ภายในเว็บไซต์ ทั่วโลก

สาระน่ารู้
ระบบราคาและปริมาณสินค้า
จำนวนผู้เข้าชม :


ผลของการเปลื่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนต่อราคาสินค้า

              
               ในการผลิตสินค้าทั้งที่เป็นการผลิตสินค้าขั้นกลางที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าต่อเนื่องต่าง ๆ หรือเป็นการผลิตสินค้าขั้นสุดท้ายที่พร้อมให้ผู้บริโภคซื้อไปใช้อุปโภคบริโภคได้ทันทีตามประเภทของสินค้า ต้องใช้ปัจจัย
การผลิตที่สำคัญ ได้แก่ วัตถุดิบ ที่ดิน แรงงาน เงินทุน และเครื่องจักร ปัจจัยการผลิตบางประเภทสามารถหาได้อย่าง มากมาย
ในประเทศ เช่น แรงงาน ที่ดิน และวัตถุดิบการเกษตร เป็นต้น แต่ปัจจัยการผลิตบางอย่างไม่อาจหาหรือสามารถผลิตได้เอง
ภายในประเทศ หรือมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เครื่องจักร น้ำมัน และวัตถุดิบอื่น ๆ
เป็นต้น ปัจจัยการผลิตทั้งที่มีอยู่ภายในประเทศ และนำเข้ามาจากต่างประเทศจะถูกนำมาผสมผสานกันเพื่อผลิตสินค้าที่ตรงกับ
ความต้องการของผู้บริโภคภายใต้ความพยายามให้เกิดต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุด

               ราคาสินค้าถูกกำหนดขึ้นจากต้นทุนการผลิตรวมกับผลกำไรของผู้ประกอบการ ในขณะที่ต้นทุนการผลิตเกิดขึ้นจาก
ค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการนำปัจจัยการผลิตต่าง ๆ มาประกอบกันในขบวนการผลิต หากมีการเปลี่ยนแปลงในต้นทุนการผลิต
ย่อมส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ เมื่อไรก็ตามที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นย่อมส่งผลให้ระดับราคาสินค้า
สูงขึ้นตามไปด้วย หากควบคุมไม่ให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นไปในสัดส่วนเดียวกันกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้ว ผู้ประกอบการต้องรับ
ภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการอาจต้องขาดทุนและอยู่ในธุรกิจต่อไปไม่ได้

               สินค้าแต่ละชนิดมีสัดส่วนการใช้ปัจจัยการผลิตที่ผลิตได้เองภายในประเทศและปัจจัยการผลิตที่นำเข้าจากต่างประเทศ
แตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้างตามความจำเป็นของอุตสาหกรรมแต่ละประเภท ในการนำปัจจัยการผลิตทั้งหมดมาประกอบกัน
เพื่อให้เกิดต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุด เช่น อุตสาหกรรมการเกษตรใช้ปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศน้อย ในขณะที่การผลิตใน
อุตสาหกรรมน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมเหล็กมีสัดส่วนการใช้ปัจจัยการผลิตที่นำเข้าจากต่างประเทศสูง ดังนั้นต้นทุนการผลิต
ของอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะมี 2 ส่วน คือ ต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้นจากการใช้ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในประเทศและต้นทุนการผลิต
ที่เกิดจากการใช้ปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ การคำนวณต้นทุนการผลิตที่เกิดจากการใช้ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ภายในประเทศ
นั้นจะตรงไปตรงมา เนื่องจากผู้ประกอบการซื้อปัจจัยการผลิตเหล่านั้นในรูปของเงินบาท แต่สำหรับปัจจัยการผลิตที่นำเข้าจาก
ต่างประเทศ การคำนวณต้นทุนการผลิตขึ้นอยู่กับราคาของปัจจัยการผลิตในรูปของเงินตราต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ
ปอนด์สเตอริง เยน หรือ ยูโรดอลลาร์ เป็นต้น จำเป็นต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนปรับให้ราคาปัจจัยการผลิตนั้นมาอยู่ในรูปเงินบาท ทำให้ต้นทุนปัจจัยการผลิตในรูปของเงินบาทนอกจากจะขึ้นอยู่กับราคาปัจจัยการผลิตที่นำเข้าในรูปของเงินตรา ต่างประเทศแล้ว
ยังขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศด้วย

               ต้นทุนการผลิตสินค้าที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสัดส่วนของปัจจัยการผลิตที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ
ซึ่งประกอบด้วยราคานำเข้าปัจจัยการผลิตดังกล่าวและอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าในบางครั้งราคาของปัจจัยการผลิตที่นำเข้าจาก
ต่างประเทศ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับเงินตราสกุลอื่นมีการเปลี่ยนแปลงก็ส่งผลให้ต้นทุนการ
ผลิตของอุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ เช่น ในกรณีที่เงินบาทมีค่าลดลงเมื่อเทียบกับเงินตราต่างประเทศสกุลอื่น ซึ่ง
หมายความว่าต้องใช้เงินบาทจำนวนมากขึ้นเพื่อแลกกับเงินตราต่างประเทศ 1 หน่วย ในขณะที่ราคาปัจจัยการผลิตที่นำเข้า
เหล่านั้นในรูปของเงินตราต่างประเทศไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่อุตสาหกรรมภายในประเทศต้องใช้เงินบาทจำนวนมากขึ้น ไปซื้อสินค้าได้จำนวนเท่าเดิมจากต่างประเทศดังนั้นการเปลี่ยนแปลงผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน จึงส่งผลกระทบทางตรงต่อ
ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีผลมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ความจำเป็นในการใช้และมูลค่าของปัจจัยการผลิตที่นำ
เข้าจากต่างประเทศ วัตถุดิบนำเข้าที่สร้างผลกระทบต่อราคาสินค้าที่สำคัญ คือ น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหรือปัจจัยการผลิต
ที่แทรกอยู่ในการผลิตสินค้าทุกประเภททั้งในทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้ต้นทุนการผลิตและราคาสินค้ายังขึ้นอยู่กับภาษีนำเข้า
ภาษีศุลกากร ภาษีการค้า และค่าธรรมเนียมพิเศษ ซึ่งใช้ราคานำเข้าที่ปรับเป็นเงินบาทแล้วเป็นฐานในการคำนวณ

               ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ส่งผลให้เงินบาทมีค่าลดลงเมื่อเทียบกับเงินตราสกุลอื่นๆ
ทำให้วัตถุดิบที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าจากต่างประเทศมีมูลค่าสูงขึ้นในรูปของเงินบาท ผู้ประกอบธุรกิจจึงพยายามผลักภาระของ
ต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ต่อไปให้ผู้บริโภคโดยการเพิ่มราคาสินค้าให้สูงขึ้น นอกจากนี้ผู้ประกอบการบางรายที่ไร้ จริยธรรมอาจถือโอกาส
จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนนี้ใช้วิธีการต่างๆ ขึ้นราคา สินค้าและบริการมากกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงเพื่อหากำไรให้สูงขึ้น
ไปอีก ทำให้ผู้บริโภคซึ่งต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอยู่แล้ว ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบและแบกรับภาระมากขึ้นไปอีก

               การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการทั้งในด้านราคาและมีปริมาณ
เพียงพอกับความต้องการ เป็นเรื่องที่กรมการค้าภายในตระหนักถึงความสำคัญมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกป้อง
มิให้ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบจากการขึ้นราคาสินค้าและบริการของผู้ประกอบการที่ไม่มีจริยธรรม จนได้กลายเป็นภาระกิจที่
สำคัญประการหนึ่ง โดยกรมการค้าภายในทำหน้าที่ติดตามดูแลความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และใช้มาตรการ
ด้านบริหารซึ่งเป็นการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ เช่น การขอความร่วมมือผู้ผลิต ผู้นำเข้า ให้แจ้ง
การตั้งหรือปรับราคาสินค้าล่วงหน้า 15 วัน เพื่อให้กรมการค้าภายในพิจารณาความเหมาะสมของราคาก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย
หรือขอความร่วมมือผู้จำหน่ายให้กระจายสินค้าให้ทั่วถึงในช่วงที่สินค้าขาดแคลน เป็นต้น

               มาตรการสำคัญอีกประการหนึ่งของกรมการค้าภายใน ในการคุ้มครองสิทธิ-ประโยชน์ผู้บริโภค เป็นการใช้อำนาจทางกฎหมายในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่ต้องดำเนินการ
ให้เป็นไปตามมติ กกร. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 9 แห่ง พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 สามารถ
เข้ากำกับควบคุมราคาสินค้าและค่าบริการ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ และ
มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ เช่น ในกรณีที่จำเป็น กกร. มีอำนาจกำหนดราคาจำหน่ายสูงสุด กำหนดการให้แจ้งปริมาณ
สถานที่เก็บ เป็นต้น

               หากผู้บริโภคต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับราคาสินค้าและค่าบริการ เช่น การไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านราคาสินค้า
พบเห็นราคาสินค้าแพงกว่าปกติ หรือการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันควร สามารถแจ้ง    
  "ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนราคาสินค้า" กรมการค้าภายใน ถนนสนามบินน้ำ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี   
สายด่วน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง     หรือโทรศัพท์หมายเลข 0-25475357 , 0-25075517-19
หรือ E-mail : Compro @ dit.go.th
สำหรับในส่วนภูมิภาคสามารถแจ้งได้ที่สำนักงานการค้าภายในจังหวัดและ
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

 

ที่มา:
1. สำนักจัดระบบราคาและปริมาณสินค้า
 2. นายนิทัศน์ ภัทรโยธิน

เรียบเรียงโดย: พิชญา กิวานนท์

 

 

 




คุณเข้ามาเป็นคนที่
00319340
(เริ่มนับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2555)
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
44 /100 ถนน นนทบุรี 1 ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
โทร. 0-2507-6111 โทรสาร 0-2547-5361