ภายในเว็บไซต์ ทั่วโลก

สินค้าเกษตร
คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) > มติคณะกรรมการ คชก. > มติ คชก. ปี 2547
จำนวนผู้เข้าชม :

สรุปผลการประชุม
คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.)
ครั้งที่ 1/2547 (ครั้งที่ 142)
วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2547  เวลา 08.00 น.
ณ ห้องประชุม 301  ตึกบัญชาการ  ทำเนียบรัฐบาล

 

          ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติดังนี้

1. โครงการสนับสนุนความปลอดภัยด้านอาหาร (ด้านปศุสัตว์) จากฟาร์มสู่ผู้บริโภค
          อนุมัติเงินจ่ายขาด วงเงิน 500 ล้านบาท จากงบด้านปัจจัยการผลิตให้กรมปศุสัตว์ เพื่อจ่ายชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) ที่ให้เกษตรกร/ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการสนับสนุนความปลอดภัยด้านอาหาร (ด้านปศุสัตว์) จากฟาร์มสู่ผู้บริโภค กู้ยืมในวงเงิน 5,000 ล้านบาท ด้วยใช้วิธีการชดเชยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี โดยให้เบิกจ่ายขาดในวงเงินที่อนุมัติได้ไม่เกินปีละ 100 ล้านบาท ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ทั้งนี้ เกษตรกร/ผู้ประกอบการรายใดที่เข้าร่วมโครงการได้ปรับปรุงกิจการเข้าสู่ระบบมาตรฐานและได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แล้ว ให้งดการสนับสนุนการชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ ตั้งแต่วันที่ได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI ระยะเวลาโครงการ ปี 2547 - 2553

2. โครงการลดพื้นที่ปลูกกระเทียม ปี 2546/47
          อนุมัติเงินจ่ายขาด วงเงิน 89 ล้านบาท จากงบด้านปัจจัยการผลิต ให้กรมส่งเสริมการเกษตร 72 ล้านบาท และกรมส่งเสริมสหกรณ์ 17 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามโครงการ ลดพื้นที่ปลูกกระเทียม ปี 2546/47 เป้าหมายพื้นที่ 52,000 ไร่ โดยจ่ายเป็นค่าสนับสนุนปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับพืชที่ปลูกทดแทน 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มไม้ผล ไม้ยืนต้น ไร่นาสวนผสม ในอัตราไร่ละ 2,000 บาท กลุ่มพืชล้มลุกเฉพาะที่มีการทำสัญญาข้อตกลง ในอัตราไร่ละ 1,500 บาท ทั้งนี้ คณะกรรมการ คชก. จะไม่พิจารณาให้การสนับสนุนด้านการตลาดแก่เกษตรกรที่มีรายชื่อได้ปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชทดแทนตามโครงการลดพื้นที่ปลูกกระเทียม ปี 2546/47 ไปแล้วอีกต่อไป เนื่องจากได้รับการช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตแล้ว

3. โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์
          อนุมัติเงินทุนหมุนเวียนปลอดดอกเบี้ย จำนวน 5.5 ล้านบาท จากงบด้านปัจจัยการผลิต ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ นำไปให้สหกรณ์เกษตรอินทรีย์กองทุนข้าวสุรินทร์ จำกัด กู้ยืมเพื่อดำเนินกิจกรรมปรับปรุงคุณภาพข้าวสารอินทรีย์มาตรฐานตามโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2544 ให้จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดนำร่องในการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ โดยการนำไปจัดหาเครื่อง-ยิงสีข้าวสารเลเซอร์จำนวน 1 ชุด วงเงิน 5 ล้านบาท และเครื่องชั่งขนาด 40 ตัน 1 เครื่อง วงเงิน 0.5 ล้านบาท กำหนดชำระคืนเงินภายใน 10 ปี ระยะเวลาปลอดการชำระหนี้ 3 ปีแรก ระยะเวลาโครงการ มีนาคม 2547 - 2557

4. การจำหน่ายลำไยอบแห้ง ปี 2545
          4.1 มอบหมายให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รับผิดชอบในการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพลำไยอบแห้งตามโครงการรับจำนำลำไยอบแห้ง ปี 2545 ที่เก็บไว้ในคลังสินค้าของ อคส. และ อ.ต.ก. ทุกแห่ง โดยให้คัดแยกคุณภาพดี และคุณภาพด้อยลงในแต่ละเกรด สาเหตุที่คุณภาพเปลี่ยนไป รวมทั้งปริมาณที่มีอยู่จริงแยกตามเกรดและคุณภาพ โดยประสานการดำเนินการกับจังหวัด ผู้ตรวจสอบคุณภาพที่ อคส. และ อ.ต.ก. ได้มีสัญญาจ้างตรวจสอบไว้แล้วและผู้ตรวจสอบคุณภาพกลางร่วมในการตรวจสอบด้วย แล้วรายงานผลให้ต้นสังกัด และประธานกรรมการ คชก. ทราบภายใน 7 วันทำการ ทั้งนี้ ค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นในการตรวจสอบให้เบิกจ่ายได้ตามที่จ่ายจริง ตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยให้ใช้จากวงเงินค่าใช้จ่ายดำเนินการรับจำนำลำไยอบแห้ง ปี 2545 ในส่วนของ อคส. และ อ.ต.ก. ที่ได้อนุมัติไว้แล้ว
          4.2 ให้มีคณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนัก งบประมาณ กรมบัญชีกลาง องค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรมการค้าต่างประเทศ และฝ่ายเลขานุการ คชก. เพื่อทำหน้าที่พิจารณากำหนดราคากลางที่เหมาะสมในการจำหน่ายลำไยอบแห้ง ปี 2545 ที่คงเหลืออยู่ แล้วรายงานผลให้ประธานกรรมการ คชก. ทราบภายใน 7 วันทำการ
          4.3 อนุมัติให้ขยายระยะเวลาโครงการรับจำนำลำไยอบแห้ง ปี 2545 จากเดิม " สิ้นสุด ธันวาคม 2546 " เป็น " สิ้นสุด ธันวาคม 2547 "
          4.4 ให้ ธ.ก.ส. พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในส่วนที่ยังไม่ได้บันทึกบัญชี ตามโครงการรับจำนำลำไยอบแห้ง ปี 2545 จาก MLR เป็นต้นทุนเงิน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมฯ

5. การขยายระยะเวลาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2546/47
          5.1 อนุมัติให้ปรับเปลี่ยนปริมาณการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ตามโครงการ
รับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2546/47 จากเดิม " ปริมาณรับจำนำรวม 3.0 ล้านตัน แยกเป็นการรับจำนำใบประทวนที่ อคส. และ อ.ต.ก. ออกให้ 2.5 ล้านตัน หน่วยงานละเท่า ๆ กัน และ รับจำนำในยุ้งฉางของ ธ.ก.ส. 0.5 ล้านตัน " เป็น " ปริมาณรับจำนำรวม 3.0 ล้านตัน แยกเป็นการรับจำนำใบประทวน 2.9 ล้านตัน ของ อคส. 1.16 ล้านตัน และ อ.ต.ก. 1.74 ล้านตัน และ รับจำนำในยุ้งฉางของ ธ.ก.ส. 0.10 ล้านตัน"
          5.2 อนุมัติให้ขยายระยะเวลารับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2546/47 จากเดิม " สิ้นสุด 28 กุมภาพันธ์ 2547 " เป็น " สิ้นสุด 15 มีนาคม 2547 "

6. การขยายระยะเวลาโครงการแทรกแซงตลาดข้าวสาร ปี 2541/42 ของ อคส.
          อนุมัติให้ขยายระยะเวลาโครงการแทรกแซงตลาดข้าวสาร ปี 2541/42 จากเดิม
" สิ้นสุด พฤศจิกายน 2543 " เป็น " สิ้นสุด มีนาคม 2547 " เพื่อให้ อคส. ปิดบัญชีโครงการ

7. การขยายระยะเวลาโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลัง ปี 2546/47
          อนุมัติให้ขยายระยะเวลารับจำนำหัวมันสำปะหลังสด ตามโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลัง ปี 2546/47 จากเดิม " สิ้นสุด มีนาคม 2547 " เป็น " สิ้นสุด เมษายน 2547" โดยกำหนดราคารับจำนำหัวมันสำปะหลังสดที่เชื้อแป้ง 25% ในช่วงระยะเวลาที่ขยาย
ณ โรงงานแป้งมันสำปะหลัง กก.ละ 1.15 บาท และ ณ ลานมัน กก.ละ 1.00 บาท

8. การแก้ไขปัญหาหอมหัวใหญ่ ปี 2546/47    
          อนุมัติเงินทุนหมุนเวียนปลอดดอกเบี้ย จำนวน 25 ล้านบาท ให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อนำไปจัดสรรให้จังหวัดเชียงใหม่ยืมเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาหอมหัวใหญ่ของจังหวัดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่จังหวัดกำหนด โดยให้ค่าใช้จ่ายดำเนินการของทางราชการตามที่จ่ายจริง ไม่เกินร้อยละ 3 กำหนดระยะเวลาดำเนินการ มีนาคม - เมษายน 2547 ระยะเวลาโครงการ มีนาคม - พฤศจิกายน 2547

9. โครงการแทรกแซงตลาดเมล็ดกาแฟ ปี 2546/47
          อนุมัติให้ปรับเปลี่ยนปริมาณรับจำนำเมล็ดกาแฟ ตามโครงการแทรกแซงตลาดเมล็ดกาแฟ ปี 2546/47 เมล็ดกาแฟเกรดดี จากเดิม จำนวน 10,000 ตัน เป็น 15,000 ตัน และ เมล็ดกาแฟเกรดหนึ่ง จากเดิม 15,000 ตัน เป็น 10,000 ตัน สำหรับเมล็ดกาแฟ
เกรดสอง จำนวน 5,000 ตัน คงปริมาณเท่าเดิม

10. โครงการแทรกแซงตลาดข้าวสารปี 2542/43 ของ อคส. และ อตก. โครงการรับจำนำข้าวสารในโกดังกลาง ปี 2542/43 ของ อคส. และ ธกส. โครงการรับจำนำ
ข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2543/44 และโครงการรับจำนำข้าวสารในโกดังกลาง ปี 2543/44 ของ อคส. อตก. และ ธกส.

          มอบหมายให้สำนักงบประมาณร่วมกับผู้แทนกรมบัญชีกลาง กรมตรวจบัญชี- สหกรณ์ กรมการค้าต่างประเทศ องค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกรมการค้าภายใน ดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายการดำเนินโครงการซึ่งมีผลทำให้เกิดการขาดทุนสูง และการระบายข้าวล่าช้าของโครงการต่าง ๆ ดังนี้
          (1) โครงการแทรกแซงตลาดข้าวสารปี 2542/43 ของ อคส. และ อ.ต.ก. วงเงิน 1,213.72 ล้านบาท แยกเป็น ภาระขาดทุนของ อคส. 902.43 ล้านบาท และ อ.ต.ก. 311.29 ล้านบาท
          (2) โครงการรับจำนำข้าวสารในโกดังกลาง ปี 2542/43 ของ อคส. และ ธกส.
วงเงิน 1,221.575 ล้านบาท แยกเป็น ภาระขาดทุนของ อคส. 1,207.888 ล้านบาท และค่าชดเชยดอกเบี้ยของ ธ.ก.ส. 13.687 ล้านบาท
          (3) โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2543/44 ของ อคส. อ.ต.ก. และ ธ.ก.ส. วงเงิน 326.27 ล้านบาท แยกเป็น ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาข้าวสารของ อคส. 8.73 ล้านบาท อ.ต.ก. 3.89 ล้านบาท ค่าชดเชยดอกเบี้ย ธ.ก.ส. 174.31 ล้านบาท ค่าขาดทุนและค่าใช้จ่ายในการระบายข้าวเปลือกของ ธ.ก.ส. 139.34 ล้านบาท
          (4) โครงการรับจำนำข้าวสารในโกดังกลาง ปี 2543/44 ของ อคส. อ.ต.ก. และ
ธ.ก.ส. วงเงิน 492.074 ล้านบาท แยกเป็น ค่าชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส. 432.432 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายดำเนินการของ อ.ต.ก. 59.642 ล้านบาท
ทั้งนี้ ให้ตรวจสอบค่าใช้จ่ายดำเนินการและรายงานผลให้ประธานกรรมการ คชก. ทราบ ภายใน 90 วันทำการ

---------------

ฝ่ายเลขานุการ คชก.
กรมการค้าภายใน
มีนาคม 2547

 





คุณเข้ามาเป็นคนที่
00131522
(เริ่มนับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2555)
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
44 /100 ถนน นนทบุรี 1 ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
โทร. 0-2507-6111 โทรสาร 0-2547-5361