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่มีเป้าหมายเร่งด่วนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย และยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างสภาพคล่องในระบบ สอดคล้องกับนโยบาย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ของรัฐบาล เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการ เปิดเทอม เติมพลัง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง รวมถึงนักเรียนและนิสิต นักศึกษาในช่วงเปิดภาคเรียน โดยมีผู้ผลิตสินค้า ผู้จำหน่าย ร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าส่งค้าปลีกห้างสรรพสินค้า สถาบันกวดวิชา สถาบันดนตรี เครือข่ายอินเตอร์เน็ตและแพลตฟอร์มออนไลน์ ร่วมลดราคาสินค้า นอกจากนั้น กรมการค้าภายในยังได้ดำเนินการจัดงานธงฟ้าราคาประหยัดอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ผลิตผู้ประกอบการ และกลุ่มเกษตรกร ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอย ผู้ประกอบการมีช่องทางในการจำหน่ายสินค้า และยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 153/2568 “พิชัย” ส่งข่าวดี! ลดราคาปุ๋ยกว่า 10 ล้านกระสอบ หนุนชาวนา-เกษตรกรทั่วไทยรับฤดูกาลเพาะปลูก ถึง 30 ก.ย.นี้ (2 พฤษภาคม 2568)
พิชัย ส่งข่าวดี! ลดราคาปุ๋ยกว่า 10 ล้านกระสอบ หนุนชาวนา-เกษตรกรทั่วไทยรับฤดูกาลเพาะปลูก ถึง 30 ก.ย.นี้ วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ณ กระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานแถลงข่าวเปิดโครงการ พาณิชย์ลดราคาปุ๋ยเพื่อเกษตรกร ปี 2568 โดยมีนายพงศกร อรรณนพพร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ร่วมด้วย นายพิชัย เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้ร่วมมือกับ 3 สมาคมใหญ่ ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าโครงการนี้เพื่อนำปุ๋ยคุณภาพดีมาลดราคาสูงสุดกระสอบละ 50 บาท ครอบคลุมพืชทุกชนิด รวมกว่า 79 สูตร ปริมาณกว่า 10.06 ล้านกระสอบ จากผู้ประกอบการ 26 รายทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 30 กันยายน 2568 วันนี้กระทรวงพาณิชย์เปิดโครงการปุ๋ยราคาถูก เราขอยืนยันว่าความทุกข์ของชาวนาคือความทุกข์ของแผ่นดิน ความทุกข์ของเกษตรกรคือความทุกข์ของแผ่นดินเช่นเดียวกัน เราเข้าใจดีในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ราคาสินค้าเกษตรในประเทศเราพอควบคุมได้ แต่ราคาที่กำหนดจากต่างประเทศควบคุมยาก ล่าสุดราคาข้าวก็ต่ำ เพราะอินเดียขายข้าวขาวในราคาต่ำมาก เพียง 300 กว่าเหรียญสหรัฐต่อตัน หรือประมาณ 10,000 บาทต่อตัน ทำให้ราคาข้าวขาวทั้งโลกตกต่ำ เราจะพยายามช่วยชาวนา ทั้งการเพิ่มตลาด เช่น ขายข้าวที่แอฟริกาใต้กว่า 400,000 ตัน และการลดต้นทุน เช่น โครงการลดราคาปุ๋ยนี้เพื่อช่วยชาวนาให้ลดต้นทุนให้ได้ นายพิชัยกล่าว ทั้งนี้ ปุ๋ยที่เข้าร่วมโครงการครอบคลุมการเพาะปลูกทุกประเภท ทั้งนาข้าว พืชไร่ พืชสวน ไม้ผล และไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะสูตรสำคัญที่ชาวนาใช้มาก เช่น 46-0-0, 0-0-60, 16-20-0, 15-15-15, 20-8-20 และ 25-7-14 ซึ่งจัดเตรียมไว้กว่า 5.49 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากครั้งก่อน ก่อนหน้านี้เราได้ประชุมกับ สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนึ่งในแนวทางคือการลดราคาปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนให้ชาวนา เราทดลองโครงการแล้วได้รับผลตอบรับดี จึงขยายให้ใหญ่ขึ้น และถ้าความต้องการเพิ่ม เรายืนยันว่าจะหาปุ๋ยมาเพิ่มให้ และถ้าราคาตลาดโลกลดลง เราจะลดราคาปุ๋ยให้ได้อีก ขอยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่นิ่งนอนใจ มีอะไรช่วยชาวนา ช่วยเกษตรกรได้ เราทำเต็มที่ นายพิชัยกล่าว สำหรับการสั่งซื้อปุ๋ยในโครงการ เกษตรกรสามารถสั่งซื้อผ่านกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน รวมถึงสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ซึ่งจะรวบรวมยอดสั่งซื้อและประสานกับกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อกระจายปุ๋ยราคาพิเศษไปถึงมือเกษตรกรโดยตรง ขอขอบคุณสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร และเกษตรกรทุกคนที่ให้ความร่วมมือในโครงการนี้ นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถสั่งซื้อได้โดยตรงจากโรงงานปุ๋ยที่เข้าร่วมโครงการ โดยราคาจำหน่ายจะเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ www.dit.go.th รวมถึงสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด และสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านวิทยุชุมชนในแต่ละพื้นที่เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรรับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 152/2568 "พิชัย" คิกออฟ “เปิดเทอม เติมพลัง” ลดราคาสินค้า-บริการการศึกษา 8,000 รายการ ช่วยผู้ปกครองประหยัด กว่า 300 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ ร่วม 900 ล้านบาท รับเปิดเทอม (30 เมษายน 2568)
พิชัย คิกออฟ เปิดเทอม เติมพลัง ลดราคาสินค้า-บริการการศึกษา 8,000 รายการ ช่วยผู้ปกครองประหยัด กว่า 300 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ ร่วม 900 ล้านบาท รับเปิดเทอม พิชัย นำพาณิชย์ คิกออฟ เปิดเทอม เติมพลัง จับมือผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ห้างค้าส่งค้าปลีก แพลตฟอร์มออนไลน์ กว่า 50 ราย ลดราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจำนวนกว่า 8,000 รายการ ลดสูงสุด 74% เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้ปกครอง นักเรียน นิสิต นักศึกษา รับเปิดภาคเรียน วันที่ 30 เมษายน 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดตัวโครงการ เปิดเทอม เติมพลัง มาตรการสำคัญของรัฐบาลเพื่อบรรเทาค่าครองชีพผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน โดยระดมความร่วมมือจากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ห้างค้าส่งค้าปลีก และแพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 50 ราย พร้อมใจกันลดราคาสินค้าและบริการด้านการศึกษาจำนวนกว่า 8,000 รายการ ลดสูงสุดถึง 74% ครอบคลุมสาขากว่า 24,924 แห่งทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลา 32 วัน ตั้งแต่ 30 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2568 นายพิชัย เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ ภายใต้นโยบาย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือกลุ่มผู้ปกครอง นักเรียน นิสิต และนักศึกษาในช่วงเปิดเทอมที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก โดยในปีนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จับมือพันธมิตรเอกชนกว่า 50 รายทั่วประเทศ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 74% ให้กับสินค้าจำเป็นในช่วงเปิดเทอม ทั้งชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน เครื่องเขียน ตำราเรียน สื่อการเรียนการสอน บริการกวดวิชา อินเทอร์เน็ต สถาบันดนตรี ผลิตภัณฑ์นม รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอีกหลากหลายรายการ เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดว่า โครงการนี้จะช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท และก่อให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 900 ล้านบาท สร้างแรงกระตุ้นสำคัญให้กับภาคค้าปลีกและบริการช่วงเปิดภาคเรียนปีนี้ นายพิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแลปากท้องประชาชน ทั้งด้านราคาสินค้าและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมา กระทรวงสามารถควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำ แม้ภาวะต้นทุนผู้ประกอบการจะเพิ่มขึ้น โดยปีที่แล้วอัตราเงินเฟ้อของไทยอยู่ที่เพียง 0.4% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการราคาสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เราทำหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งการเจรจา FTA กับ EU การดูแลนโยบายภาษีทรัมป์ การควบคุมราคาสินค้า เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ในช่วงเปิดเทอมนี้ เราอยากให้ผู้ปกครองทุกคนได้มีโอกาสซื้อของที่จำเป็นในราคาที่ถูกลง ไม่ว่าจะเป็นชุดนักเรียน หนังสือเรียน หรือสินค้าในชีวิตประจำวัน โดยสามารถเลือกซื้อได้ทั้งที่ห้างร้านทั่วประเทศกว่า 24,924 สาขา และผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าร่วมโครงการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว ขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง และน้องๆ นักเรียน นักศึกษา มาร่วมใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เลือกซื้อสินค้าที่จำเป็น รับส่วนลดสูงสุดถึง 74% ก่อนเปิดเทอมนี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว และช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมกัน สำหรับการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจร่วมกับภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การลดค่าเช่าร้านค้า ค่าเช่าแผงตลาด ค่าขนส่งไปรษณีย์ การสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายสินค้า โครงการ ชูใจ วัยเก๋า รวมถึงการจับมือห้างค้าปลีก จัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าหมวดจำเป็น ซึ่งช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ได้ดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาทในเฟสแรกและเฟสสอง
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 151/2568 “พาณิชย์” เผยแค่ 2 สัปดาห์ เกษตรกรแห่ซื้อปุ๋ยถูกแล้ว 5 แสนกระสอบ (29 เมษายน 2568)
พาณิชย์ เผยแค่ 2 สัปดาห์ เกษตรกรแห่ซื้อปุ๋ยถูกแล้ว 5 แสนกระสอบ กรมการค้าภายในแจ้งความคืบหน้าโครงการลดราคาปุ๋ยเคมีเพื่อเกษตรกร ปี 68 ล่าสุดผ่านมา 2 สัปดาห์ เกษตรกรสั่งซื้อปุ๋ยแล้วกว่า 5 แสนกระสอบ ย้ำปุ๋ยที่นำมาลดราคาในครั้งนี้ ครอบคลุมพืชทุกชนิด ทั้งนาข้าว พืชไร พืชสวน ไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ สามารถซื้อผ่านสถาบันเกษตรกร และซื้อตรงได้ที่โรงงาน พร้อมเดินหน้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ป้องกันการฉวยโอกาส นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ร่วมกับ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร รวมผู้ประกอบการ 26 ราย เข้าร่วมโครงการลดราคาปุ๋ยเคมีเพื่อเกษตรกร ปี 2568 โดยให้ส่วนลดกระสอบละ 20 50 บาท ครอบคลุมปุ๋ยเคมี 79 สูตร รวมปริมาณกว่า 10.06 ล้านกระสอบ หรือประมาณ 503,000 ตัน ซึ่งได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 เป็นต้นมา ปรากฏว่าในช่วง 2 สัปดาห์ มียอดการสั่งซื้อปุ๋ยจากสถาบันเกษตรกรผ่านกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์แล้ว รวมกว่า 500,000 กระสอบ หรือ 25,000 ตัน สำหรับปุ๋ยที่นำมาลดราคาในครั้งนี้ ครอบคลุมการเพาะปลูกพืชทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นนาข้าว พืชไร่ พืชสวน ไม้ผล และไม้ดอกไม้ประดับ โดยปุ๋ยที่เป็นสูตรสำคัญที่ใช้ในนาข้าว เช่น 46-0-0, 0-0-60, 16-20-0, 15-15-15, 20-8-20 และ 25-7-14 มีปริมาณรวมกว่า 5.49 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้นจากรอบที่ผ่านมาเกือบสองเท่า เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรชาวนา ในช่วงฤดูเพาะปลูกที่กำลังจะมาถึงนี้ โดยเกษตรกรที่สนใจ สามารถสั่งซื้อปุ๋ยในโครงการผ่านสถาบันเกษตรกรที่ตนเป็นสมาชิก อาทิ กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. วิสาหกิจชุมชน ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน โดยสถาบันเกษตรกรจะเป็นผู้รวบรวมยอดสั่งซื้อ และประสานกับกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อเชื่อมโยงปุ๋ยราคาประหยัดไปยังพื้นที่ และยังสามารถสั่งซื้อได้ที่โรงงานปุ๋ยโดยตรง ซึ่งสำหรับราคาจำหน่ายปุ๋ยในโครงการ จะเผยแพร่ราคาผ่านเว็บไซต์ www.dit.go.th รวมถึงพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด และสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมใช้วิทยุชุมชนในแต่ละพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูลให้เกษตรกรได้รับทราบโดยตรงด้วย นอกจากนี้ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมติดตามสถานการณ์ปริมาณและราคาปุ๋ยอย่างใกล้ชิดตลอดทุกช่วงการค้า เพื่อให้ราคาจำหน่ายเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์การผลิตและการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ และทบทวนโครงสร้างต้นทุนให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องเกษตรกร โดยกรมได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ติดตามการจำหน่ายปุ๋ยอย่างใกล้ชิด หากพบการฉวยโอกาส นอกจากจะมีโทษตามกฎหมาย จำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วยังจะถูกเพิกถอนหรือระงับการเป็นตัวแทนจำหน่ายอีกด้วย ส่วนเกษ๖รกร หากไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือพบการกระทำผิดดังกล่าว สามารถแจ้งหรือร้องเรียนที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 150/2568 “พิชัย” ชวน “ชาวนครพนม” ช้อปมหกรรมธงฟ้า ในโครงการ “ชูใจ วัยเก๋า” ยกทัพสินค้าราคาถูกกว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% ระหว่าง 28-30 เม.ย.นี้ ณ ศาลากลาง จ.นครพนม (28 เมษายน 2568)
พิชัย ชวน ชาวนครพนม ช้อปมหกรรมธงฟ้า ในโครงการ ชูใจ วัยเก๋า ยกทัพสินค้าราคาถูกกว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% ระหว่าง 28-30 เม.ย.นี้ ณ ศาลากลาง จ.นครพนม กระทรวงพาณิชย์จัดงาน มหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคจังหวัดนครพนม ภายใต้โครงการ ชูใจ วัยเก๋า นำสินค้าอุปโภคบริโภค 10 หมวด กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% มาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนและกลุ่มผู้สูงวัย เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้า หลังได้รับเงินหมื่นจากรัฐบาล พร้อมด้วยสินค้าไฮไลต์มากมาย เช่น ไข่ไก่ น้ำตาล น้ำมันปาล์ม ข้าวหอมมะลิ หมูเนื้อแดง น้ำมะนาว สับปะรด ลิ้นจี่พันธุ์นพ. 1 องุ่น มังคุด ทุเรียน สละ มะม่วง หอมหัวใหญ่ หอมแดง กระเทียม และนมถั่วเหลือง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ดำเนินการสนับสนุนรัฐบาล โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียนในระบบอย่างต่อเนื่อง งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดนครพนม โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า กลุ่มเกษตรกร SMEs และวิสาหกิจชุมชน นำสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำยาซักผ้า เครื่องครัว อุปกรณ์ช่าง เครื่องแต่งกาย และสินค้าชุมชน มาจำหน่ายในราคาพิเศษ นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงสินค้าผลไม้สดจากกลุ่มเกษตรกรในราคาพิเศษทุกวัน อาทิ ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 85 บาท น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 23 บาท น้ำมันพืชปาล์มขวดละ 48 บาท ข้าวหอมมะลิ 5 กิโลกรัม ถุงละ 130 บาท หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 140 บาท และผลไม้คุณภาพดี เช่น สับปะรด ลิ้นจี่พันธุ์นพ.1 ทุเรียนหมอนทอง มังคุด เงาะ มะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นต้น นายพิชัย ยังกล่าวเพิ่มเติมบนเวทีว่า วันนี้คณะรัฐมนตรีได้ยกทัพกันมาที่นครพนม และจะประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้ โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่รับฟังเสียงของประชาชนและทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ กระทรวงพาณิชย์จะทำทุกวิถีทางในการช่วยลดค่าใช้จ่าย งานธงฟ้านี้จะทำให้ทุกท่านได้ใช้สินค้าดี ราคาประหยัด ขอให้มั่นใจว่าเราดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวนครพนม โดยเฉพาะกลุ่มวัยเก๋า มาร่วมช้อปสินค้าคุณภาพดี ราคาประหยัด ในงานมหกรรมธงฟ้าครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน และขอให้มีความสุขกับการจับจ่ายใช้สอยในโครงการ ชูใจ วัยเก๋า ด้วยกัน นายพิชัย กล่าว ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการ ชูใจ วัยเก๋า อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ร่วมกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรายใหญ่-รายย่อย เพื่อลดราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัย ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้กว่า 10,000 ล้านบาท และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 30,000 ล้านบาทตลอดระยะเวลาของโครงการ
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 149/2568 “พาณิชย์” ลงพื้นที่แก้ปัญหาราคาปาล์ม เคาะ โรงสกัดฯ ยืนราคารับซื้อไม่ต่ำกว่า 5 บาท/กก. , เร่งดันการส่งออก-เพิ่มปริมาณการใช้ B7 , ย้ำเกษตรกรต้องตัดปาล์มสุก เพื่อลดปัญหากระจุกตัวหน้าโรงงาน (28 เมษายน 2568)
พาณิชย์ ลงพื้นที่แก้ปัญหาราคาปาล์ม เคาะ โรงสกัดฯ ยืนราคารับซื้อไม่ต่ำกว่า 5 บาท/กก. , เร่งดันการส่งออก-เพิ่มปริมาณการใช้ B7 , ย้ำเกษตรกรต้องตัดปาล์มสุก เพื่อลดปัญหากระจุกตัวหน้าโรงงาน วันที่ 28 เมษายน 2568 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การรับซื้อและแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้แทนเกษตรกร ดร.วันสาด ศรีสุวรรณ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัด นายไกรวุฒิ ศิริอนันตภัทร์ สมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม และคณะ จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง รวม 12 ราย โดยเปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ มีความเป็นห่วงเกษตรกรชาวสวนปาล์มในพื้นที่ภาคใต้ จึงสั่งการให้กรมการค้าภายในลงพื้นที่แก้ปัญหาราคาปาล์ม ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาราคารับซื้อลดลงจากช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดเยอะขึ้น ประกอบกับเกษตรกรเร่งตัดปาล์มน้ำมัน ซึ่งเกิดการกระจุกตัวหน้าโรงงานสกัดฯ โดยปัญหาดังกล่าวในที่ประชุม ได้มี 4 มาตรการ ดังนี้ 1. การบริหารการจัดคิว โรงงานสกัดฯ จัดช่องทางพิเศษสำหรับเกษตรกรรายย่อยเพื่อนำผลปาล์มมาจำหน่ายได้โดยตรงทุกวัน ในส่วนของลานเทต้องมีการบริหารจัดการปริมาณให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตของโรงสกัดฯ ในแต่ละวัน เช่น กำหนดจำนวนการรับซื้อต่อลานต่อวัน โดยต้องรายงานปริมาณที่จะเข้าโรงสกัดในแต่ละวันให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทราบ 2.การรับซื้อปาล์มน้ำมัน กรมการค้าภายในขอความร่วมมือโรงสกัดน้ำมันปาล์มให้รับซื้อผลปาล์มให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเริ่มรับซื้อตั้งแต่ 2 พฤษภาคม 2568 ในระยะเวลา 2 เดือน (พ.ค.-มิ.ย.68) ในราคา 5 บาทต่อกิโลกรัม (ที่ 18%) โดยประกาศราคาทุก 10 วัน ทั้งนี้จะพิจารณาสถานการณ์รอบด้านประกอบการกำหนดราคารับซื้อด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรไม่ต้องเร่งตัดปาล์มที่ยังไม่สุก โดยให้มีคณะทำงานติดตามการรับซื้อ โดยประชุมติดตามสถานการณ์และราคาร่วมกับจังหวัดทุก ๆ 7 วัน ร่วมกับโรงสกัด เพื่อกำกับ ติดตาม และปรับราคาให้เหมาะสมกับช่วงเวลา 3.การสื่อสารประชาสัมพันธ์โดยการรับซื้อตามเงื่อนไขต่างๆ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่และผู้ประกอบการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้กับเกษตรกรรับทราบทุกขั้นตอน โดยสร้างความเชื่อมั่นและชี้แจงให้เกษตรกรได้รับทราบข้อมูลที่ตรงกัน เพื่อให้เกษตรกรวางแผนการตัดปาล์ม โดยชะลอไม่ให้เร่งการตัดปาล์มไม่สุกมาจำหน่าย จะส่งผลให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นและเกษตรกรจะได้รับราคาที่สูงขึ้น 4. ใช้มาตรการติดตามคุมเข้มการขนย้ายและกำกับการรับซื้อโดยบังคับใช้กฎหมายของกรมการค้าภายใน โดยร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ลงพื้นที่ตรวจสอบการซื้อขายผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และตรัง โดยที่ผ่านมาในระหว่างวันที่ 22 25 เมษายน 2568 มีการกำกับดูแลให้การซื้อขายผลปาล์ม โดยเฉพาะผลปาล์มลูกร่วง เป็นไปอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกร โดยผลตรวจสอบลานเทรับซื้อผลปาล์ม 20 ราย และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม 2 ราย พบลานเทในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 1 ราย กระทำผิด ไม่แจ้งปริมาณสถานที่เก็บผลปาล์มตามที่กฎหมายกำหนด จึงได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้ดำเนินคดีกับลานเทที่ทำผลปาล์มร่วงอย่างไม่เป็นธรรมชาติแล้ว 6 คดี โดยศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว 2 คดี ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท และให้รอลงอาญา ขณะที่อีก 4 คดีอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย นอกจากนี้ นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ จะเร่งผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์เพื่อลดผลผลิตส่วนเกินและช่วยรักษาเสถียรภาพราคาผลปาล์ม และการผลักดันการใช้พลังงานทดแทน โดยการใช้ B7 ซึ่งจะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาโดยด่วนต่อไป
ดูเพิ่มเติม
ข่าวที่ 148/2568 พาณิชย์” ผนึก “สยามพารากอน” เปิดเทศกาลผลไม้ไทย “Tropical Fruit Parade 2025” กลางกรุง ดันบุฟเฟต์ทุเรียน-ผลไม้ไทย สู่สายตาโลก (26 เมษายน 2568)
พาณิชย์ ผนึก สยามพารากอน เปิดเทศกาลผลไม้ไทย Tropical Fruit Parade 2025 กลางกรุง ดันบุฟเฟต์ทุเรียน-ผลไม้ไทย สู่สายตาโลก กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน เดินหน้าส่งเสริมผลไม้ไทยสู่ตลาดระดับพรีเมียม จัดงาน Siam Paragon Tropical Fruit Parade 2025 ระหว่างวันที่ 25 เมษายน 5 พฤษภาคม 2568 รวม 10 วัน ณ พาร์ค พารากอน (PARC PARAGON) ตอกย้ำภาพลักษณ์ผลไม้ไทยคุณภาพเยี่ยม พร้อมกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศผ่านกิจกรรมสุดพิเศษ อาทิ บุฟเฟต์ทุเรียนรอบละ 1 ชั่วโมง พร้อมผลไม้ฤดูกาลจากทั่วทุกภูมิภาคกว่า 40 ร้านค้า นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสริมการบริโภคผลไม้ภายในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลผลไม้ ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตมีปริมาณมาก การนำผลไม้หลากหลายสายพันธุ์จากแหล่งปลูกชั้นนำมาจัดแสดงและจำหน่ายในสถานที่สำคัญกลางกรุงเทพฯ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกร พร้อมทั้งสร้างความตระหนักในคุณค่าและความหลากหลายของผลไม้ไทยในสายตาผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปีนี้ผลไม้ของประเทศเรามีผลผลิตที่ดีและเยอะขึ้นซึ่งเป็นเรื่องดีที่เกษตรกรมีผลผลิตเยอะ รายได้ก็จะเยอะ ในส่วนของของผู้บริโภคก็สามารถที่จะได้เข้าถึงผลไม้ไทยได้อย่างทั่วถึง หนึ่งในมาตรการของการบริหารจัดการผลไม้ปี 2568 คือการส่งเสริมและเชื่อมโยง ผลผลิตและตลาดที่จะทำให้เข้าถึงมือผู้บริโภคได้ง่าย โดยในวันนี้ นอกจากจะนำผลไม้ไทยในระดับพรีเมี่ยมมาจำหน่ายสูงประชาชนและนักท่องเที่ยว ณ ห้างใหญ่ใจกลางเมืองแล้ว ภายในงานพบกับ โซนบุฟเฟต์ทุเรียน ที่จัดเต็มด้วยทุเรียนหมอนทอง พวงมณี ชะนีไข่ ก้านยาว พร้อมของหวานจากทุเรียน เช่น ข้าวเหนียวทุเรียน คัสตาร์ดทุเรียน และไอศกรีมทุเรียน ในราคาพิเศษ 899 บาท สำหรับผู้ถือบัตร M Card หรือใช้คะแนนสะสม แลกรับสิทธิ์ฟรีได้อีกด้วย โดยใน โซนผลไม้ฤดูกาล นำเสนอผลไม้สดจากสวนคุณภาพทั่วประเทศ รวมถึงสินค้า GI กว่า 18 สายพันธุ์ทุเรียน มังคุด เงาะ ลิ้นจี่ ส้มโอ อโวคาโด แตงโมรูปหัวใจ พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย ทั้งนาทีทอง 1 แถม 1 วันละ 2 รอบ และคูปองส่วนลด 100 บาทจากกรมการค้าภายใน เมื่อซื้อสินค้าครบ 300 บาท นอกจากงานนี้แล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2568 ทั้งการบริหารจัดการผลผลิต การกระจายสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด สนับสนุนการแปรรูป การส่งออก และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยพยุงราคาและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร ซึ่งงานนี้นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคผ่านผลไม้ไทยระดับพรีเมียมกลางมหานคร จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลไม้คุณภาพดีและสนับสนุนเกษตรกรไทยทั่วประเทศ นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย
ดูเพิ่มเติม
Dit Logo New (2)

ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สอบถามข้อมูล

arrow-down

DIT Chat Service ยินดีให้บริการ

maximize
สอบถามข้อมูลเพิมเติมกับเจ้าหน้าที่ (Admin)

บริการของกรมการค้าภายใน

7422635f-7946-4705-88ec-05d965bd7b40

การขออนุญาตประกอบการค้า

862c658c-96a2-4f51-87cb-7ae89028e48a

สอบถามราคาสินค้าเกษตร

e776ba32-103f-4917-b746-5333af42cf9d

รวบรวมกิจกรรมกรมการค้าภายใน

3e6fa301-b225-4427-b882-4d78e453a2ed

การเดินทางมายังกรมการค้าภายใน

เลขที 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

โทรศัพท์ 0-2507-5530

โทรสาร: 0-257-5361

E-mail: Saraban@dit.go.th

Call Center: 1569 ร้องเรียน/เสนอแนะ