ข่าวเลขที่ 132/2569 กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ลำพูน–เชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์ “มะม่วง–ลำไย” เร่งวางมาตรการบริหารจัดการล่วงหน้า เชื่อมโยงตลาด–กระจายผลผลิต รักษาเสถียรภาพราคา (6 พฤษภาคม 2569)
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลไม้สำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ ณ จังหวัดลำพูน และจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 2 – 3 พฤษภาคม 2569 ว่า กรมการค้าภายในได้เร่งติดตามสถานการณ์ผลผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมบริหารจัดการผลไม้ฤดูกาล โดยเฉพาะ “ลำไย” ซึ่งคาดว่าจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จึงจำเป็นต้องวางแผนรองรับล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ ได้หารือร่วมกับสมาคมผู้ผลิตลำไยอบแห้งภาคเหนือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ รวมถึงผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อประเมินแนวโน้มปริมาณผลผลิต คุณภาพ และสถานการณ์ด้านราคา พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปกำหนดแนวทางบริหารจัดการผลผลิตลำไยให้สอดคล้องกับภาวะตลาดทั้งในและต่างประเทศ
โดยมุ่งเน้นการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต การเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้า และการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า
นายจิรวุฒิ กล่าวต่อว่า “กรมฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ “มะม่วง” ในจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่
ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของประเทศ โดยได้หารือกับสมาคมการค้าผู้ประกอบการผลไม้ไทยภาคเหนือ และลงพื้นที่แปลงใหญ่มะม่วง รวมถึงจุดรวบรวมผลผลิตในพื้นที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดของมะม่วงสายพันธุ์สำคัญ อาทิ มะม่วงน้ำดอกไม้ งาช้างแดง แดงจักรพรรดิ และ R2E2 ซึ่งยังคงมีความต้องการทั้งในประเทศและตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง
และพบว่า ผลผลิตมะม่วงปีนี้มีคุณภาพดี โดยปัจจุบันผลผลิตมะม่วง จ.ลำพูน ออกสู่ตลาดแล้วเกินครึ่งของผลผลิตทั้งจังหวัด
ส่วนพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ออกสู่ตลาดแล้วประมาณร้อยละ 30-40 ขณะที่ความต้องการของตลาดยังอยู่ในระดับที่ดี ส่งผลให้ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายได้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในยังได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน นำผู้ประกอบการ
เข้าซื้อมะม่วงแฟนซีจากเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงบ้านโฮ่ง ปริมาณ 2 ตัน เพื่อนำมาจำหน่ายที่ห้างเซ็นทรัลเวสเกต ในราคา กก.ละ 12 บาท. ซึ่งเป็นราคานำตลาดอีกด้วย“
“กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการรองรับในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดการปริมาณผลผลิต การเชื่อมโยงตลาด การกระจายผลผลิตผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาด และรักษาเสถียรภาพราคาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้ประสานหน่วยงานพันธมิตรมาช่วยรับซื้อผลผลิตมะม่วงภาคเหนือตอนล่าง (จ.พิษณุโลกและพิจิตร) แล้วจำนวน 3,250 ตัน
หากเกษตรกรชาวสวนมะม่วงต้องการกระจายผลผลิต สามารถติดต่อมายังสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือกรมการค้าภายใน เพื่อประสานหน่วยงานพันธมิตรมาช่วยรับซื้อผลผลิตไปจำหน่ายตามช่องทางต่างๆต่อไป
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการดูแลระบบตลาดสินค้าเกษตรของกรมการค้าภายใน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความเป็นธรรมแก่เกษตรกร ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานราก โดยกรมฯ จะเดินหน้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรองรับผลผลิตผลไม้ฤดูกาลนี้อย่างเต็มที่” นายจิรวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย
