ข่าวเลขที่ 21/2570 กรมการค้าภายใน ติดตามสต็อกสินค้าใกล้ชิด รับมือกระแส Panic Buying ยืนยันผู้ประกอบการมีสินค้าพร้อมจำหน่าย ไม่พบสัญญาณขาดแคลน (6 พฤศจิกายน 2569)
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเกษตรว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระแสการซื้อสินค้าเพื่อสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือ Panic Buying ภายหลังหลายประเทศมีคำแนะนำให้ประชาชนเตรียมอาหารและสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ขณะที่ประเทศไทย กระทรวงมหาดไทยได้แนะนำให้ประชาชนจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน (Emergency Bag) สำหรับรองรับสถานการณ์อุทกภัยหรือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งกรมการค้าภายในได้ประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมด้านสินค้าอุปโภคบริโภคให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 กรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการห้างค้าส่งค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ห้างท้องถิ่น และผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ เพื่อประเมินสถานการณ์การซื้อสินค้าและความพร้อมของระบบการผลิตและกระจายสินค้า โดยพบว่า ยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงปกติ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของยอดจำหน่ายสินค้ามีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งสถานการณ์อุทกภัยในบางพื้นที่ที่ทำให้ประชาชนซื้อสินค้าจำเป็นเพื่อสำรองไว้ใช้ในครัวเรือน ประกอบกับเป็นช่วงต้นเดือนที่มีการจ่ายเงินเดือน ส่งผลให้ประชาชนมีกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น รวมถึงห้างท้องถิ่นมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากการใช้จ่ายผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการเพิ่มขึ้นของยอดจำหน่ายทั้งหมดเกิดจากภาวะ Panic Buying
นายวัฒนศักย์ กล่าวว่า จากการหารือ ผู้ประกอบการทุกรายยืนยันว่าปริมาณสินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการ โดยห้างค้าส่งค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อได้เตรียมสต็อกสินค้าไว้ในศูนย์กระจายสินค้า พร้อมจัดส่งไปยังสาขาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่มีความพร้อมในการเพิ่มกำลังการผลิต จัดเตรียมวัตถุดิบ และบริหารสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้หารือถึงความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อระบบจัดเก็บและกระจายสินค้า รวมถึงกรณีการโจมตีระบบตู้แช่หรือระบบควบคุมความเย็นที่มีรายงานเกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยจากการหารือกับผู้ประกอบการยังไม่พบสัญญาณความผิดปกติหรือการโจมตีในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ ได้ขอให้ผู้ประกอบการติดตามความเสี่ยงและเตรียมมาตรการรองรับ เพื่อให้ระบบการจัดเก็บและกระจายสินค้าสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้หากประชาชนพบการจำหน่ายที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนมายัง สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยกรมจะส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบและกำกับติดตามต่อไป
