ข่าวเลขที่ 6/2570 “พาณิชย์” ผนึกปศุสัตว์ ติดตามหมูน้ำท่วมใกล้ชิด ดูแลปริมาณ–ราคา ให้ประชาชนมีหมูเพียงพอ (8 ตุลาคม 2569)
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมฟาร์มสุกรในพื้นที่ภาคตะวันออก กรมการค้าภายในได้ประสานกรมปศุสัตว์เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความเสียหาย ปริมาณสุกรที่มีอยู่ในระบบ และปริมาณสุกรที่จะออกสู่ตลาด เพื่อประเมินสถานการณ์และดูแลให้มีหมูเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน จากการประสานข้อมูลกับกรมปศุสัตว์ พบว่า มีสุกรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประมาณ 9,000 ตัว ขณะที่ปกติมีสุกรเข้าสู่ตลาดเกือบ 2 ล้านตัวต่อเดือน หรือประมาณ 63,000 ตัวต่อวัน ทำให้ขณะนี้ยังมีหมูออกสู่ตลาดได้ตามปกติ และยังเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยกรมการค้าภายในจะติดตามทั้งปริมาณและราคาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลสถานการณ์ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม สำหรับสถานการณ์ราคา ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 พบว่า ราคาสุกรมีชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ 68.30 บาทต่อกิโลกรัม และราคาหมูเนื้อแดงไม่ตัดแต่งเฉลี่ยอยู่ที่ 132.13 บาทต่อกิโลกรัม โดยราคายังทรงตัวและปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะร่วมกับกรมปศุสัตว์ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านปริมาณสุกรที่เข้าสู่ตลาด ความเคลื่อนไหวของราคา รวมถึงร่วมตรวจสอบการจำหน่ายสุกรและสินค้าเกี่ยวเนื่องของฟาร์มและผู้ประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามปกติ เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการและประชาชนสามารถซื้อได้ในราคาที่เหมาะสม พร้อมกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าให้เป็นธรรม หากพบเห็นการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หากตรวจพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 5/2570 “กรมการค้าภายใน” ขอผู้ประกอบการ จำหน่ายวัสดุซ่อมแซม เครื่องไฟฟ้า บริการซ่อมแซมรถยนต์ ตรึงราคา และเตรียมสินค้า–อะไหล่ให้พร้อม จัดส่วนลด–บริการช่างราคาพิเศษ ช่วยประชาชนฟื้นฟูหลังน้ำลด (8 ตุลาคม 2569)
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการฟื้นฟูหลังพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยได้ขอให้ผู้ประกอบการทุกรายตรึงราคาสินค้าและบริการ กำชับให้ ผู้ประกอบการบริหารจัดการสต๊อกสินค้าและอะไหล่ให้เพียงพอ เร่งเติมสินค้าและกระจายไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการ รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านช่างและบริการซ่อมแซม เพื่อรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังน้ำลด โดยมี ผู้ประกอบการที่ร่วมให้ความร่วมมือ ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. หมวดวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน อาทิ โฮมโปร, ดูโฮม, ไทวัสดุ, เมกาโฮม และโกลบอลเฮ้าส์ 2. หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทำความสะอาด อาทิ ซีพี แอ็กซ์ตร้า, โฮมโปร, เมกาโฮม, โกลบอลเฮ้าส์, เพาเวอร์บาย, เพาเวอร์มอลล์, เซ็นทรัล, โรบินสัน, ดูโฮม, ไทวัสดุ และบิ๊กซี 3. หมวดศูนย์บริการและค่ายรถยนต์FIT Auto, Cockpit, Tyre Plus, B-Quik, Autoclik, Autobacs และ MMS รวมถึงค่ายรถยนต์โตโยต้า, ฟอร์ด, อีซูซุ, มิตซูบิชิ และนิสสัน นอกจากนี้ยังได้ขอให้ ผู้ประกอบการ จัดโปรโมชั่น เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำลดเพื่อลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งผู้ประกอบการยินดีให้ความร่วมมืออย่างดี อาทิ ส่วนลดสินค้าจำเป็นสำหรับการฟื้นฟูบ้าน บริการสำรวจ ตรวจเช็ก หรือซ่อมแซมฟรีหรือในราคาพิเศษ แคมเปญเก่าแลกใหม่ โปรแกรมผ่อนชำระ และการตรวจเช็กซ่อมรถยนต์ในราคาพิเศษ รวมถึงมาตรการอื่น ๆ ที่สามารถดำเนินการเพิ่มเติมได้ ซึ่งทางผู้ประกอบการจะได้ไปพิจารณาและรีบประสานแจ้งกรมการค้าภายในโดยเร็วต่อไป ทั้งนี้กรมยังได้เชิญชวนให้ห้างค้าปลีกค้าส่งสินค้าและวัสดุก่อสร้าง รวมถึงเครื่องตกแต่ง นำสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพหรือสินค้าที่ใช้ในการตกแต่งซ่อมแซมบ้านมาร่วมเปิดจุดจำหน่าย ซึ่งจะมีแผนจัดทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด และระดับภาค ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” รวมถึงยังได้เชิญชวนภาคเอกชนสนับสนุนสิ่งของจำเป็นเพื่อนำไปช่วยพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาด้านอุทกภัยอีกด้วย กรมการค้าภายในจะติดตามความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด และประสานผู้ประกอบการเพิ่มเติม หากพบความต้องการสินค้า อะไหล่ หรือบริการซ่อมแซมเร่งด่วน เพื่อให้มีสินค้าและบริการเพียงพอและทั่วถึง ขอให้ประชาชนตรวจสอบราคาและเงื่อนไขบริการก่อนซื้อหรือใช้บริการ หากพบการจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นธรรม แจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 4/2570 “กรมการค้าภายใน” เร่งเติมผักเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง ดันปริมาณเพิ่ม ราคาหลายรายการเริ่มปรับลดลง (7 ตุลาคม 2569)
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในยังคงติดตามสถานการณ์ผักสดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดและราคาขายส่ง หลังจากช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยกรมฯ ได้เร่งประสานแหล่งที่ยังมีผลผลิตและสามารถจัดส่งสินค้า ได้ ได้แก่ พื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงจังหวัดลพบุรีและนครราชสีมา เพื่อทดแทนปริมาณผักจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมขัง และให้มีสินค้าหมุนเวียนเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง จากการติดตาม “ราคาขายส่งผัก ณ ตลาดสี่มุมเมือง” วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อน พบว่า ราคาผักหลายรายการเริ่มปรับตัวลดลง สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตที่ทยอยเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น โดย กะหล่ำปลีเขียว จาก 12 บาท เหลือ 8 บาทต่อกิโลกรัม ผักบุ้งจีน จาก 100 บาท เหลือ 80 บาทต่อกิโลกรัม พริกจินดาเขียว จาก 70 บาท เหลือ 45 บาทต่อกิโลกรัม ต้นหอม จาก 150 บาท เหลือ 130 บาทต่อกิโลกรัม และ โหระพา จาก 170 บาท เหลือ 160 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ การเพิ่มปริมาณผักจากแหล่งผลิตทดแทนและการกระจายเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันด้านราคาได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ราคาผักยังขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิต สภาพอากาศ และการขนส่งในแต่ละพื้นที่ กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมประสานแหล่งผลิตเพิ่มเติม หากพบว่าผักรายการใดมีปริมาณเข้าสู่ตลาดไม่เพียงพอกับความต้องการ นายวัฒนศักย์ กล่าวว่า กรมการค้าภายในจะเดินหน้าบริหารจัดการปริมาณผักในเชิงรุก โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งผลิตและตลาดประกอบการประเมินสถานการณ์ เพื่อเร่งเชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ตลาดในจุดที่มีความต้องการ และให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดความผันผวนของราคา และดูแลให้ประชาชนสามารถซื้อผักได้ในราคาที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ขอให้ประชาชนตรวจสอบ ป้ายแสดงราคา ปริมาณ และราคา ให้ชัดเจนก่อนซื้อ รวมทั้งเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่งเพื่อประกอบการตัดสินใจ ส่วนผู้ประกอบการขอให้จำหน่ายสินค้าอย่างเป็นธรรม ปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน และใช้เครื่องชั่งที่ถูกต้องและเที่ยงตรง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบ หากประชาชนพบเห็นการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เป็นธรรม ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือสงสัยว่าได้รับสินค้าไม่ครบตามน้ำหนัก สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยกรมการค้าภายในจะเร่งตรวจสอบและดำเนินการโดยเร็ว
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 3/2570 “กรมการค้าภายใน” เร่งเติมผักเข้าตลาด รับฝน–น้ำท่วม ราคาหลายรายการเริ่มลด รับเทศกาลกินเจ “อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม” (5 ตุลาคม 2569)
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงสถานการณ์ผักสดในขณะนี้ว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่เพาะปลูก ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกสำคัญทั้งในภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบ ทำให้ปริมาณผักเข้าสู่ตลาดลดลง ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่มีฝนตกต่อเนื่อง ก็ได้รับผลกระทบด้านคุณภาพและเกิดความเสียหายต่อผลผลิตบางส่วน โดยเฉพาะผักใบ นอกจากนี้ การขนส่งที่ใช้เวลานานขึ้นยังส่งผลต่อคุณภาพสินค้าและเป็นปัจจัยให้ราคาผักบางรายการปรับตัวสูงขึ้นเพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว กรมการค้าภายในได้เร่งบริหารจัดการด้านปริมาณผัก โดยประสานเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลางสำคัญ อาทิ ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดศรีเมือง และตลาดล้านเมือง เพื่อเพิ่มปริมาณผักเข้าสู่ระบบตลาดและช่วยให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์ราคาที่ ตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นแหล่งกระจายผักรายใหญ่ พบว่า ราคาขายส่งผักบางรายการเริ่มมีแนวโน้มลดลงจากที่เคยปรับสูงขึ้นในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ กะหล่ำปลีเขียว จากราคาสูงสุด 12 บาท/กก. ปัจจุบันอยู่ที่ 8 บาท/กก. พริกจินดาเขียว จาก 70 บาท/กก. เหลือ 42 บาท/กก. พริกจินดาแดง จาก 50 บาท/กก. เหลือ 40 บาท/กก. ผักกาดขาว (ลุ้ย) จาก 18 บาท/กก. เหลือ 17 บาท/กก. และ โหระพา จาก 170 บาท/กก. เหลือ 150 บาท/กก. สะท้อนว่าปริมาณผักที่เข้าสู่ตลาดเริ่มมีมากขึ้นและช่วยให้สถานการณ์ราคาผ่อนคลายลง ส่วนราคาผักบางรายการ โดยเฉพาะ กลุ่มผักใบและลำต้นอ่อน อาทิ ต้นหอมและใบกะเพรา แม้ราคาจะเริ่มปรับลดลงจากระดับสูงสุด โดยต้นหอมจาก 150 บาท/กก. เหลือ 130 บาท/กก. และใบกะเพราจาก 150 บาท/กก. เหลือ 120 บาท/กก. แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ ผักบุ้งจีน อยู่ที่ 100 บาท/กก. และ ผักบุ้งไทย อยู่ที่ 32 บาท/กก. โดยเริ่มทรงตัวในช่วงวันที่ 3–4 ต.ค. ส่วน ผักกาดขาว (ลุ้ยจีน) ทรงตัวที่ 13 บาท/กก. ขณะที่ ใบแมงลัก ยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ล่าสุดอยู่ที่ 140 บาท/กก. เนื่องจากได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในแหล่งผลิตหลัก ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ในส่วนของการกระจายผลผลิตจากพื้นที่น้ำท่วมขัง กรมการค้าภายในได้ติดตามอย่างใกล้ชิด หากพบจุดใดมีปัญหาหรือมีอุปสรรคต่อการนำผลผลิตเข้าสู่ตลาด จะประสานหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีความพร้อมเข้าไปช่วยแก้ไข เพื่อให้ผักสามารถขนส่งและกระจายเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังเข้าสู่เทศกาลกินเจ ซึ่งความต้องการผักมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งแก้ไขปัญหา โดยกรมจะเพิ่มการเชื่อมโยงผักเข้าสู่ระบบตลาดให้เพียงพอกับความต้องการ ตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาเพื่อให้ประชาชนซื้อสินค้าได้อย่างเป็นธรรม ป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา และตรวจสอบเครื่องชั่งเพื่อป้องกันการเอาเปรียบด้านน้ำหนัก พร้อมประสานหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเทศกาลกินเจปี 2569 กรมการค้าภายในเตรียมจัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย : อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม” โดยร่วมกับตลาดกลาง ตลาดสด ห้างค้าปลีก–ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ผู้ประกอบการอาหารอนาคต (Future Food) และร้านอาหาร จัดจำหน่าย อาหารเจปรุงสุกในราคาประหยัด พร้อมจัดโปรโมชั่น วัตถุดิบเจและเครื่องปรุงเจ ลดสูงสุดกว่า 50% รวมถึงอาหารเจพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อาหารเจรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารเจได้หลากหลาย ในราคาที่เหมาะสม และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในจะยังคงติดตามสถานการณ์ผักอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านปริมาณ ราคา และการกระจายผักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้มีผักและสินค้าเพียงพอต่อความต้องการและกระจายถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสมกับต้นทุน และปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจนกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้าและค่าบริการ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ส่วนกรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 29 หากประชาชนพบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเครื่องชั่ง สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 2/2570 “ศุภจี” ลงพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้า CP All ย้ำสต๊อกสินค้าเพียงพอ สั่งกรมการค้าภายในตั้ง War Room เร่งกระจายสินค้าถึงประชาชน พร้อมจับตาสินค้าจำเป็น–ป้องกันฉวยโอกาสขึ้นราคา (2 ตุลาคม 2569)
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์สินค้าและการกระจายสินค้า ณ ศูนย์กระจายสินค้า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า แม้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย แต่ระบบการผลิตและกระจายสินค้ายังสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับกรมการค้าภายในติดตามสต๊อกสินค้าและการเปิดให้บริการของห้างค้าปลีกค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ และช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง นางศุภจี กล่าวว่า ศูนย์กระจายสินค้า CP All แห่งนี้เป็นศูนย์ขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่กระจายสินค้าไปยังสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 2,800 สาขา จากเครือข่ายร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศกว่า 16,500 สาขา โดยจากการตรวจสอบพบว่าสต๊อกสินค้ายังมีเพียงพอ และบริษัทมีระบบติดตามสต๊อกและสถานการณ์ของแต่ละสาขา เพื่อปรับการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันได้เพิ่มจุดสต๊อกย่อยในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอีก 44 จุด เพื่อให้สามารถเติมสินค้าเข้าสู่สาขาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้มีสาขาที่ต้องปิดให้บริการจากสถานการณ์น้ำท่วมประมาณ 210 สาขา ปัจจุบันสามารถฟื้นฟูและกลับมาเปิดให้บริการได้แล้ว 120 สาขา เหลือสาขาที่ปิดให้บริการประมาณ 90 สาขา ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและพนักงานเป็นอันดับแรก นางศุภจี กล่าวต่อว่า การติดตามสถานการณ์ไม่ได้จำกัดเฉพาะศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ โดยกรมการค้าภายในได้ติดตามศูนย์กระจายสินค้าและผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสต๊อกและระบบกระจายสินค้าในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สำหรับพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดลง ได้ประสานให้ผู้ประกอบการเตรียมสินค้าไว้ในสาขาใกล้เคียง เพื่อให้สามารถเติมสินค้าได้ทันที ขณะที่พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมสูง ผู้ประกอบการได้เตรียมสต๊อกเพิ่มเติมและจะทยอยเปิดให้บริการเมื่อมีความพร้อม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ด้านการบริหารจัดการในภาพรวม กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้กลไก Single Command รวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ทั่วประเทศผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนในแต่ละจุด และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว อาทิ การสนับสนุนด้านการขนส่ง โดยล่าสุดได้ประสานนำถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุดไปยังจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยการดำเนินงานจะไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น นอกจากนี้ กรมการค้าภายในได้จัดตั้ง War Room โดยมีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นหัวหน้า ทำหน้าที่ประสานผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง ผู้ผลิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ โดยเน้นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเสริมถึงสถานการณ์ไข่ไก่ว่า จากการติดตามร่วมกับฟาร์มผู้ผลิต พบว่าน้ำท่วมส่งผลกระทบต่อฟาร์มบางแห่ง แต่ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยกรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ผู้ผลิต ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อประเมินสถานการณ์และร่วมกันบริหารผลผลิตให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งมีความต้องการประมาณ 12 ล้านฟองต่อวัน ทั้งนี้ กรมการค้าภายในขอความร่วมมือผู้ส่งออกลดปริมาณการส่งออก 30–50% หรือเลื่อนการส่งออกไป 2–3 สัปดาห์ พร้อมจัดส่งแผนการส่งออกช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายนเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้กรมฯ ติดตามและบริหารปริมาณไข่ไก่ในประเทศอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือผู้เลี้ยงไก่ไข่ขยายระยะเวลาแม่ไก่ยืนกรงอีก 3–5 สัปดาห์ เพื่อรักษาปริมาณแม่ไก่และเพิ่มผลผลิตเข้าสู่ตลาด พร้อมกำชับฟาร์มผู้ผลิตให้จัดสรรไข่ไก่ผ่านช่องทางการค้าและคู่ค้าตามปกติ โดยเฉพาะห้างค้าปลีกค้าส่ง เพื่อให้มีการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึงและป้องกันการฉวยโอกาสในการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง นางศุภจี ระบุว่ากระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งบริหารจัดการให้สินค้าจำเป็นกระจายเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับกรมการค้าภายในส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบราคาสินค้า หากพบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นสต๊อกเดิม ให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงติดตามราคาอาหารสำเร็จรูป ศูนย์อาหาร ตลาดสด และร้านจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชน รัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการช่วยเหลือและงบประมาณเพื่อเยียวยาประชาชนหลังสถานการณ์น้ำลด ทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือน ที่พักอาศัย และสถานประกอบการ รวมถึงเตรียมโครงการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดภายใต้แนวทาง “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนการฟื้นตัวของประชาชนหลังสถานการณ์คลี่คลาย ทั้งนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ ให้เลือกซื้อสินค้าและจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสม หากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ขอให้แจ้งมายังสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยผู้ประกอบการที่ขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือฉวยโอกาสในช่วงวิกฤต กรมการค้าภายในจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่ากระทำความผิดจริง จะได้รับโทษตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 1/2570 “กรมการค้าภายใน” ผนึก สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่–ห้าง–ผู้ส่งออก ดูแลการกระจายช่วงอุทกภัย สมาคมฯ ยืนยันผลผลิตต่อเนื่อง ห้างเพิ่มสั่งซื้อเติมสต็อก ผู้ส่งออกชะลอส่ง เพิ่มปริมาณไข่ไก่ตลาดในประเทศ (1 ตุลาคม 2569)
(วันที่ 1 ตุลาคม 2569) นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามสถานการณ์ไข่ไก่ ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ สมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง ผู้ประกอบการ และห้างค้าส่งค้าปลีกว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์ไข่ไก่อย่างใกล้ชิด หลังหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดูแลให้ไข่ไก่ที่ผลิตได้ เดินทางเข้าสู่ตลาดและถึงมือประชาชนอย่างต่อเนื่อง แม้อุทกภัยจะส่งผลกระทบต่อแหล่งผลิตไข่ไก่บางพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคตะวันออก แต่ ผู้ผลิตยืนยันว่าผลผลิตไข่ไก่ยังมีอย่างต่อเนื่อง และพร้อมปรับตัวเพื่อให้ไข่ไก่ที่ผลิตได้ในแต่ละวันออกสู่ตลาดโดยเร็วที่สุด ขณะที่ห้างค้าปลีก–ค้าส่งได้เพิ่มการสั่งซื้อและปรับระบบการกระจายสินค้า เพื่อให้มีไข่ไก่เพียงพอต่อการจำหน่ายในแต่ละพื้นที่ “สถานการณ์ขณะนี้ สิ่งที่กรมฯ ให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงเรื่องปริมาณไข่ไก่ แต่คือการทำให้ไข่ไก่ จากฟาร์มเดินทางเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เราได้รับความร่วมมือจากทั้งผู้ผลิต ผู้ส่งออก และห้างค้าปลีก–ค้าส่ง ทุกฝ่ายกำลังช่วยกันเติมสินค้าเข้าสู่ระบบ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ยังมีการผลิตและนำไข่ไก่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง” ด้านนายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า แม้สถานการณ์อุทกภัยจะส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงไก่ไข่ในบางพื้นที่ แต่โดยภาพรวม ผลผลิตไข่ไก่ยังมีตามปกติ และผู้เลี้ยงสามารถปรับตัวเพื่อให้ไข่ไก่ที่ผลิตได้ในแต่ละวันออกสู่ตลาดโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีสินค้าเข้าสู่ระบบการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของราคาจำหน่ายต้นทาง สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้ ตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม และขณะนี้ยังไม่มีการปรับเพิ่มราคาแต่อย่างใด พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการดูแลทั้งปริมาณผลผลิตและการกระจายไข่ไก่ในช่วงสถานการณ์อุทกภัย นอกจากนี้ กรมการค้าภายในได้ขอให้กรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือฟาร์มไก่ไข่ขยายระยะเวลาแม่ไก่ยืนกรงเพิ่มประมาณ 3–5 สัปดาห์ เพื่อรักษาปริมาณแม่ไก่ในระบบและเพิ่มปริมาณไข่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมกรมฯ ยังได้กำชับให้ฟาร์มทุกแห่งจัดสรรผลผลิตเข้าสู่ช่องทางการค้าปกติและคู่ค้าเดิมเป็นลำดับแรก และเร่งเติมไข่ไก่เข้าสู่ระบบให้เต็มที่ ด้านผู้ส่งออกไข่ไก่ ระบุว่า ยินดีให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายในที่ขอให้ผู้ประกอบการได้ปรับลดการส่งออก 30-50% และให้เลื่อนแผนการส่งออกไปก่อน เพื่อช่วยให้มีไข่ไก่เข้าสู่ตลาดในประเทศมากกว่าความต้องการปกติ โดยกรมการค้าภายในจะได้ติดตามสถานการณ์หากมีความจำเป็นก็จะเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการขึ้น จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ กรมการค้าภายในขอให้ผู้ประกอบการแจ้งแผนการส่งออกในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนมายังกรม เพื่อใช้ประกอบการกำกับดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย นายวัฒนศักย์ กล่าวต่อว่า สำหรับห้างค้าปลีก–ค้าส่ง กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือให้ เพิ่มปริมาณการสั่งซื้อไข่ไก่ เพื่อเพิ่มสินค้าเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกและรองรับความต้องการของประชาชน พร้อมปรับระบบการกระจายสินค้าและบริหารสต๊อกให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้มีไข่ไก่จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณผู้ประกอบการห้างค้าปลีก–ค้าส่งที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทั้งการปรับเปลี่ยนระบบ เพิ่มจำนวนพนักงาน รวมถึงจัดพื้นที่ให้พนักงานพักอาศัย เพื่อให้การดำเนินงานและการกระจายสินค้าสามารถเดินหน้าต่อได้ แม้ในช่วงที่หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และจะติดตามปริมาณการผลิต การกระจายสินค้า แผนการส่งออก และสถานการณ์ไข่ไก่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ไข่ไก่เข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการประสบปัญหาไม่สามารถขนส่งไข่ไก่ได้ ขอให้ประสานมายังกรมฯ เพื่อให้กรมฯ ประสานหน่วยขนส่งจากกองทัพเข้ามาช่วยสนับสนุนการลำเลียงสินค้า เพื่อให้ไข่ไก่สามารถเดินทางเข้าสู่พื้นที่จำหน่ายและถึงมือประชาชนได้ นอกจากนี้ กรมฯ จะเดินหน้ากิจกรรม “ไทยช่วยไทย–ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ” เพื่อเพิ่มช่องทางการกระจายไข่ไก่ เชื่อมโยงสินค้าจากระบบการผลิตไปถึงมือประชาชนโดยตรง และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมในช่วงสถานการณ์อุทกภัย ในส่วนของร้านค้าปลีกรายย่อยที่มีการแจ้งปรับเพิ่มราคาไข่ไก่ กรมการค้าภายในได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ร้านค้าได้รับสินค้ามาจากแหล่งใด และมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ หากพบว่ามีการ จงใจปรับขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมฯ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด “ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ทุกฝ่ายกำลังช่วยกันเติมไข่ไก่เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง จึง ไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุน ขอให้ซื้อเท่าที่จำเป็นต่อการบริโภคในครัวเรือน เพราะการซื้อในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ไข่ไก่กระจายไปถึงประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง หากพบปัญหาด้านราคา หรือการจำหน่ายสินค้า สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569” นายวัฒนศักย์ กล่าว
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 233/2569 กรมการค้าภายในสั่งเข้ม! ตรวจราคาสินค้า-ค่าบริการรถสไลด์ รถลาก รับสถานการณ์น้ำท่วม หลังประชาชนร้องเรียน-สอบถามผ่าน 1569 หากพบผิด ดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงสุดทันที (29 กันยายน 2569)
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้รับ เรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่านสายด่วน 1569 กรณีการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งเรื่องการไม่ปิดป้ายแสดงราคา การจำหน่ายราคาไม่ตรงกับราคาที่แสดง และการจำหน่ายในราคาสูง โดยสินค้าที่มีการร้องเรียน อาทิ ไข่ไก่ แกงถุง อาหารปรุงสำเร็จ ผักสด เนื้อหมู ข้าวกล่อง ทราย น้ำดื่ม นม กะทิกล่อง และชุดตรวจไข้หวัดแบบ 3-in-1 ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนสอบถามข้อมูลเข้ามายังสายด่วน 1569 เกี่ยวกับ ค่าบริการรถสไลด์และรถลาก เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบสถานการณ์น้ำท่วมขัง ทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอาจมีความจำเป็นต้องใช้บริการดังกล่าว จากสถานการณ์ฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนมีข้อจำกัดในการเดินทาง และมีทางเลือกในการซื้อสินค้าลดลง โดยอาจจำเป็นต้องเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าที่อยู่ใกล้บ้านหรือในพื้นที่ที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้ ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีรถยนต์และประสบปัญหาน้ำท่วมขังอาจมีความจำเป็นต้องใช้บริการรถสไลด์หรือรถลากเพื่อเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่ นายวิทยากร จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจกรมการค้าภายในลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีข้อมูลร้องเรียนเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงกว่าปกติ พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข้อมูลของผู้ร้องเรียน รวมถึงติดตามสถานการณ์ด้านค่าบริการรถสไลด์และรถลาก เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนในช่วงที่มีข้อจำกัดจากสถานการณ์น้ำท่วม เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าและการให้บริการว่า มีการแสดงราคาอย่างถูกต้อง และจำหน่ายหรือคิดค่าบริการตรงตามราคาที่แสดงไว้หรือไม่ หากพบการไม่ปิดป้ายแสดงราคา การจำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดง หรือมีพฤติการณ์เรียกเก็บราคาสูงเกินสมควร กรมการค้าภายในจะดำเนินการตามกฎหมายทันที นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ร้านค้า ผู้ประกอบการสถานบริการ รวมถึงผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าและให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด โดยต้องจำหน่ายสินค้าและคิดค่าบริการให้ตรงกับราคาที่แสดงไว้ ทั้งการจำหน่ายหรือให้บริการ ณ สถานประกอบการและผ่านช่องทางออนไลน์ หากมีการคิดราคาสูงกว่าราคาที่แสดง หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าการจำหน่ายสินค้าหรือการให้บริการนั้นมีราคาสูงเกินสมควร อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมาย ซึ่งกรมการค้าภายในจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สถิติการรับเรื่องร้องเรียนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ระหว่างวันที่ 26–28 กันยายน 2569 กรมการค้าภายในได้รับเรื่องร้องเรียนรวม 14 คำร้อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค เช่น ไม่ปิดป้ายแสดงราคา จำหน่ายสินค้าในราคาไม่ตรงกับป้ายที่แสดง หรือสงสัยว่ามีการจำหน่ายสินค้าและให้บริการในราคาสูงเกินสมควร ทั้งที่หน้าร้านและช่องทางออนไลน์ สามารถร้องเรียนหรือสอบถามข้อมูลมายัง สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ดูเพิ่มเติม
ข่าวเลขที่ 232/2569 กรมการค้าภายในประสานทหาร เร่งลำเลียงไข่ไก่ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม ส่งถึงประชาชนสระแก้ว (28 กันยายน 2569)
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ส่งผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมและการขนส่งสินค้า ทำให้ผู้ประกอบการ ห้างร้าน และช่องทางจำหน่ายบางแห่งไม่สามารถขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเข้าสู่พื้นที่ได้ตามปกติ กรมการค้าภายในจึงเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการลำเลียงและกระจายสินค้าให้ถึงมือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 กรมการค้าภายในได้ประสาน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 19 ขอรับการสนับสนุนยานพาหนะและกำลังพล เพื่อช่วยลำเลียง ไข่ไก่ จำนวน 2,000 แผง จากบริษัท ไชยมงคล จำกัด อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นทางที่สามารถจัดส่งสินค้าได้ ไปยัง ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร สาขาสระแก้ว เพื่อกระจายและจำหน่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย “ในช่วงที่เกิดอุทกภัย ปัญหาสำคัญไม่ได้มีเพียงเรื่องสินค้า แต่รวมถึงการขนส่งสินค้าเข้าไปยังพื้นที่ด้วย เมื่อเส้นทางบางส่วนได้รับผลกระทบ ทำให้ห้างร้านหรือผู้ประกอบการไม่สามารถนำสินค้าที่จำเป็นเข้าไปได้ตามปกติ กรมการค้าภายในจึงเร่งประสานหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีศักยภาพด้านการขนส่งและการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้สามารถลำเลียงสินค้าเข้าไปเติมในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว” นายจิรวุฒิกล่าว รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า การสนับสนุนครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ทั้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว ภาคธุรกิจ และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อให้การกระจายสินค้าในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ซึ่งกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์สินค้าและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งเติมสินค้าและแก้ไขปัญหาด้านการขนส่งให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้โดยเร็ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์สินค้าอย่างต่อเนื่อง และเร่งบริหารจัดการด้านการกระจายสินค้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้า เพื่อให้สินค้าสามารถกระจายถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง
ดูเพิ่มเติม
Dit Logo New (2)

ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สอบถามข้อมูล

arrow-down

DIT Chat Service ยินดีให้บริการ

maximize
สอบถามข้อมูลเพิมเติมกับเจ้าหน้าที่ (Admin)

บริการของกรมการค้าภายใน

7422635f-7946-4705-88ec-05d965bd7b40

การขออนุญาตประกอบการค้า

862c658c-96a2-4f51-87cb-7ae89028e48a

สอบถามราคาสินค้าเกษตร

e776ba32-103f-4917-b746-5333af42cf9d

รวบรวมกิจกรรมกรมการค้าภายใน

3e6fa301-b225-4427-b882-4d78e453a2ed

การเดินทางมายังกรมการค้าภายใน

เลขที 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

โทรศัพท์ 0-2507-5530

โทรสาร: 0-257-5361

E-mail: Saraban@dit.go.th

Call Center: 1569 ร้องเรียน/เสนอแนะ